ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารเพื่อวัตถุประสงค์พิเศษของไทย: ยกระดับผลิตภัณฑ์ เพิ่มมูลค่า และสร้างความมั่นคงด้านโภชนาการ

           ดร .วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา ประธานคณะกรรมการอาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคต ได้มอบหมายให้คุณบุญเลิศ อ่องไพบูลย์ รองประธานคณะกรรมการอาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคต ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยเภสัชกรเลิศชาย เลิศวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกันหารือแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารเพื่อวัตถุประสงค์พิเศษ (Foods for Special Dietary Use) เช่น อาหารทางการแพทย์ (Medical Food) และอาหารสำหรับบุคคลผู้มีวัตถุประสงค์ในการบริโภคอาหารเป็นพิเศษ (Foods for persons which require special purpose) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ในประเทศ ส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้า และสร้างมูลค่าเพิ่มไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมทั้งยกระดับการเข้าถึงอาหารพิเศษที่มีคุณภาพสำหรับประชาชนชาวไทย

           จากการหารือพบว่า อุตสาหกรรมอาหารเพื่อวัตถุประสงค์พิเศษของประเทศไทยยังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ทั้งเรื่องการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้มีโอกาสเข้าร่วมในระบบ การวิจัยและพัฒนาที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญและงบประมาณสูง โดยเฉพาะการวิจัยทางคลินิก ตลอดจนความจำเป็นในการปรับปรุงแนวทางการพิจารณาอนุญาตให้มีความยืดหยุ่นรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และยังคงความปลอดภัย ปัจจุบันหน่วยประเมินความปลอดภัยและความเหมาะสมด้านโภชนาการสำหรับอาหารวัตถุประสงค์พิเศษยังมีจำกัด และบริษัทที่ได้รับอนุญาตอาหารทางการแพทย์ มี 8 บริษัท ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์อาหารทางการแพทย์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ สเปน เนเธอร์แลนด์ และเยอรมนี เป็นต้น

           ทั้งสามหน่วยงานจึงเห็นพ้องกันในการดำเนินงานร่วมหลายด้าน อาทิ การจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์ตามระดับความเสี่ยง (Medium, High Risk) ให้สอดคล้องกับแนวทางการพิจารณาอนุญาต การจัดทำสูตรอาหารมาตรฐาน (Formulation Monograph) เป็นข้อแนะนำเกณฑ์ด้านโภชนาการของอาหาร เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการขออนุญาตรับเลขสารบบอาหาร การลดระยะเวลาและเอกสารประกอบการพิจารณา รวมถึงการพัฒนามาตรฐานการทดสอบเนื้อสัมผัสอาหาร โดยมีศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) เข้ามาช่วยพัฒนาเครื่องมือทดสอบ และสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำวิธีการและเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ได้จัดทำโครงการ Positive list นำร่องสินค้าเกษตร โดยมี คุณรุจิเรข น้อยเสงี่ยม ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายระหว่างประเทศที่ 1 เป็นเจ้าของโครงการ และ ดร. วรรณพ วิเศษสงวน เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ

           ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวคาดว่าจะนำไปสู่การยกระดับอุตสาหกรรมอาหารทางการแพทย์และอาหารสำหรับบุคคลผู้มีวัตถุประสงค์ในการบริโภคอาหารเป็นพิเศษของไทยให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม ลดการพึ่งพาการนำเข้า และสร้างความมั่นคงด้านโภชนาการของประชาชน ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

 

อย. ร่วมศึกษาดูงานที่ญี่ปุ่น ยกระดับนวัตกรรมอาหาร เดินหน้าขับเคลื่อน Positive list เพื่อผู้บริโภคไทย

           สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกับสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) เข้าร่วมภารกิจศึกษาดูงานด้าน Food Innovation & Food with Function Claims (FFC) ณ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเรียนรู้ระบบนิเวศด้านการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมอาหารมูลค่าสูง รวมถึงการกำกับดูแลการกล่าวอ้างทางสุขภาพของอาหารที่มีประสิทธิภาพและได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยขับเคลื่อนผ่านคณะทำงานจัดทำแนวทางและกลไกเพื่อสนับสนุนการจัดทำบัญชีรายการสารสำคัญการกล่าวอ้างหน้าที่อื่นของอาหารและส่วนประกอบของอาหาร (Positive Lists for Other Function Claims)  มีเภสัชกรเลิศชาย เลิศวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหาร และยา เป็นที่ปรึกษาคณะทำงาน และเภสัชกรหญิงสุภาวดี ธีระวัฒน์สกุล ผู้อำนวยการกองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เป็นคณะทำงาน

 

          การศึกษาดูงานในครั้งนี้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับหน่วยงานชั้นนำของญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยเฉพาะในด้านการส่งเสริมนวัตกรรมอาหารที่ปลอดภัย มีมาตรฐาน และสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันตลาดอาหารที่มีการกล่าวอ้างคุณสมบัติทางสุขภาพส่งออกและตลาดในประเทศประมาณ 258,000 ล้านบาท และในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 8-10 ต่อปี ซึ่งการพัฒนากลไก Positive list จะช่วยสนับสนุนให้อุตสาหกรรมอาหารไทยสามารถเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

คณะผู้แทน อย. เข้าศึกษาดูงานหน่วยงานสำคัญของญี่ปุ่น ได้แก่

– RIKEN Center for Sustainable Resource Science (CSRS) ที่เน้นการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตชีวภาพอย่างยั่งยืน

– Consumer Affairs Agency (CAA) หน่วยงานกลางดูแลกฎหมายและนโยบายคุ้มครองผู้บริโภค รวมถึงระบบการกล่าวอ้างคุณสมบัติของอาหาร (Food with Function Claims)

– National Agriculture and Food Research Organization (NARO) ศูนย์วิจัยด้านเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารของญี่ปุ่น

– ผู้ประกอบการอาหารเชิงหน้าที่ ที่พัฒนานวัตกรรมส่วนผสมอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยอิงงานวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์อย่างเข้มงวด

 

          เภสัชกรเลิศชาย เลิศวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวถึงความสำคัญของภารกิจครั้งนี้ว่า “ระบบการกำกับดูแลการกล่าวอ้างทางสุขภาพของอาหารที่อิงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างเข้มงวดเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค ขณะเดียวกันก็เป็นกลไกสนับสนุนการพัฒนาและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการไทยให้เติบโตได้บนพื้นฐานของมาตรฐานสากล” อย. จึงอยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อจัดทำ บัญชีรายการสารสำคัญและส่วนประกอบของอาหารที่สามารถกล่าวอ้างหน้าที่อื่น (Positive list) เป้าหมาย 150 รายการภายในปี พ.ศ. 2570 ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการกำกับดูแลที่ชัดเจน โปร่งใส และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและตลาดผลิตภัณฑ์สุขภาพ

          นอกจากนี้ ในระหว่างภารกิจที่ญี่ปุ่น เภสัชกรเลิศชาย เลิศวุฒิ ยังได้รับเชิญให้ร่วมบรรยายในงานสัมมนา “การแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ในประเทศไทยสำหรับภาคธุรกิจ Healthcare และ Wellness” ซึ่งจัดโดยธนาคารซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น (SMBC) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ณ สำนักงานใหญ่ของธนาคาร SMBC ในกรุงโตเกียว ในการบรรยายดังกล่าว เภสัชกรเลิศชาย เลิศวุฒิ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ กฎระเบียบด้านการอนุมัติผลิตภัณฑ์สุขภาพโดยเฉพาะเครื่องมือแพทย์และผลิตภัณฑ์อาหารในประเทศไทย พร้อมทั้งเน้นย้ำนโยบายสำคัญรองรับแนวโน้มของตลาดสุขภาพไทยที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความพยายามของ อย. ในการยกระดับระบบกำกับดูแลให้มีความคล่องตัว โปร่งใส และเอื้อต่อการลงทุน โดยไม่ลดทอนมาตรฐานด้านความปลอดภัยของผู้บริโภค

          การมีส่วนร่วมของ อย. ทั้งในภารกิจศึกษาดูงานและการแลกเปลี่ยนในเวทีสัมมนาระดับนานาชาติครั้งนี้ สะท้อนบทบาทเชิงรุกขององค์กรในการขับเคลื่อนนโยบายอาหารแห่งอนาคต (Future Food) ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสุขภาพ ความปลอดภัยของประชาชน และศักยภาพในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในเวทีโลก

Food Innovation Spotlight: Food Expo PRO & Hong Kong International Tea Fair 2025

Food Innovation Spotlight: นวัตกรรมเด่นจากงาน Food Expo PRO & Hong Kong International Tea Fair 2025

           งาน Food Expo PRO และ Hong Kong International Tea Fair จัดขึ้นโดยองค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (HKTDC) ระหว่างวันที่ 14–16 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้าฮ่องกง ภายในงาน ผู้จัดแสดงสินค้าต่างนำเสนอจุดเด่นและความคิดสร้างสรรค์ของผลิตภัณฑ์ในมิติที่แตกต่างกัน เพื่อให้เห็นภาพรวมของความหลากหลายและแนวโน้มล่าสุดของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เราขอรวบรวมนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่น่าสนใจภายในงาน ดังนี้

           เยลลีโปรตีนจากไข่ขาว (Egg Jelly Stick) นวัตกรรมโปรตีนรูปแบบใหม่จากประเทศเกาหลี ผลิตจากโปรตีนสกัดจากไข่ขาวที่อุดมด้วยกรดอะมิโนจำเป็นทั้ง 9 ชนิด ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเสริมแคลเซียมเพื่อสุขภาพกระดูกที่แข็งแรง รวมถึงมีมัลติวิตามินและสังกะสีเพื่อช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ใน 1 ซองมีโปรตีน 5 กรัม เหมาะสำหรับผู้บริโภคทุกช่วงวัยด้วยรูปแบบเยลลีที่รับประทานสะดวก ซึ่งมีให้เลือก 3 รสชาติ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ อีกทั้งยังผลิตภายใต้มาตรฐาน HACCP และสามารถเก็บรักษาได้ที่อุณหภูมิห้อง ทำให้ผู้บริโภคสามารถเสริมโปรตีนได้ทุกที่และทุกเวลา

 

           คุ้กกี้เบคอน จากแบรนด์ Baken ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นการพลิกโฉม “เบคอน” ให้กลายเป็นของทานเล่นและของหวานรูปแบบใหม่ แบรนด์ได้พัฒนาไลน์ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม “all-bacon snack range” ไม่ว่าจะเป็น Bacon Cookies, Bacon Jam หรือ Real Bacon Crisps ซึ่งล้วนต่อยอดจากวัตถุดิบหลักอย่างเบคอนคุณภาพสูงที่ผ่านกระบวนการหมัก บ่ม และรมควันอย่างพิถีพิถัน สำหรับคุ้กกี้เบคอน จุดเด่นอยู่ที่การนำรสเค็มมันของเบคอนมาผสานเข้ากับความหวานแบบคุ้กกี้ จนเกิดเป็นรสชาติ “คาว–หวาน” ซึ่งเป็นเทรนด์รสชาติที่แปลกใหม่และน่าสนใจ พร้อมเปิดประสบการณ์การทานเล่นในรูปแบบที่สร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น

 

           BuzzClear ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อช่วยเร่งการสลายแอลกอฮอล์ในร่างกายด้วยรูปแบบแคปซูลจากฮ่องกง ผลิตภัณฑ์นี้ใช้เทคโนโลยีเอนไซม์คู่ (ADH + ALDH) ที่ผ่านการจดสิทธิบัตร จึงช่วยแปลงแอลกอฮอล์ให้กลายเป็นสารที่ไม่เป็นพิษอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยสร้างประสบการณ์ดื่มที่ปลอดภัยขึ้น โดยสูตรของเอนไซม์ของ BuzzClear ถูกออกแบบให้ปลดปล่อยที่บริเวณลำไส้เล็ก เพื่อลดภาระตับและป้องกันผลข้างเคียงจากแอลกอฮอล์ จึงช่วยลดอาการหน้าแดง ชีพจรเร็ว และอาการเมาค้างหลังการดื่ม โดยวัตถุดิบหลักผลิตมาจากตับโคธรรมชาติ (Grass-fed Beef Liver) ทำให้มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัย

 

           HYR SALT เป็นเกลือทะเลพรีเมียมจากประเทศเกาหลีที่ผ่านการบ่มมานานถึง 5 ปี นอกจากจะให้ความเค็มแล้ว ยังให้มีรสชาติหวานธรรมชาติ เนื้อเบา และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ผลิตภัณฑ์นี้มีโซเดียมต่ำ แต่แร่ธาตุสูง เหมาะกับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพและการปรุงอาหารพรีเมียม นอกจากนี้ ยังมีกลิ่นรสให้เลือกหลากหลาย เช่น ทรัฟเฟิล หอยนางรม กระเทียมดำ โสมแดง และผงโรยรสกิมจิที่ โดยผงปรุงรสถูกบรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่สะดวกใช้งาน

 

           สมูทธีพร้อมดื่มสำเร็จรูป Kencko จากลิสบอน ประเทศโปรตุเกส คัดสรรผักและผลไม้ออร์แกนิก 100% กว่า 50 ชนิด ผ่านการแช่แข็งอย่างรวดเร็วและอบแห้งอย่างช้าๆ เพื่อคงคุณค่าสารอาหาร สี กลิ่น และรสชาติ แต่ละสูตรประกอบด้วยผักผลไม้เทียบเท่า 2.5 ถ้วย ปราศจากสารเติมแต่ง ช่วยลดขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบและลดของเหลือทิ้ง สามารถชงดื่มกับน้ำหรือนมได้ทุกที่ ทุกเวลา อีกทั้งยังใช้บรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้ที่บ้าน จึงช่วยให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องง่ายและมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

           ZenxTag บริษัทสตาร์ทอัปจากฮ่องกง ได้พัฒนานวัตกรรม Spoilage Marker Dosimetric Tag (SMDT)” หรือฉลากอัจฉริยะสำหรับตรวจวัดความสดของอาหารโดยเฉพาะ ฉลากนี้สามารถติดบนบรรจุภัณฑ์อาหารแช่เย็นหรืออาหารโปรตีนสูง โดยอาศัยการตรวจจับไบโอเจนิกอะมีน ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้การเน่าเสียของอาหารโปรตีนสูง ทำให้สามารถสังเกตความสดของอาหารได้ด้วยตาเปล่า ตัวฉลากถูกออกแบบให้ติดอยู่ภายในหรือบนบรรจุภัณฑ์ พร้อมชั้นฟิล์มพลาสติกด้านบนเพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากภายนอก นอกจากนี้ ZenxTag ยังได้พัฒนาฉลากสำหรับตรวจวัดการเน่าเสียของผลไม้ เช่น ทุเรียน ได้อีกด้วย

 

           OFE+ Robot Cafe จากประเทศจีน เป็นนวัตกรรมที่ผสานเทคโนโลยี AI และหุ่นยนต์ เพื่อมอบประสบการณ์การชงกาแฟที่ทันสมัยและต่อเนื่อง โดยคุณภาพการชงใกล้เคียงกับบาริสต้ามนุษย์ ผู้บริโภคสามารถปรับความหวาน ความเข้ม และอุณหภูมิกาแฟได้ตามต้องการ ขณะเดียวกันระบบยังประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยกำลังการผลิตสูงถึง 1,000 ถ้วยต่อวัน นอกจากนี้ระบบของ OFE+ ยังเชื่อมต่อกับคลาวด์เพื่อควบคุมเมนู ตรวจสอบการทำงาน และรายงานยอดขายแบบเรียลไทม์

 

           Cuppananno ชาสมุนไพรจีนแบบแคปซูล จากฮ่องกง ออกแบบมาเพื่อให้ผู้บริโภคยุคใหม่เข้าถึงประโยชน์ของศาสตร์สมุนไพรจีนดั้งเดิมในรูปแบบที่ทันสมัยและใช้ได้กับเครื่องชงกาแฟที่รองรับแคปซูล โดยเทคโนโลยีการผลิต nanodecoct® ซึ่งได้รับการจดสิทธิบัตร ช่วยสกัดสารออกฤทธิ์ของสมุนไพรได้ภายในเวลาเพียง 1 นาที แคปซูลถูกหุ้มด้วยอลูมิเนียมที่รีไซเคิลได้ โดยผู้บริโภคสามารถเลือกสูตรตามความต้องการด้านสุขภาพเฉพาะบุคคล เช่น สูตรสำหรับสุขภาพหัวใจและการไหลเวียนโลหิต สูตรสำหรับสุขภาพภายในและการผ่อนคลาย ฯลฯ เป็นต้น

