ธนาคาร TD แคนาดาได้ทำการสำรวจข้อมูลความท้าทายที่อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มควรรับมือซึ่งการเปลี่ยนแปลงรูปแบบทางการค้าและบริการในปี 2020 ภายในงานสัมมนา 2019 Groceryshop เมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา พบว่าการค้าขายรูปแบบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-commerce) ภายใต้ช่องทางใหม่ๆ เป็นสิ่งที่น่าจับตามองที่สุดตามด้วยการใช้เทคโนโลยีในธุรกิจค้าปลีกและศึกษาการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคเพื่อหาช่องทางขยายตลาดสินค้าตนเองให้มากที่สุด โดยเทรนด์รูปแบบทางการค้าและบริการในปี 2020 ที่น่าจับตามอง มีดังนี้

เทรนด์ 1 แบรนด์ธุรกิจจะเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนได้จากข้อมูลพฤติกรรมการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ในยุคนี้ โดยสอดคล้องกับกลยุทธ์ห้าง Loblaw ห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งของแคนาดาที่มองว่า เทคโนโลยีปัจจุบันนี้เปิดโอกาสให้เกิดการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกกันมากขึ้น ผู้บริโภคเองสามารถเปรียบเทียบการให้บริการขายสินค้าออนไลน์จากทุกเซกเมนต์ได้ (ไม่ใช่เฉพาะผู้จำหน่ายค้าปลีกเท่านั้น) โดยผู้บริหาร Loblaw มีการวางแผนที่จะให้แบรนด์ธุรกิจของตนเองกว่าร้อยละ 70 อยู่บนแพลตฟอร์มมือถือ ซึ่งก็เพื่อความสะดวกของผู้บริโภคในการจับจ่ายสินค้ามากขึ้น และปีที่ผ่านมาได้มีการจัดหาบุคลากรอีก 1,000 ตำแหน่งสำหรับการเก็บข้อมูลลูกค้าต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมค้าปลีกในวันข้างหน้านี้

เทรนด์ 2 กลยุทธ์ด้านเวลาเป็นสิ่งจำเป็น จากพฤติกรรมความเร่งรีบในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคทำให้หลายคนรู้สึกว่าการเดินซื้อสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตกลายเป็นสิ่งที่ไม่น่าสนใจอีกต่อไป โดย Ms. Kathrine Black หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ร้านค้าปลีกและผู้บริโภคบริษัท KPMG ได้กล่าวถึงข้อมูลการจับจ่ายของผู้บริโภคในงาน 2019 Groceryshop ว่าปัจจัยด้านเวลาและราคาสินค้าเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการค้าปลีกควรคำนึงให้มากต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องเดินทางไปซื้อสินค้าที่ซูเปอร์มาร์เก็ต เพราะผลการสำรวจทัศนคติผู้บริโภคยุคปัจจุบันต่อการไปเลือกซื้อสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต พบว่าสิ่งที่สร้างความไม่พอใจ ได้แก่
– ผู้บริโภคร้อยละ 29 พบว่าการค้นหาสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตนั้นค่อนข้างยาก
– ผู้บริโภคร้อยละ 29 รู้สึกว่าการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นสิ่งที่ค่อนข้างยาก เพราะสินค้าที่วางจำหน่ายมีความหลากหลายเกินไป
– ผู้บริโภคร้อยละ 60 พบว่ามีการขาดสต๊อกสินค้าที่ต้องการบนชั้นวาง ทำให้ต้องกลับไปอีกครั้ง
– ผู้บริโภคร้อยละ 59 พบว่า ต้องมีการรอชำระเงินนานเกินไป ซึ่งค่อนข้างเสียเวลาตนเอง
ดังนั้นแล้วหากผู้ประกอบการคำนึงถึงปัจจัยด้านเวลาที่ผู้บริโภคเผชิญดังกล่าวข้างต้น ก็อาจจำเป็นสร้างกลยุทธ์การขายต่างๆ เพื่อดึงดูดลูกค้าที่ต้องการประหยัดเวลาในการเดินทางมาซูเปอร์มาร์เก็ตให้ได้
เทรนด์ 3 ประสบการณ์ช้อปปิ้งใหม่ๆ ในยุดดิจิทัล ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้บริโภคทุกวันนี้มีความคาดหวังถึงประสบการณ์ซื้อสินค้าที่ดีสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ว่าจะด้วยช่องทางจำหน่ายทางออนไลน์ มือถือหรือแม้แต่การขายหน้าร้าน (Off-line) ดังเช่นบริษัท Coca-Cola ผู้ผลิตเครื่องดื่มขนาดใหญ่ของโลกพยายามที่จะหากลยุทธ์เชื่อมต่อกับลูกค้าให้มากที่สุด โดยล่าสุดได้มีการออกแอพพลิเคชัน Sip N Scan เพื่อสื่อสารกับผู้บริโภคให้รับข่าวสาร รางวัล กิจกรรรมโปรโมชั่นสินค้าและอื่นๆ อีกมากมาย โดยเชื่อว่าการใช้เทคโนโลยีดิจิตัลจะสามารถเข้าถึง Mindset ของผู้บริโภคยุคนี้ได้ดีที่สุด ในการนี้ Coca-Cola ภูมิภาคอเมริกาเหนือยังออกแบบระบบดิจิตัลที่เชื่อมโยงกับร้านค้าปลีกที่จำหน่ายและพาร์ทเนอร์ที่ให้บริการอาหารและสินค้าของบริษัท เพื่อเก็บข้อมูลและศึกษาการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภค อันนำมาซึ่งโอกาสการขยายตัวสินค้าของบริษัทต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในปี 2020 นี้เชื่อว่าการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกค้าปลีกจะมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นและจะเกิดการแข่งขันข้ามเซกเมนต์มากขึ้น รวมถึงการแข่งขันด้านราคา การเพิ่มความหลากหลาย และสร้างความแตกต่างในสินค้า โดยเฉพาะการที่ห้างค้าปลีกรายใหญ่จะเข้ามาออกจำหน่ายสินค้าแบรนด์ตัวเอง (Private Brand) กันมากขึ้นเพราะสามารถสร้างกำไรและทำโฆษณาการตลาดได้ง่ายกว่าแบรนด์ทั่วไป ทั้งนี้จุดแข็งของซูเปอร์แห่งอนาคตนี้จะอยู่ที่การใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มทางมือถือที่กลมกลืนไปกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ดังนั้นแล้วในส่วนของผู้ประกอบการไทยในฐานะเป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้าอาหารที่ต้องปรับตัวรับมือคือการพัฒนาช่องทางสินค้าออนไลน์และข้อมูลสินค้าบนบรรจุภัณฑ์ที่ผู้บริโภคสามารถสแกนบาร์โค้ดหรือ QR โค้ด เพื่อรับข้อมูลที่มาสินค้าได้อย่างรวดเร็ว อันจะทำไปสู่ความสามารถการแข่งขันได้ทันท่วงทีต่อไป
——————————————————————————————————————–
ที่มา: สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา







