สถาบันอาหาร (NFI) ประกาศก้าวใหม่ในโอกาสครบรอบ 30 ปี เดินหน้าพลิกบทบาทสู่การเป็น Next-Generation Food Accelerator พร้อมเปิดตัว “NFI FoodNEXT Platform” แพลตฟอร์มขับเคลื่อนนวัตกรรมอาหารแบบ End-to-End ภายใต้แนวคิด “Ease of Doing Innovation” มุ่งลดความซับซ้อนในการเข้าถึงบริการด้านนวัตกรรม และเชื่อมโยงตั้งแต่ R&D ระบบมาตรฐานและกฎระเบียบ โรงงานต้นแบบ การเข้าถึงตลาด ไปจนถึงการเชื่อมต่อแหล่งทุนอย่างครบวงจร ตั้งเป้าช่วยผู้ประกอบการเร่งพัฒนานวัตกรรมได้เร็วขึ้นร้อยละ 30–40 และลดต้นทุน R&D ลงร้อยละ 20–50

นางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร (NFI) กล่าวว่า ตลอดสามทศวรรษที่ผ่านมา สถาบันอาหารทำงานเคียงข้างผู้ประกอบการทุกระดับ ตั้งแต่ SMEs รายเล็กไปจนถึงผู้ส่งออกขนาดใหญ่ และพบว่า “โจทย์จริง” ของอุตสาหกรรมไม่ใช่เพียงการมีองค์ความรู้หรือเทคโนโลยีแยกส่วน แต่คือการมีระบบที่เชื่อมทุกองค์ประกอบให้เดินหน้าไปด้วยกันแบบครบวงจร ความเข้าใจเชิงลึกนี้จึงถูกต่อยอดเป็นรากฐานของ NFI FoodNEXT Platform ที่ออกแบบมาเพื่อทำให้การพัฒนานวัตกรรม “เข้าถึงได้จริง ไม่ซับซ้อน และเห็นผลได้เร็ว”
การยกระดับบทบาทในปี พ.ศ. 2569 ถูกวางให้เป็นจุดเปลี่ยนสู่ทศวรรษใหม่ โดยสถาบันอาหารจะขยับจากการเป็นหน่วยงานสนับสนุนทางเทคนิค ไปสู่การทำหน้าที่เสมือน Integrated Food Innovation Incubator เชื่อมต่อการวิจัย มาตรฐาน กฎระเบียบ โรงงานต้นแบบ ตลาด และเงินทุนให้เป็นระบบเดียวกัน เพื่อผลักดันประเทศสู่การเป็น National Food Innovation Platform และเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจอาหารไทยในระยะยาว ภายใต้ยุทธศาสตร์หลัก 3 แกน ได้แก่ การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรมและอาหารมูลค่าสูง (High-Value Creation) การยกระดับความเชื่อมั่นและการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล (Global Trust & Compliance) และการผลักดันแบรนด์อาหารไทยสู่ระดับโลก (Thai Brand Excellence & Globalization)