 

           ตัวอย่างนวัตกรรมจากงาน Food Expo PRO และ Hong Kong International Tea Fair 2025 สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมอาหารจากหลายประเทศ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่เทรนด์ด้านสุขภาพ ความสะดวกสบาย ความยั่งยืน และเทคโนโลยีดิจิทัล นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจและความร่วมมือระดับสากลอีกด้วย

         

           สำหรับผู้ผลิต ผู้ค้าปลีก และนักลงทุน อย่าพลาดโอกาสสำคัญในการเข้าร่วม Food Expo PRO และ Hong Kong International Tea Fair 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–15 สิงหาคม พ.ศ. 2569 มาสัมผัสนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มระดับนานาชาติอีกครั้ง พร้อมเชื่อมต่อกับผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรมและเก็บเกี่ยวแนวคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่สามารถต่อยอดสู่ธุรกิจของคุณในอนาคต

           ท่านสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมความเคลื่อนไหวของงาน Food Expo PRO และ Hong Kong International Tea Fair 2026 ได้ที่ https://www.hktdc.com/event/foodexpopro/en และลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้าได้ที่ https://shorturl.at/7V5Ov

Continue reading “Food Innovation Spotlight: Food Expo PRO & Hong Kong International Tea Fair 2025”

ตรวจสอบอย่างถูกต้อง ปกป้องแบรนด์ของคุณ กับงานสัมมนาเครื่องตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมอาหาร

          ในยุคที่ความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคคือหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน อุตสาหกรรมอาหาร การมีเครื่องมือตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพและใช้งานได้อย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ เพื่อให้ธุรกิจของท่านเติบโตอย่างยั่งยืน และเป็นไปตามข้อกำหนดต่างๆ

          บริษัทเมทเล่อร์-โทเลโด (ประเทศไทย) ขอเชิญผู้ที่สนใจและผู้ประกอบการทุกท่าน เพื่อเข้าร่วมรับฟังสัมมนาพิเศษ ทั้งในรูปแบบออนไลน์และนอกสถานที่ตลอดเดือนสิงหาคม 2568 นี้ เพื่อให้เสริมความรู้และความเข้าใจในการตรวจสอบที่แม่นยำ ถูกต้อง และช่วยปกป้องแบรนด์ของท่านได้อย่างแท้จริง ได้แก่

– งานสัมมนาหัวข้อ “เจาะลึกเครื่องตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์: เลือกให้ใช่ ใช้ให้ชัวร์” ในวันพุธที่ 13 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรมแกรนด์ อินเตอร์ โฮเทล จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อเน้นย้ำหลักการและทฤษฎีของเครื่องตรวจสอบผลิตภัณฑ์ สำหรับสิ่งที่ท่านต้องการตรวจสอบและเพิ่มความมั่นใจว่าสามารถตรวจสอบได้จริง ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติที่ได้เตรียมเนื้อหามาอย่างเข้มข้น รวมถึงการพูดคุยและตอบคำถามจากผู้เชี่ยวชาญทั้งฝ่ายขายและฝ่ายบริการ  ลงทะเบียนคลิก

 

งานสัมมนาออนไลน์ “แนวทางการเลือกเครื่องชั่งน้ำหนักอัตโนมัติ และการอ่านใบรับรองอย่างมืออาชีพ” ในวันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม 2568 พร้อมเรียนรู้เทคนิคการเลือกเครื่องชั่งน้ำหนักอัตโนมัติที่เหมาะสม เพื่อความแม่นยำในการตรวจสอบ สร้างผลกำไร ลดการแถม และวิธีอ่านใบรับรองประสิทธิภาพอย่างมืออาชีพ เพื่อประโยชน์สูงสุดในการใช้งาน ลงทะเบียนคลิก

 

