Skip to main content
T_OHAUS
T_GNT0126
T_VEGA
T_SAMYANG0126
T_BENEO0326
T_MTF0426
News

สุขภาพลำไส้ไม่ใช่แค่กระแส: ไขความจริง 4 ความเชื่อผิดเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร

By: Christian Philippsen
Managing Director
BENEO Asia

หลายคนคงเคยได้ยินคำแนะนำเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น “ถ้ารู้สึกร้อนในให้หลีกเลี่ยงอาหารร้อน” “ถ้าท้องอืดให้กินอาหารฤทธิ์เย็น” หรือ “ถ้าระบบขับถ่ายไม่ดีให้ดื่มชาสมุนไพร น้ำดีท็อกซ์ หรือบริโภคผลไม้เพิ่ม” แม้คำแนะนำเหล่านี้อาจช่วยบรรเทาอาการได้ในบางกรณี แต่เมื่ออาการทางระบบทางเดินอาหารเกิดขึ้นบ่อยครั้ง หรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน การคาดเดาสาเหตุด้วยตนเองอาจไม่เพียงพออีกต่อไป

 

เนื่องในวันสุขภาพระบบทางเดินอาหารโลก (World Digestive Health Day) ปี พ.ศ. 2569 องค์กรโรคระบบทางเดินอาหารโลก (World Gastroenterology Organisation; WGO) ได้รณรงค์ภายใต้หัวข้อ “Don’t Flush the Signs Away” เพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับภาวะท้องเสียเรื้อรัง ซึ่งเป็นอาการที่หลายคนมองข้ามทั้งที่อาจเป็นสัญญาณของโรคหรือความผิดปกติที่ควรได้รับการวินิจฉัยและดูแลอย่างเหมาะสม

ประเด็นนี้ยิ่งมีความสำคัญในภูมิภาคเอเชียที่มีความหลากหลายด้านอาหารและวัฒนธรรมการบริโภค ขณะเดียวกันวิถีชีวิตของผู้บริโภคก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งการรับประทานอาหารนอกบ้าน อาหารพร้อมรับประทาน และการใช้ชีวิตที่เร่งรีบมากขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพลำไส้มากขึ้น เพราะระบบทางเดินอาหารมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ระดับพลังงาน ภูมิคุ้มกัน และสุขภาพในระยะยาว

 

ความเชื่อที่ 1: อาการไม่สบายท้องเป็นเรื่องปกติ

หลายคนมองว่าอาการท้องอืด แน่นท้อง ขับถ่ายไม่สม่ำเสมอ หรือมีการเปลี่ยนแปลงของลักษณะอุจจาระเป็นเพียงผลจากความเครียด อายุที่เพิ่มขึ้น การเดินทาง หรือการรับประทานอาหารมากเกินไป แม้อาการเล็กน้อยบางครั้งอาจไม่ใช่เรื่องน่ากังวล แต่ระบบทางเดินอาหารถือเป็นหนึ่งในระบบที่ส่งสัญญาณเตือนสุขภาพได้อย่างชัดเจน หากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นบ่อยหรือส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง แทนที่จะมองว่าเป็นเรื่องปกติที่จะต้องอยู่ร่วมกับอาการเหล่านั้น

 

ความเชื่อที่ 2: สุขภาพลำไส้ขึ้นอยู่กับโพรไบโอติกส์เท่านั้น

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คำว่า “โพรไบโอติกส์” กลายเป็นคำที่ผู้บริโภคคุ้นเคยมากขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ในโยเกิร์ต เครื่องดื่มหมัก หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งจุลินทรีย์มีชีวิตเหล่านี้สามารถช่วยส่งเสริมสุขภาพลำไส้ได้ หากเป็นสายพันธุ์ที่มีงานวิจัยรองรับ อย่างไรก็ตาม การดูแลสุขภาพลำไส้ไม่ได้หมายถึง การเติมจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการดูแลและส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่มีอยู่แล้วในลำไส้ด้วย นี่คือบทบาทของ “พรีไบโอติกส์” ซึ่งเป็นสารอาหารที่จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์สามารถนำไปใช้เป็นแหล่งพลังงาน ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตและการทำงานของจุลินทรีย์เหล่านั้น โดยส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้บริโภค ดังนั้น คำถามสำคัญในการดูแลสุขภาพลำไส้อาจไม่ใช่เพียง “ฉันได้รับโพรไบโอติกส์หรือไม่” แต่ควรถามด้วยว่า “ฉันกำลังให้อาหารแก่จุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้เพียงพอหรือไม่” ต่างหาก

 

