ส่องเทรนด์อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์และสัตว์ปีกที่น่าสนใจจากงานสัมมนา Food Focus Thailand Roadmap 49: Meat & Poultry Edition 2019 # Trend & Ideation ซึ่งได้นำเสนอแนวโน้มและเทรนด์ฮิตในวงการอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์และสัตว์ปีกภายใต้ความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค กระแสรักษ์โลก โปรตีนจากพืช และอีกหลากหลายความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามอง
Transparency, Natural, Sustainability…3 เทรนด์สำคัญต่อไปนี้ได้รับการถ่ายทอดโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กนิฐพร วังใน ภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งได้แชร์ข้อมูลด้านเทรนด์สำคัญในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์และสัตว์ปีกภายใต้การวิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภค และวิทยาศาสตร์เนื้อสัตว์ที่พร้อมตอบโจทย์ด้านนวัตกรรม…มาดูกันว่าวงการอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์และผู้บริโภคเขามองอะไรในปี 2020 นี้…

Transparency ความโปร่งใส
ในทุกวันนี้ ถ้าเราเลือกได้…เวลาเราไปซื้อสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตในกลุ่มสินค้าแบบเดียวกัน เช่น เนื้อสัตว์ตัดแต่งพร้อมปรุง หากสินค้าแบรนด์ใดที่ให้ข้อมูลที่มาที่ไปกับเราได้เราก็รู้สึกยินดีที่จะซื้อสินค้านั้นมากกว่าแบรนด์อื่น ซึ่งการให้ข้อมูลว่าเนื้อหมูนี้มาจากโรงงานใด เลี้ยงอย่างไร มาจากฟาร์มใด มีการขนส่งมาอย่างไร เหล่านี้เป็นสิ่งที่แสดงถึงที่มาที่ไปของสินค้าที่ผู้บริโภคสามารถรับรู้ได้
จากการสำรวจผู้บริโภคเมื่อปี 2018 พบว่าผู้บริโภค 75% หันมาเลือกซื้อสินค้าที่พวกเขาสามารถทราบถึงข้อมูลและความโปร่งใสของสินค้าแม้ว่าสินค้านั้นจะมีราคาสูง ดังนั้น การให้ข้อมูลกับผู้บริโภคจึงเป็นโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าได้ทางหนึ่ง อย่างไรก็ตาม Transparency มักมาคู่กับคำว่า Traceability แต่ในส่วนของ Traceability หรือการตรวจสอบย้อนกลับนั้นเป็นสิ่งที่ผู้ผลิตจะมองเพื่อตรวจสอบผลิตภัณฑ์ย้อนกลับไปเพื่อดูที่มาที่ไป แต่ถ้าในมุมมองของผู้บริโภคนั้น Transparency หรือความโปร่งใส่จะมองทั้งระบบ คล้ายกับนำจิ๊กซอ Traceability มาต่อกันเป็นภาพใหญ่ ฉะนั้นสองคำนี้มักจะถูกพูดไปด้วยกัน ดังนั้น การทำข้อมูล Traceability ที่ถูกต้องเพื่อให้เกิด Transparency หรือความโปร่งใสในมุมของผู้บริโภคจะนำไปสู่กระบวนการผลิตอาหารที่ปลอดภัย และที่สำคัญคือสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าที่ปลอดภัย

การทำระบบ Traceability ที่ประสบความสำเร็จจะอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลขนาดใหญ่ หรือระบบคลาวด์ที่มีการเก็บข้อมูลตั้งแต่ฟาร์มจนถึงมือผู้บริโภคอย่างเป็นระบบ เช่น ในซูเปอร์มาร์เก็ตกรุงวอชิงตันพบว่าก่อนที่ผู้บริโภคจะตัดสินใจเลือกซื้อหมูสดแพ็กนั้น ผู้บริโภคจะพิจารณาเรื่องความโปร่งใสของเนื้อหมูสดที่แพ็กในถาด โดยสิ่งที่ผู้บริโภคสนใจก็คือ เนื้อหมูนี้ผ่านการเลี้ยงมาอย่างไร มีการใช้ยาปฏิชีวนะหรือมีกระบวนการแปรรูปมาอย่างไร…
มาดูทางด้านการทำระบบความโปร่งใส่กันบ้าง…การทำระบบ Transparency เริ่มจากอะไร?
การทำระบบ Transparency เริ่มจากฟาร์ม โดยเกษตรกรจะเป็นผู้เก็บข้อมูลการเลี้ยงสัตว์ เช่น ประเภท สายพันธ์สัตว์ที่เลี้ยง เพศ อายุ น้ำหนัก ถัดมาคือการบันทึกข้อมูลของสัตวแพทย์ที่มาให้ยา ฉีดวัคซีน และข้อมูลการให้อาหารสัตว์โดยนักสัตวบาล ข้อมูลต่างๆ เหล่านี้จะเก็บบันทึกไว้ในระบบคลาวด์ จนมาถึงโรงเชือดก็จะเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เช่น น้ำหนัก ภาวะผิดปกติใดใดหรือไม่ จนกระทั่งมาถึงโรงงานผลิตจะเก็บข้อมูลต่อเนื่องไปอีกว่าเนื้อหมูที่ผ่านกระบวนการเข้ามานั้นมาจากไหน แปรรูปเป็นอะไรออกไป ข้อมูลทั้งหมดนี้จะถูกบันทึกและรวบรวมในระบบซึ่งสามารถพิมพ์ออกมาในรูปแบบ QR code ติดบนสินค้าเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับไปได้
Transparency หรือความโปร่งใสของสินค้าอาหารได้รับความสนใจมากขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคยุโรปที่เลือกพิจารณาสินค้าจากความโปร่งใสของสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อมากขึ้น … Transparency จึงเป็นเทรนด์สำคัญที่มีผลต่อการผลิตสินค้าและเป็นช่องทางที่ผู้ผลิตจะสามารถใช้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าได้







