Skip to main content
News

Future Food Hub เข้าร่วมเครือข่าย Global Flagship Initiative for Food Security เปิดความร่วมมือระดับโลก ดันไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและการลงทุนระบบอาหารแห่งเอเชีย-แปซิฟิก

เปิดผลการศึกษา World Bank’s Agri-Food Business Consultation โดย นายสันติ อาภากาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง TASTEBUD LAB, Bio Buddy และ Future Food Hub ร่วมกับ ดร. การดี เลียวไพโรจน์ Chief Foresight Officer, FutureTales LAB by MQDC ชี้โอกาสพัฒนากลไกเงินทุนใหม่เพื่อขับเคลื่อน Food Security เชื่อมผู้ประกอบการไทยกับตลาดและโครงการระดับนานาชาติ พร้อมเปิดรับพันธมิตรผ่าน Future Food Hub และชวนต่อยอดความร่วมมือใน Future Food Leader Summit ปีที่ 7 ภายใต้แนวคิด “Hack Your Health”

ในวันที่ความมั่นคงทางอาหารกลายเป็นโจทย์สำคัญของโลก ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความผันผวนของห่วงโซ่อุปทาน และความต้องการอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการเพิ่มขึ้น ประเทศไทยกำลังมีโอกาสก้าวไกลกว่าบทบาทผู้ผลิตและส่งออกอาหาร สู่การเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมนวัตกรรม เทคโนโลยี เงินทุน และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อร่วมสร้างระบบอาหารที่มั่นคงและยั่งยืน

TASTEBUD LAB และ Future Food Hub ประกาศเข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่าย Global Flagship Initiative for Food Security พร้อมเปิดรับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน นักลงทุน นักวิจัย และผู้ประกอบการ เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการด้านความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ที่สามารถนำไปปฏิบัติและขยายผลได้จริง ทั้งในประเทศไทย ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และพื้นที่ที่มีความต้องการด้านความมั่นคงทางอาหารสูง เช่น ทวีปแอฟริกา

การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นภายในงาน Executive Roundtable ภายใต้หัวข้อ “From Dialogue to Investment” ณ Future Food Hub กรุงเทพมหานคร ในช่วงสัปดาห์การประชุมประจำปีของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026) ซึ่งประเทศไทยกลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้งในรอบ 35 ปี

 

เปิดมุมมองการลงทุน Food Security ระดับโลก เชื่อมศักยภาพไทยสู่โอกาสใหม่

เวที “From Dialogue to Investment” ได้รับเกียรติจาก ดร. Conrad Rein เลขาธิการ Global Flagship Initiative for Food Security ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้แทนจากหน่วยงานและองค์กรกว่า 20 แห่ง ทั้งองค์กรระหว่างประเทศ ภาครัฐ สถาบันการเงิน นักลงทุน ภาคอุตสาหกรรม และสถาบันวิจัย อาทิ Bayer Foundation, UNIDO, UNCDF, UOB Thailand, IGES, EEC, ARDA, FutureTales LAB by MQDC, BHIRAJ BURI GROUP และ FoSTAT เพื่อสำรวจโอกาสขับเคลื่อนความมั่นคงทางอาหารผ่านนวัตกรรม การลงทุน และความร่วมมือระหว่างประเทศ

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ การเชื่อมประเทศไทยเข้ากับกระแสการลงทุนด้าน Food Security ระดับโลก โดย Global Flagship Initiative for Food Security มีสมาชิกประมาณ 50 ราย และโครงการอยู่ระหว่างดำเนินงานราว 20 โครงการ มุ่งเชื่อมองค์กรระหว่างประเทศ ภาครัฐ เอกชน และนักลงทุน เพื่อพัฒนาโครงการที่สามารถสร้างผลกระทบและขยายผลได้จริง

ขณะเดียวกัน ผู้แทนจาก Institute for Global Environmental Strategies (IGES) สะท้อนทิศทางการลงทุนของ ADB ซึ่งมีกรอบสนับสนุนรวม 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี พ.ศ. 2573 สำหรับการเปลี่ยนผ่านระบบอาหารและการเกษตรอย่างยั่งยืน รวมถึงโอกาสพัฒนากลไกทางการเงินด้าน Climate-Smart Agriculture ในประเทศไทย ซึ่งอาจช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และรับมือกับความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ

 

