Skip to main content
T_SAMYANG0126
T_GNT0126
THAICARGOEXPO1025
T_OHAUS
T_Interpack26
T_VEGA
Roadmap

Roadmap Chilled & Frozen Products Edition 2025

Food Focus Thailand Roadmap 2025: Chilled & Frozen Technology Edition
9 July 2025 @ Jupiter Room 11-13, Challenger Hall, IMPACT
Unlocking Freshness: Advances in Chilled and Frozen Tech


จากการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมอาหารแช่เย็นและแช่แข็งในปี พ.ศ. 2568 ซึ่งได้รับแรงขับเคลื่อนจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน ตั้งแต่การใส่ใจสุขภาพ ความต้องการสินค้าพรีเมียม รวมถึงการตระหนักถึงความยั่งยืน ผู้บริโภคจึงหันมาเลือกอาหารแช่เย็นและแช่แข็งที่ดีต่อสุขภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกันผู้ผลิตต้องเผชิญกับความท้าทายในการบริหารห่วงโซ่ความเย็นและการจัดเก็บสินค้าให้มีคุณภาพ ซึ่งต้องอาศัยเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อลดการใช้พลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่มาของการจัดงานสัมมนา Food Focus Thailand Roadmap 2025: Chilled & Frozen Technology Edition เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา

งานนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรจากสถาบันชั้นนำของประเทศไทยที่มาร่วมแชร์ความรู้และประสบการณ์ด้านอาหารแช่เย็นและแช่แข็งแบบเจาะลึก โดย รศ.ดร. วรรณสวัสดิ์ รัฐพิทักษ์สันติ จากคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้กล่าวถึงนวัตกรรมการผลิตอาหารแช่เย็นและแช่แข็งสมัยใหม่ ซึ่งได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากเทคโนโลยีดั้งเดิมสู่เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เน้นประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เช่น เทคโนโลยี Ultrasonic Assisted Immersion Freezing (UIF) ที่เป็นการใช้คลื่นอัลตราโซนิกเพื่อเร่งการสร้างผลึกน้ำแข็งขนาดเล็ก เทคโนโลยี High Pressure Freezing (HPF) ที่ใช้แรงดันสูงเพื่อลดจุดเยือกแข็งของน้ำและควบคุมการเกิดผลึก เทคโนโลยี Electrostatic Field Freezing (EFF) ที่ใช้สนามไฟฟ้ากระตุ้นให้เกิดการสร้างผลึกอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงเทคโนโลยี High Pressure Processing (HPP) ที่ใช้ความดันสูงในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ในอาหารพร้อมรับประทานก่อนบรรจุหรือแช่แข็ง ซึ่งจะช่วยยืดอายุของอาหารได้ 3-10 เท่าโดยไม่ลดทอนคุณภาพ แต่จำเป็นต้องใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีความยืดหยุ่นสูง เช่น PET และ PP เป็นต้น

ด้านคุณพิชัย จรุงพิทักษ์สกุล ผู้จัดการฝ่ายขายแผนกเครื่องตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ จากบริษัท เมทเล่อร์-โทเลโด (ประเทศไทย) จำกัด ได้มาร่วมแชร์นวัตกรรมการตรวจจับสิ่งปลอมปนด้วยเครื่องตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ อาทิ ระบบตรวจจับโลหะ และระบบเอ็กซเรย์ ซึ่งการควบคุมคุณภาพในกระบวนการผลิตอาหารแช่เย็นและแช่แข็งนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการตรวจจับสิ่งแปลกปลอม เช่น โลหะ แก้ว หิน หรือพลาสติก เพื่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภค และลดความเสียหายต่อเครื่องจักร รวมถึงรักษาภาพลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งทั้งสองระบบนี้ต่างมีข้อดีและข้อจำกัดในการใช้งานที่แตกต่างกันไป และในหลายกรณีควรใช้ร่วมกันเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ก่อนส่งถึงมือผู้บริโภค

          คุณอาทิตย์ เวชกิจ รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน ด้านอนุรักษ์พลังงาน จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้กล่าวถึงแนวทางการลดต้นทุนให้ตรงจุดจากพลังงานทางเลือกเพื่อการผลิตอาหารแช่เย็น โดยการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) เป็นประเด็นสำคัญในภาคอุตสาหกรรมอาหาร โดยเฉพาะในบริบทของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการบรรลุเป้าหมายด้านการลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนจากทั่วโลก ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความตระหนักในด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และพร้อมจ่ายราคาที่สูงขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน โดยแนวทางการลดก๊าซคาร์บอนในอุตสาหกรรมอาหารในปัจจุบันมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้พลังงานหมุนเวียนจากนวัตกรรมต่างๆ อย่างการติดตั้งโซล่าเซลล์ในรูปแบบต่างๆ ทั้งแบบ Solar rooftop และ Solar floating นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงหนึ่งในนวัตกรรมสำคัญเพื่อแก้ปัญหาการขนส่งผลผลิตทางการเกษตร คือ ตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมอุณหภูมิและความชื้น (SMI) ซึ่งจะช่วยควบคุมอุณหภูมิและความชื้นแยกอิสระ ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ถึงร้อยละ 50 ซึ่งเหมาะกับการขนส่งผลผลิตทางไกล ช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาด และยกระดับความมั่นคงทางธุรกิจของเกษตรกรอย่างยั่งยืน

ขณะเดียวกัน ดร. สรพล บูรณกูล จากวิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้กล่าวถึงแนวทางจัดการระบบคลังสินค้าตลอดโซ่ความเย็น โดยในระบบห่วงโซ่อุปทานสำหรับอาหารแช่เย็นและแช่แข็ง การจัดการโลจิสติกส์และคลังสินค้าถือเป็นหัวใจสำคัญในการลดการสูญเสียอาหาร (Food Loss) และขยะอาหาร (Food Waste) อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง Krungthai COMPASS ได้ประเมินว่ามูลค่าของอาหารที่สูญเสียอาจสูงถึง 1.88 แสนล้านบาท หรือประมาณหนึ่งในสามของมูลค่าในธุรกิจอาหารทั้งหมด ดังนั้น เพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว การควบคุมอุณหภูมิอย่างเหมาะสมในแต่ละประเภทของอาหารจึงเป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและระบบสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพ เช่น รถบรรทุกควบคุมอุณหภูมิ ระบบเซนเซอร์ตรวจวัดความชื้นและอุณหภูมิ รวมทั้งกระบวนการจัดการที่ดี ทั้งนี้อุตสาหกรรมคลังสินค้าแช่เย็นในปัจจุบันกำลังก้าวไปสู่การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ระบบจัดเก็บสินค้าอัตโนมัติ (ASRS) การใช้ AI และ Machine Learning ในการปรับอุณหภูมิอย่างแม่นยำ รวมถึงการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ในระบบ ซึ่งล้วนส่งผลต่อความยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานอาหาร

สำหรับ ดร. ณัฐนรินทร์ เนียมประดิษฐ์ ผู้ก่อตั้ง Lean Business Design Thailand ได้มาร่วมแชร์ไอเดียในการพัฒนานวัตกรรมการผลิตอาหารแช่เย็นและแช่แข็งอย่างสร้างสรรค์ โดยการผลิตอาหารแช่เย็นและแช่แข็งในยุคปัจจุบันจำเป็นต้องอาศัยการพัฒนาเชิงนวัตกรรมเพื่อสร้างความแตกต่างและคุณค่าในเชิงผู้บริโภคอย่างรอบด้าน โดยแนวคิดหลักของการถอดไอเดียเพื่อพัฒนาอาหารในรูปแบบนี้ตั้งอยู่บนกรอบ Unique Value ไม่ว่าจะเป็นด้าน Functional, Emotional, Life Changing และ Social Impact ซึ่งการพัฒนานวัตกรรมในด้านต่างๆ ล้วนมีส่วนช่วยให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดปัจจุบันได้ เช่น เทคโนโลยีการแช่แข็ง ได้มีการนำเทคนิคต่างๆ มาประยุกต์ใช้เพื่อรักษาคุณภาพของอาหาร เช่น การแช่แข็งแบบ IQF (Individual Quick Frozen) และ BQF (Block Quick Freezing) รวมถึงการพัฒนาหลากหลายประเภทเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ และการบริหารจัดการในสายการผลิตและโลจิสติกส์

นอกจากนี้ รศ.ดร. พิมพ์เพ็ญ พรเฉลิมพงศ์ หัวหน้าศูนย์พัฒนานวัตกรรมอาหาร (FACTory Classroom) จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้กล่าวถึงความท้าทายในการยกระดับคุณภาพและมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์แช่เย็นและแช่แข็งให้สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก จึงต้องอาศัยระบบการควบคุมอุณหภูมิและความสดที่แม่นยำตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยโรงงานต้นแบบ (FACTory Classroom) ภายใต้การดำเนินงานของศูนย์พัฒนานวัตกรรมอาหาร คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง ถือเป็นหนึ่งในแรงสนับสนุนสำคัญที่ช่วยผลักดันอุตสาหกรรมอาหารไทยให้ก้าวไปสู่ตลาดโลก ผ่านโครงการต้นแบบที่น่าสนใจและทำได้จริง เช่น Fruit Bank from Mobile Factory ซึ่งเป็นโรงงานต้นแบบเคลื่อนที่ที่ออกแบบให้มีสามารถนำไปใช้งานในพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างยืดหยุ่น สำหรับด้านการขนส่ง ได้มีการพัฒนาระบบ Smart Cool Box สำหรับขนส่งสินค้าทางอากาศ สามารถควบคุมอุณหภูมิระหว่าง 0–4°C พร้อมมีระบบติดตามและแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ยังมี Micro-scale Rail Logistic ซึ่งเป็นการขนส่งเย็นผ่านรถไฟ ช่วยลดต้นทุนและรักษาคุณภาพได้ดีตลอดเส้นทางอีกด้วย


การสัมมนาในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีอาหารแช่เย็นและแช่แข็งเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อยอดความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม และหน่วยงานต่างๆ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารแช่เย็นและแช่แข็งของประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืนต่อไป




สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม: คุณชาลินี 08 6368 0506 , 09 4919 463602-192-9598