ในอดีต หากพูดถึงคำว่า “ฮาลาล” ภาพที่นึกถึงคงเป็นเรื่องของศาสนาและข้อกำหนดทางศาสนบัญญัติสำหรับผู้บริโภคมุสลิม แต่ในปี พ.ศ. 2569 ความหมายของฮาลาลได้ขยายออกไปไกลกว่านั้นมาก และอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลกกำลังจับตามองมาตรฐานนี้ในฐานะเครื่องมือสร้างความเชื่อมั่นที่ทรงพลังมากที่สุดในตลาดโลก

HALAL IS CHANGING: จากมาตรฐานศาสนา สู่มาตรฐานแห่งความไว้วางใจ
ในอดีต ฮาลาลทำหน้าที่เป็นกุญแจไขประตูสู่ตลาดมุสลิม การขอรับรองฮาลาลจึงมักมีเป้าหมายหลักเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเฉพาะ และนั่นคือจุดสิ้นสุดของบทบาท แต่ปัจจุบัน ฮาลาลได้พัฒนาตัวเองขึ้นมาเป็นระบบบริหารจัดการคุณภาพที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่แหล่งวัตถุดิบไปจนถึงมือผู้บริโภค
การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดจากแรงผลักดันทางศาสนาเพียงอย่างเดียว แต่มาจากพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับ Food Safety, Traceability, Ethical Production และ Transparency มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผู้บริโภคไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดต่างมองหาผลิตภัณฑ์ที่สามารถบ่งบอกถึงแหล่งที่มาได้ ดังนั้น ฮาลาลซึ่งมีระบบตรวจสอบและการขอรับรองที่เข้มงวดจึงตอบโจทย์ความคาดหวังของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างครบถ้วน
GLOBAL HALAL MARKET: ตัวเลขที่บอกว่านี่ไม่ใช่แค่ “ตลาดเฉพาะกลุ่ม”
ประชากรมุสลิมทั่วโลกมีมากกว่า 2 พันล้านคน และกำลังซื้อของผู้บริโภคกลุ่มนี้ไม่ใช่ตัวเลขที่ควรมองข้าม จากรายงานของ State of the Global Islamic Economy (SGIE) Report 2025/26 โดย DinarStandard พบว่ามูลค่าของเศรษฐกิจอิสลาม (Islamic Economy) ทั่วโลกอยู่ที่ 2.6 ล้านล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี พ.ศ. 2567 และคาดว่าจะเติบโตขึ้นเป็น 3.56 ล้านล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี พ.ศ. 2572
ในบรรดาทุกเซกเตอร์ภายใต้เศรษฐกิจอิสลาม ไม่ว่าจะเป็นการเงิน การท่องเที่ยว เครื่องสำอาง หรือยา อาหารฮาลาลยังคงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด โดยมีมูลค่าตลาดราว 1.53 ล้านล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี พ.ศ. 2567 ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงสถิติ แต่คือโอกาสที่รอผู้ประกอบการไทยอยู่
สำหรับประเทศไทย จุดแข็งในตลาดฮาลาลโลกนั้นมีอยู่จริงและจับต้องได้ โดยประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกสินค้าฮาลาลมากกว่า 200,000 ล้านบาทต่อปี คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 5-6 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด* สินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ อาหารทะเลแช่แข็งและแปรรูป ไก่แช่แข็งและแปรรูป ข้าว ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป และเครื่องปรุงรส โดยมีตลาดเป้าหมายสำคัญอยู่ในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง อาเซียน และแอฟริกาเหนือ นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีระบบการรับรองฮาลาลที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ผ่านสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (CICOT) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับของประเทศคู่ค้าในหลายภูมิภาค
HALAL INNOVATION: เมื่อมาตรฐานพบกับเทคโนโลยี
อนาคตของอุตสาหกรรมฮาลาลไม่ใช่แค่การขยายฐานตลาด แต่อยู่ที่การสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ในทุกมิติ แนวโน้มที่กำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ในปัจจุบันจึงประกอบด้วยกระแสต่างๆ ที่ดำเนินไปพร้อมกัน อาทิ
Functional Food หรืออาหารเชิงสุขภาพที่มีคุณประโยชน์เฉพาะเจาะจงนอกเหนือจากโภชนาการพื้นฐาน กำลังได้รับความนิยมสูงในกลุ่มผู้บริโภคมุสลิมที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ควบคู่กับ Plant-based Food ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในตลาดโลก และในตลาดฮาลาลก็เช่นกัน เพราะผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืชหลายประเภทสามารถขอรับรองฮาลาลได้ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเปิดตลาดใหม่ได้กว้างกว่าเดิม
Clean Label คือทิศทางที่ผู้บริโภคร้องขอ ด้วยส่วนประกอบที่เรียบง่าย กระบวนการผลิตที่โปร่งใส และสารเติมแต่งน้อยที่สุด แนวคิดนี้สอดคล้องกับหลักการฮาลาลที่เน้นความบริสุทธิ์และความชัดเจนในทุกขั้นตอน Sustainable Food และ Personalized Nutrition ก็กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคมุสลิมรุ่นใหม่ที่เชื่อมโยงค่านิยมทางศาสนาเข้ากับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสุขภาพส่วนบุคคล
หนึ่งในแนวโน้มที่น่าจับตามองที่สุดคือ Digital Traceability การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการติดตามและตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานฮาลาลตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งไม่เพียงเพิ่มความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค แต่ยังช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถพิสูจน์คุณภาพได้อย่างเป็นรูปธรรมในตลาดที่มีการแข่งขันสูง

ในบริบทดังกล่าว โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการ SMEs ไทย ทั้งในด้านการพัฒนามาตรฐานฮาลาล การสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และการออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อรองรับตลาดส่งออกที่มีความต้องการเฉพาะมากขึ้น
เพื่อสะท้อนให้เห็นภาพของนวัตกรรมอาหารฮาลาลไทยที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน ต่อไปนี้คือ ตัวอย่างผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการไทยที่ได้รับการสนับสนุนจาก ITAP และจะนำมาจัดแสดงภายใน ITAP Pavilion ในงาน Grand Halal Bangkok 2026
Coco Harvest Premium Coconut Water โดย Family Green Harvest: น้ำมะพร้าวออร์แกนิก Non-GMO ที่ไม่ผ่านความร้อน ไม่เติมน้ำตาล และอุดมด้วยอิเล็กโทรไลต์ครบ 5 ชนิด จุดเด่นที่ทำให้ผลิตภัณฑ์นี้แตกต่างจากน้ำมะพร้าวทั่วไปคือสีชมพูที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งบ่งบอกถึงสารต้านอนุมูลอิสระในผลิตภัณฑ์

Larna Cake โดย Food Covery: เค้กช็อกโกแลตแช่แข็งที่มาในถาดอลูมิเนียมพร้อมทาน มีให้เลือกหลายรสชาติทั้งช็อกโกแลต มัทฉะ ชาไทย พิสตาชิโอ และกาแฟ จุดขายอยู่ที่ความสะดวกในการเสิร์ฟและอายุการเก็บรักษาที่ยาวนาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการส่งออก

Protein Chips โดย T.Thai Snack Foods: ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสะท้อนเทรนด์อาหารแห่งอนาคต (Future Food) ได้อย่างชัดเจน โดยนำโปรตีนจากพืชมาเป็นส่วนประกอบหลัก ช่วยเพิ่มปริมาณโปรตีนให้สูงกว่ามันฝรั่งทอดทั่วไป พร้อมตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ ผู้ควบคุมน้ำหนัก และกลุ่มคนออกกำลังกายที่มองหาอาหารว่างที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น

Images are from: https://www.facebook.com/photo?fbid=122163390632700268&set=pcb.122163391640700268
GRAND HALAL BANGKOK 2026: จุดนัดพบของนวัตกรรม โอกาส และเครือข่ายธุรกิจ
ทุกกระแสที่กล่าวมาข้างต้นจะมาบรรจบกันในงาน Grand Halal Bangkok 2026 ระหว่างวันที่ 15-17 กรกฎาคม 2569 ณ ไบเทคบางนา กรุงเทพฯ งานนี้ไม่ใช่แค่งานจัดแสดงสินค้า แต่เป็นเวทีที่ผู้ประกอบการ นักวิจัย นักพัฒนาผลิตภัณฑ์ และนักลงทุนจากทั่วภูมิภาคมาพบกันเพื่อสร้างอนาคตให้กับอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล พร้อมอัปเดตเทรนด์ตลาดฮาลาลโลกจากผู้เชี่ยวชาญ เรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตที่ล้ำหน้า และที่สำคัญที่สุดคือ โอกาสในการสร้างเครือข่ายธุรกิจกับพันธมิตรจากทั่วภูมิภาค ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ grandhalalbangkok.com
เอกสารอ้างอิง / References
*https://www.thic.or.th/th/info/detail/halal-export-hl2/8
https://www.dinarstandard.com/insights/state-of-the-global-islamic-economy-report-2025-26
https://www.facebook.com/share/18iUur7DhJ/