สถาบันอาหาร เปิดตัว NFI FoodNEXT Platform เป็นโครงการหลักปี 2569 มุ่ง “ปิดช่องว่าง” ระหว่างงานวิจัยกับการผลิตเชิงพาณิชย์ ผ่านระบบนิเวศนวัตกรรมอาหารแบบ One-Stop เชื่อม 5 กลไกสำคัญ ได้แก่ R&D ระบบมาตรฐานและกฎระเบียบ โรงงานผลิตนำร่อง การเข้าถึงตลาดใน–ต่างประเทศ และแหล่งทุน/การลงทุน ตั้งเป้าช่วยผู้ประกอบการเร่งพัฒนานวัตกรรมได้เร็วขึ้นร้อยละ 30–40 และลดต้นทุน R&D ได้ร้อยละ 20–50
แพลตฟอร์มทำงานร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรภาครัฐและเอกชน อาทิ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ Food Innopolis Science Park สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย TED Fund สมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน และ SME Bank เพื่อยกระดับระบบนิเวศนวัตกรรมอาหารไทยอย่างเป็นรูปธรรม
ปี พ.ศ. 2569 คาดมูลค่าส่งออกอาหารแตะ 1.55 ล้านล้านบาท เติบโตร้อยละ 2.6 จากโอกาสในตลาดใหม่ เช่น ยุโรปตะวันออก CIS เอเชียใต้ และแอฟริกา ท่ามกลางความท้าทาย Green Compliance และโอกาสในตลาด Personalized & Precision Nutrition, Silver Economy และ Halal
สถาบันอาหารจึงผลักดันมาตรฐาน Food Safety และ Traceability ตั้งแต่ต้นน้ำ โดยมี FoodNEXT เป็นแกนกลาง สู่ 3 เป้าหมายหลัก: Speed to Market, Cost Efficiency และ Trust & Reliability พร้อมบทบาท “Next-Generation Food Accelerator” พาผู้ประกอบการไทยเติบโตในเวทีโลกอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ยังได้ทางทีมสถาบันอาหารยังพาเยี่ยมชมบริการด้านต่าง ๆ จำลองสถานการณ์
การเป็นผู้ประกอบการในธุรกิจอาหารที่เข้าร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ กับ NFI 3 จุด ได้แก่

จุดที่ 1 – NFI Culinary Center ตั้งอยู่บริเวณชั้น 3 ของอาคารศูนย์การเรียนรู้อาหารไทย (Thai Food Heritage: TFH) ภายในพื้นที่ของสถาบันอาหาร มีพื้นที่ให้บริการ 2 ส่วน ดังนี้
1. ห้อง Cooking Class ขนาดพื้นที่ประมาณ 256 ตารางเมตร มีทั้งหมด 6 station สามารถรองรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้30-50 คน ห้องครัวเต็มรูปแบบเทียบเท่าครัวโรงแรม 5 ดาว แยกเป็นสัดส่วนชัดเจน พร้อมอุปกรณ์ครัวอำนวยความสะดวกครบครัน รองรับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทำอาหาร ดังนี้
– การจัดการเรียนการสอน การปรุงประกอบอาหาร กิจกรรม workshop ทั้งหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน
– ครัวกลางสำหรับทำอาหารส่ง หรือเป็นโมเดลธุรกิจร้านอาหารในรูปแบบที่ไม่มีหน้าร้าน (Cloud Kitchen)
– สถานที่จัดประกวดแข่งขันการทำอาหารของนักเรียน/นักศึกษา/เชฟ
– สถานที่ทดสอบฝีมือแรงงาน
– สถานที่สำหรับการถ่ายสื่อโฆษณา/ภาพยนตร์เป็นต้น
2. ห้อง Demonstration มีขนาดพื้นที่ประมาณ 142 ตารางเมตร เป็นห้องสาธิตความรู้ด้านอาหาร ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ สามารถจัดกิจกรรม Work Shop และกิจกรรมอื่น ๆ ได้หลายรูปแบบ อาทิ
– สาธิตการใช้วัตถุดิบ สารปรุงรส สินค้าขององค์กรให้กับลูกค้า
– เช่าถ่ายทำรายการอาหาร ถ่ายโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหาร
– Training พนักงานร้านอาหารเกี่ยวกับเมนูใหม่
– จัดกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ในองค์กร (Team Building) ผ่านการทำอาหาร

จุดที่ 2 – ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีและโรงงานต้นแบบอุตสาหกรรมอาหาร
(Food Innovation & Technology Center by NFI) ชั้น 1 รับจ้างผลิตสินค้านำร่องเพื่อทดลองเชิงพาณิชย์ (Pilot Scale OEM) และให้บริการเทคโนโลยีสำหรับการแปรรูปอาหารมูลค่าสูง (High Value) อาทิ
- Retort: เทคโนโลยีสำหรับอาหารพร้อมรับประทาน (Ready-to-eat) บรรจุถ้วย/ถุงรีทอร์ท แกง ซุป ข้าว อาหารเปียก ขนมไทย ซอส และเครื่องดื่ม
- Freeze Dryer: เทคโนโลยีสำหรับผลไม้แห้งพรีเมียม กาแฟสำเร็จรูป ผงโปรตีน ผงสมุนไพร อาหารที่ต้องการคงรูปและสารอาหาร
- Vacuum Fryer: เทคโนโลยีสำหรับผักผลไม้ทอดกรอบ ขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ Low-Fat
- Tray Dryer: เทคโนโลยีสำหรับผักผลไม้อบแห้ง เช่น กล้วย มะม่วง หรือ อาหารที่ต้องการลดความชื้นทั่วไป ผงสมุนไพร ผงปรุงรส
- เครื่องจักรอื่นๆ เช่น Vacuum Dryer, Airblast Freezer, Hard Serve (Ice cream), Extruder
บริการนี้ตอบโจทย์เทรนด์ Future Food และการยืดอายุสินค้า สำหรับผู้ประกอบการ SMEs, Start-up และวิสาหกิจชุมชน ที่ต้องการทดสอบตลาดในสเกลเล็กก่อนขยายสู่เชิงพาณิชย์ พร้อมยกระดับผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับการผลิตระดับอุตสาหกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ ครบวงจรด้วย Regulatory Support ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบ/ฉลากอาหาร เพื่อให้สินค้าพร้อมวางจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออก

จุดที่ 3 – ฝ่ายบริการห้องปฏิบัติการ (LAB) สายงานบริการมาตรฐาน สถาบันอาหาร ตั้งอยู่ภายในอาคารเอ สถาบันอาหาร บริเวณชั้น 2 – 3 มีบริการด้านการตรวจวิเคราะห์ สอบเทียบเครื่องมือ และทดสอบความชำนาญ ดำเนินงานตามระบบมาตรฐานห้องปฏิบัติการ สร้างความมั่นใจในความถูกต้อง แม่นยำ ภายใต้การดำเนินงานของ นักวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ ตลอดการให้บริการทุกขั้นตอน โดยมีบริการทั้งหมด 4 แผนก ได้แก่
1. แผนกเคมี บริการทดสอบด้านเคมี ทั้งด้านความปลอดภัยอาหาร เช่นการตรวจวิเคราะห์ ปริมาณโลหะหนัก สารพิษจากเชื้อรา วัตถุเจือปนอาหาร ยาสัตว์ตกค้าง สารตกค้างยาฆ่าแมลง การตรวจผลิตภัณฑ์ฮาลาล และการตรวจวิเคราะห์เพื่อจัดทำฉลากโภชนาการ
2. แผนกจุลชีววิทยา บริการทดสอบด้านจุลชีววิทยา งานด้านชีวโมเลกุล การตรวจผลิตภัณฑ์ฮาลาล และการตรวจวิเคราะห์เพื่อประเมินอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์
3. แผนกสอบเทียบ บริการสอบเทียบเครื่องมือวัดให้แก่ห้องปฏิบัติการที่ใช้ในการควบคุมคุณภาพหรือประกันคุณภาพของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งเครื่องมือวัดที่ใช้ในกระบวนการผลิต ให้บริการสอบเทียบในหลายสาขาได้แก่ มวล ปริมาตร อุณหภูมิ เคมี ความดัน รวมทั้งมีบริการ One Stop Calibration Services ส่งต่อชิ้นงานให้แก่ห้องปฏิบัติการพันธมิตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 เพื่อความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ และบริการให้คำปรึกษาและอบรมเชิงลึกด้านการสอบเทียบแก่หน่วยงานที่สนใจ
4. แผนกทดสอบความชำนาญ บริการทดสอบความชำนาญด้านทดสอบในห้องปฏิบัติการ มุ่งเน้นการให้บริการทดสอบความชำนาญ (Proficiency Testing; PT) ครอบคลุมด้านจุลชีววิทยาและเคมี แก่ห้องปฏิบัติการทดสอบทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการประกันคุณภาพผลการทดสอบ ส่งเสริมความเชื่อมั่นในคุณภาพและมาตรฐานของผลการทดสอบแก่ผู้ใช้บริการ