งานสัมมนาออนไลน์ “มั่นใจไร้สิ่งแปลกปลอมทุกกระสอบและบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่ ด้วยเครื่องเอกซเรย์” ในวันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม 2568 ร่วมค้นพบโซลูชันการตรวจสอบด้วยเครื่องเอกซเรย์ เพื่อเสริมความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ในกระสอบและบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่ของท่านปราศจากสิ่งปลอมปน  ลงทะเบียนคลิก

 

          ให้โซลูชันเครื่องตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์จากเมทเล่อร์-โทเลโด เป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างความมั่นใจให้กับธุรกิจของท่าน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องตรวจจับโลหะ เครื่องเอกซเรย์ หรือเครื่องชั่งน้ำหนักบนสายพาน ซึ่งบริษัทฯ พร้อมมอบความรู้และสาระสำคัญที่จะช่วยให้กระบวนการผลิตของท่านปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด

Continue reading “ตรวจสอบอย่างถูกต้อง ปกป้องแบรนด์ของคุณ กับงานสัมมนาเครื่องตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมอาหาร”

Anuga Meat 2025: The Leading Meat Industry Trade Show Under the Anuga Umbrella

 

             Anuga Meat is one of ten specialized trade shows held under the Anuga umbrella, the world’s largest food and beverage trade fair. As the central platform for the global meat industry, Anuga Meat brings together producers, processors, retailers, and industry experts. From October 4 to 8, 2025, the trade fair will showcase cutting-edge product innovations, market trends, and business opportunities, shaping the future of the sector.

            With its unique “10 trade shows under one roof” concept, Anuga enables cross-industry networking while Anuga Meat remains the go-to hub for the latest developments in meat processing, convenience products, and sustainability. The demand for ready-to-cook and high-quality frozen meat products is rising, reflecting modern consumer preferences for convenience without compromising taste.

Continue reading “Anuga Meat 2025: The Leading Meat Industry Trade Show Under the Anuga Umbrella”

อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึก 3 สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว-อาหาร-บริการ พร้อมดึงผู้เชี่ยวชาญร่วมงาน Food & Hospitality Thailand 2025 หนุนการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน

            เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ได้ร่วมจัดงานเสวนา “พลิกเกมธุรกิจ ปรับกลยุทธ์ ธุรกิจบริการไทย” และงานแถลงข่าวการจัดงาน Food & Hospitality Thailand 2025 ร่วมกับสมาคมโรงแรมไทย สมาคมภัตตาคารไทย และสมาคมสปาไทย เพื่อให้ข้อมูลภาพรวมสถานการณ์ แนวโน้มทิศทาง การพัฒนา และการปรับตัวของแต่ละกลุ่มธุรกิจ กลยุทธ์การจูงใจนักท่องเที่ยวในช่วงปลายปี ซึ่งงานดังกล่าวจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-23 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 

            โดยนายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (Thai Hotels Association) กล่าวถึงทิศทางธุรกิจโรงแรมไทยและโอกาสใหม่ของการท่องเที่ยวไทย โดยการท่องเที่ยวไทยได้รับผลกระทบจากหลายปัญหา และพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป ผู้ประกอบการจึงต้องโฟกัสนักท่องเที่ยวในแต่ละช่วงเวลาให้มากขึ้น พร้อมทั้งเข้าใจในพฤติกรรม วัฒนธรรม รวมถึงหลักและข้อปฏิบัติทางศาสนาของนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่ม ซึ่งประเทศไทยยังคงมีเสน่ห์และบริการที่โดดเด่น โดยเฉพาะโรงแรมระดับ Luxury ขณะที่โรงแรมระดับรองควรเน้นสร้างประสบการณ์และการบริการที่อบอุ่นไม่แพ้กัน นอกจากนี้ การท่องเที่ยวแบบ Wellness, Healthcare และ Medical Tourism เป็นโอกาสใหม่ที่มีมูลค่าสูง