ปลดล็อกช่องว่างเงินทุน สู่โครงการ FoodTech และ AgriTech

อีกประเด็นสำคัญจากการหารือคือ ช่องว่างด้านเงินทุนระหว่างการพัฒนานวัตกรรมกับการขยายธุรกิจเชิงพาณิชย์ ซึ่งยังเป็นข้อจำกัดของผู้ประกอบการ FoodTech และ AgriTech แม้ประเทศไทยจะมีศักยภาพด้านวิจัย เทคโนโลยี วัตถุดิบ และอุตสาหกรรมอาหาร

การนำเสนอข้อค้นพบจาก World Bank’s Agri-Food Business Consultation จึงนำไปสู่การหารือเรื่องการพัฒนา Catalytic Finance หรือกลไกเงินทุนที่ช่วยลดความเสี่ยงในระยะเริ่มต้น และเปิดทางให้ภาครัฐ องค์กรพัฒนา และนักลงทุนเอกชนสามารถร่วมสนับสนุนโครงการที่มีศักยภาพได้

นายสันติ อาภากาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง TASTEBUD LAB, Bio Buddy และ Future Food Hub กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นศูนย์กลางด้านอาหารของโลก แต่จำเป็นต้องมีกลไกทางการเงินที่เชื่อมโยงนวัตกรรมในประเทศเข้ากับเงินทุนและพันธมิตรระดับสากลอย่างเป็นระบบ โดย Future Food Hub พร้อมร่วมพัฒนาและเป็นพื้นที่สำหรับขับเคลื่อนกลไกดังกล่าวในประเทศไทย

 

Future Food Hub เชื่อมไทยสู่เครือข่าย Food Security โลก

การเข้าร่วมเครือข่าย Global Flagship Initiative for Food Security ถือเป็นก้าวสำคัญของ TASTEBUD LAB และ Future Food Hub ในการเชื่อมผู้ประกอบการ นักพัฒนาเทคโนโลยี นักวิจัย นักลงทุน และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อร่วมพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ระบบอาหารในแต่ละพื้นที่

ความร่วมมือดังกล่าวเปิดโอกาสให้ไทยต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและแปรรูปอาหาร เทคโนโลยีเกษตร นวัตกรรมวัตถุดิบ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปสู่ความร่วมมือด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน และการลงทุน โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาและภูมิภาคแอฟริกา

Future Food Hub ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่าง Bio Buddy และ BHIRAJ BURI GROUP โดยมี TASTEBUD LAB ร่วมขับเคลื่อนเครือข่ายนวัตกรรมอาหาร มุ่งทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มเชื่อม Innovation, Business และ Investment ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การทดลองตลาด การสร้างพันธมิตร ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านการลงทุน

หนึ่งในแนวทางที่เสนอคือ Joint Scoping Exercise ระยะเวลา 60–90 วัน เพื่อศึกษารูปแบบกลไกทางการเงินที่เหมาะสมกับบริบทประเทศไทย โดย Future Food Hub พร้อมทำหน้าที่เป็นพื้นที่ปฏิบัติการหรือ Living Lab สำหรับการทดลองและต่อยอดโครงการนำร่อง

 

จาก Climate-Smart Agriculture สู่ Future Food

การหารือยังสะท้อนโอกาสของประเทศไทยในการสร้างมูลค่าใหม่จาก Climate-Smart Agriculture, Future Food, Functional Food, Longevity, Smart Farming และเทคโนโลยีชีวภาพ โดยเชื่อมความหลากหลายทางชีวภาพ สมุนไพร และวัตถุดิบท้องถิ่นเข้ากับเทคโนโลยีและตลาดโลก

“From Dialogue to Investment” จึงไม่ใช่เพียงเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเชื่อม องค์ความรู้ เงินทุน เทคโนโลยี และพันธมิตร เพื่อพัฒนาโครงการ Food Security ที่สามารถเกิดขึ้นจริง ขยายผล และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อระบบอาหารในระยะยาว

TASTEBUD LAB และ Future Food Hub เตรียมสานต่อความร่วมมือผ่าน Future Food Leader Summit ปีที่ 7 ภายใต้แนวคิด “Hack Your Health” เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้นำธุรกิจ นักวิจัย ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ นักลงทุน และองค์กรพันธมิตร ร่วมสำรวจอนาคตของอาหาร สุขภาพ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เพราะอนาคตของอาหารไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราผลิตได้มากเพียงใด แต่ขึ้นอยู่กับว่า เราจะเชื่อมความรู้ เงินทุน และผู้คน เพื่อสร้างระบบอาหารที่ดีขึ้นให้กับโลกได้อย่างไร


สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและติดต่อหารือแนวทางความร่วมมือได้ที่ https://www.tastebudlab.com/future-food-hub-1