ความเชื่อที่ 3: ใยอาหารทุกชนิดเหมือนกัน

แม้ใยอาหารจะถูกพูดถึงในภาพรวมอยู่เสมอ แต่ในความเป็นจริง ใยอาหารแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน บางชนิดช่วยเพิ่มมวลอุจจาระ บางชนิดช่วยให้ขับถ่ายได้ดีขึ้น ขณะที่บางชนิดสามารถถูกหมักโดยจุลินทรีย์ในลำไส้และมีคุณสมบัติเป็นพรีไบโอติกส์ หนึ่งในกลุ่มพรีไบโอติกส์ที่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์รองรับอย่างกว้างขวาง คือใยอาหารจากรากชิโครี (Chicory Root Fiber) เช่น อินูลิน (Inulin) และโอลิโกฟรุกโตส (Oligofructose) ซึ่งมีงานวิจัยในมนุษย์มากกว่า 20 การศึกษาพบว่า สามารถช่วยส่งเสริมสุขภาพทางเดินอาหาร เพิ่มความสม่ำเสมอในการขับถ่าย และช่วยให้อุจจาระนุ่มขึ้น โดยยังคงมีความปลอดภัยและยอมรับได้ดีในผู้บริโภค สำหรับผู้ผลิตอาหาร นี่เป็นประเด็นสำคัญ เพราะการอ้างว่าเป็นผลิตภัณฑ์ “ดีต่อลำไส้” ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เพียงข้อความทางการตลาดเท่านั้น

 

ความเชื่อที่ 4: ยิ่งได้รับใยอาหารมาก ยิ่งดี

แม้ใยอาหารจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่การได้รับในปริมาณมากเกินไปอย่างรวดเร็วอาจไม่ให้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอไป สำหรับผู้ที่เคยได้รับใยอาหารน้อย การเพิ่มปริมาณใยอาหารในทันทีอาจทำให้เกิดอาการท้องอืด แน่นท้อง หรือไม่สบายท้องชั่วคราวได้ จึงควรค่อยๆ เพิ่มปริมาณใยอาหารอย่างเหมาะสม ดื่มน้ำให้เพียงพอ และเลือกแหล่งใยอาหารที่สามารถรับประทานได้เป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารประจำวัน

ในมุมของอุตสาหกรรมอาหาร การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผู้บริโภคได้รับใยอาหารในปริมาณที่เหมาะสม ผ่านรูปแบบอาหารที่คุ้นเคยและรับประทานได้ง่าย จะช่วยส่งเสริมสุขภาพทางเดินอาหารได้อย่างยั่งยืนมากกว่าการพึ่งพาการปรับพฤติกรรมแบบสุดโต่ง

 

จากความตระหนักสู่การดูแลสุขภาพลำไส้

ผลสำรวจ PwC Voice of the Consumer พ.ศ. 2568 ชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น และเลือกซื้ออาหารโดยคำนึงถึงผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตในระยะยาว สำหรับอุตสาหกรรมอาหาร นี่คือโอกาสสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สุขภาพลำไส้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว ซีเรียล เบเกอรี ผลิตภัณฑ์ทางเลือกจากพืช หรือแม้แต่อาหารเพื่อการบริโภคในชีวิตประจำวัน

อย่างไรก็ตาม การสื่อสารเรื่องสุขภาพลำไส้ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่การลดทอนความซับซ้อนของระบบทางเดินอาหารให้เหลือเพียงกระแสสุขภาพหรือส่วนผสมเพียงชนิดเดียว เพราะไม่ใช่ทุกปัญหาทางเดินอาหารจะสามารถแก้ไขได้ด้วยส่วนผสมชนิดใดชนิดหนึ่ง และไม่ใช่อาการทุกอย่างที่ควรถูกมองข้าม

 

          ท้ายที่สุด การดูแลสุขภาพลำไส้ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่อาจเริ่มจากการใส่ใจสัญญาณที่ร่างกายกำลังสื่อสาร เลือกรับประทานอาหารที่มีใยอาหารอย่างเหมาะสม เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ และไม่ละเลยการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะการมีสุขภาพลำไส้ที่ดีไม่ได้เกิดจากทางลัดหรือกระแสสุขภาพชั่วคราว แต่เกิดจากพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ถูกต้องและสม่ำเสมอในระยะยาว


เอกสารอ้างอิง / References

1 Gibson, G. R., Hutkins, R., Sanders, M. E., Prescott, S. L., Reimer, R. A., Salminen, S. J., Scott, K., Stanton, C., Swanson, K. S., Cani, P. D., Verbeke, K., & Reid, G. (2017). Expert consensus document: The International Scientific Association for Probiotics and Prebiotics (ISAPP) consensus statement on the definition and scope of prebiotics. Nature reviews. Gastroenterology & hepatology, 14(8), 491–502. https://doi.org/10.1038/nrgastro.2017.75

2 Reimer, R. A., Theis, S., & Zanzer, Y. C. (2024). The effects of chicory inulin-type fructans supplementation on weight management outcomes: systematic review, meta-analysis, and meta-regression of randomized controlled trials. The American journal of clinical nutrition, 120(5), 1245–1258. https://doi.org/10.1016/j.ajcnut.2024.09.019

3 https://www.pwc.com/gx/en/industries/consumer-markets/publications/voice-of-the-consumer-survey-2025-asia-pacific.html