            ด้านนางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย ได้กล่าวถึงแนวทางการปรับตัวและพัฒนาร้านอาหารให้สามารถเติบโตได้ โดยมูลค่ารวมของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มปี 2568 คาดว่าจะอยู่ที่ 669,000 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงหรือเท่ากับปี พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา จากการระมัดระวังในการใช้จ่ายและการท่องเที่ยวไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แต่อาหารยังคงเป็นสิ่งจำเป็นทำให้เห็นกลุ่มธุรกิจร้านอาหารไปต่อได้ ซึ่งการแข่งขันด้านราคาไม่ใช่คำตอบเดียว แต่ต้องกลับมามองแก่นสำคัญของธุรกิจร้านอาหาร คือ รสชาติ คุณภาพ และความปลอดภัย อีกสิ่งสำคัญของร้านอาหารยุคนี้ คือ การสื่อสารและการสร้างเรื่องราวผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างตัวตนให้ผู้บริโภครู้จัก ธุรกิจร้านอาหารยุคนี้ต้องสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้ารู้สึกและอยากบอกต่อ รวมถึงเรียนรู้การใช้เทคโนโลยี เช่น การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI)

            สำหรับโอกาสด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของประเทศไทยนั้น นายสุนัย วชิรวราการ นายกสมาคมสปาไทย กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ องค์ความรู้ บริการ และความเป็นไทยยังคงเป็น Soft Power ที่ขายได้ แต่สิ่งที่ทำให้การท่องเที่ยวกลุ่มนี้น่าสนใจมากขึ้น คือ บริการด้านการดูแลจิตใจ ฟื้นฟูความสุข และผ่อนคลายความเครียด เนื่องจากวันนี้คนทั่วโลกเผชิญกับความเครียด รวมถึงแรงกดดันจากสภาพแวดล้อมทางสังคม ธุรกิจ การทำงาน และการใช้ชีวิต ดังนั้น การท่องเที่ยวที่เยียวยาทั้งจิตใจและการพักผ่อนอย่างแท้จริงจึงได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ที่ผ่านมาการท่องเที่ยวกลุ่มนี้ถูกมองเป็นกลุ่มรอง จึงถึงเวลาทบทนใหม่อีกครั้งถึงแนวทางในการทำให้การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเป็นหนึ่งในการท่องเที่ยวกระแสหลักและดึงดูดนักท่องเที่ยวมากขึ้น

            สำหรับความพร้อมของงาน Food & Hospitality Thailand 2025 นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า การจัดงานปีนี้ยังคงเผชิญความท้าทายจากภาพรวมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป ซึ่งทำให้ไทยต้องปรับสมดุลใหม่ มุ่งเน้นนักท่องเที่ยวคุณภาพ รวมถึงยกระดับสินค้าและบริการสู่ความยั่งยืน ซึ่งงานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เชื่อมโยงสู่ความเป็นเลิศในอุตสาหกรรมอาหารและการบริการ” (Connecting Excellence in Food & Hospitality) โดยได้รับความร่วมมือจากกว่า 30 องค์กรภาครัฐ สมาคม และบริษัทชั้นนำ ที่มาร่วมจัดแสดงนวัตกรรม พร้อมทั้งกิจกรรมให้ความรู้ และนำเสนอทิศทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปต่อยอดได้จริง

Continue reading “อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึก 3 สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว-อาหาร-บริการ พร้อมดึงผู้เชี่ยวชาญร่วมงาน Food & Hospitality Thailand 2025 หนุนการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน”

Food Focus Thailand ProSeries 2026: LAB & Safety Edition_EP3. Saraburi: Presentation Slide

Food Focus Thailand ProSeries: LAB & Safety Edition
วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 @ เซอร์เจมส์ รีสอร์ท จ. สระบุรี

Smart Labs. Safe Food. Strong Growth
Assuring Food Integrity for Growth and Global Standards.


09.00-10.15 ยกระดับการประเมินความเสี่ยงสู่มาตรฐานการผลิตอาหารระดับสากล

10.45-11.45 แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงแบบองค์รวมตลอดห่วงโซ่อุปทาน

โดย: ดร. เจษฎา ทิพย์มณเฑียร
สาขาการจัดการโลจิสติกส์ (นานาชาติ)
วิทยาลัยอุตสาหกรรมการบินนานาชาติ
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
FSPCA Lead Instructor

Continue reading “Food Focus Thailand ProSeries 2026: LAB & Safety Edition_EP3. Saraburi: Presentation Slide”