Skip to main content
T_SAMYANG0126
T_GNT0126
THAICARGOEXPO1025
T_OHAUS
T_Interpack26
T_VEGA
Roadmap

Roadmap Functional F&B Edition 2025

Food Focus Thailand Roadmap 2025: Functional F&B Edition
19 February 2025 @ Jupiter Room 11-13, Challenger Hall, IMPACT

Wellness Revolution: Driving Functional Food & Beverage Innovation

จากความสำเร็จของงาน FFT Roadmap 2025: Functional F&B Edition เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ไม่ว่าจะเป็นโภชนาการเฉพาะบุคคล ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากพืช ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน แนวทางส่งเสริมการรับรู้ และสุขภาพของลำไส้ ดังนั้น นวัตกรรมอาหารฟังก์ชัน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและโภชนเภสัชจึงเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป

            คุณสมิทธิ  โชติศรีลือชา จากสมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย ได้กล่าวถึงแนวโน้มของตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอาหารเพื่อสุขภาพที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคได้ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในด้านโภชนาการเฉพาะบุคคลที่มีการปรับเปลี่ยนอาหารให้เหมาะสมกับลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล เพื่อป้องกันและรักษาโรคต่างๆ รวมถึงมีการใช้ข้อมูลทางพันธุกรรมและการวิเคราะห์สุขภาพเพื่อให้สามารถแนะนำอาหารที่เหมาะสมกับบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ อาหารฟังก์ชันยังมีประโยชน์กับผู้สูงอายุเพื่อป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมต่างๆ เช่น โรคกระดูกพรุนและโรคหัวใจ อย่างไรก็ตาม อาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและโรคหัวใจ ดังนั้น การเลือกบริโภคอาหารที่มีความสดใหม่และมีคุณค่าทางโภชนาการสูงจึงเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมากขึ้นในยุคปัจจุบันนี้

            Mr. Puneet Arora Vice President จาก Bio-gen Extracts Private Limited ได้นำเสนอนวัตกรรมสารสกัด Lute-gen ที่อุดมไปด้วยลูทีนและซีแซนทีนจากดอกดาวเรือง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพดวงตา ช่วยป้องกันแสงสีฟ้าจากอุปกรณ์ดิจิทัลและลดความเสี่ยงของโรคจอประสาทตาเสื่อม นอกจากนี้ สารสกัดดังกล่าวยังมาพร้อมคุณสมบัติที่ละลายน้ำได้ดี และมีความคงตัวสูง จึงทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมได้ดี จึงเหมาะสำหรับการพัฒนาและเสริมสารสำคัญในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มได้เป็นอย่างดี

            รศ.ดร.ภก. กัมปนาท หวลบุตตา จากสาขาวิชาเภสัชกรรมอุตสาหการ วิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้นำเสนอถึงนวัตกรรม Dosage Form ซึ่งถือความก้าวหน้าของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อคุณประโยชน์สูงสุด โดย Dosage Form คือ รูปแบบของยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารซึ่งมีผลต่อการดูดซึม คุณสมบัติทางกายภาพ ความสะดวกในการรับประทาน และประสบการณ์ของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นแบบเม็ด (Tablets) แคปซูล (Capsules) ผง (Powders) แกรนูล (Granules) และของเหลว (Liquids) เป็นต้น ซึ่ง Dosage Form ไม่ใช่เป็นเพียงรูปแบบของผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการออกฤทธิ์ของสารสำคัญและช่วยให้ผู้บริโภคสามารถรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการนำส่งสารสำคัญในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอีกด้วย

            Jennifer Gu, Ph.D. จาก ThreoTech LLC ได้มานำเสนออีกนวัตกรรมของ Magtein® เป็นสารประกอบของแมกนีเซียมที่ช่วยส่งเสริมความจำ เสริมสร้างสมาธิ และการทำงานของสมองโดยรวม ซึ่งแมกนีเซียมเป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญต่อระบบประสาทและมีบทบาทสำคัญในการทำงานของเซลล์สมอง เช่น การสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาท การเสริมสร้างความจำ รวมถึงการลดความเสื่อมถอยของสมองเมื่อมีอายุมากขึ้น พร้อมทั้งนำเสนอผลการวิจัยมากมายที่แสดงให้เห็นว่า Magtein® สามารถเพิ่มระดับแมกนีเซียม และส่งผลดีต่อการทำงานของสมอง เช่น ลดภาวะสมองเสื่อม เป็นต้น

ด้าน รศ.ดร. มาลัย ทวีโชติภัทร์ รองคณบดีฝ่ายวิจัย จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้มาร่วมแชร์ประสบการณ์และความรู้ด้านโพรไบโอติกส์ ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดอาหารฟังก์ชันและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในปัจจุบัน เนื่องจากช่วยเสริมสร้างความสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ ลดการเกิดโรคทางเดินอาหาร และช่วยปรับปรุงสุขภาพโดยรวม โดยประกาศของกระทรวงสาธารณสุขในประเทศไทยได้มีการอนุญาตให้ใช้โพรไบโอติกส์ในผลิตภัณฑ์อาหารจำนวน 24 สายพันธุ์ โดยมีหลักเกณฑ์และข้อกำหนดที่ชัดเจน เช่น ต้องมีปริมาณจุลินทรีย์โพรไบโอติกส์ที่มีชีวิตคงเหลืออยู่ไม่น้อยกว่า 1 ล้านตัว ต่ออาหาร 1 กรัม ตลอดอายุการเก็บรักษา นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกส์ ไม่ว่าจะเป็นการคัดสรรสายพันธุ์โพรไบโอติกส์เพื่อการดูแลสุขภาพที่ตรงเป้าหมายและตอบโจทย์เฉพาะบุคคล โดยการเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมสามารถช่วยเสริมสร้างสุขภาพและป้องกันโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปิดท้ายกันในช่วงบรรยายของ ผศ.ดร. บัณฑิตา วานิกร จากภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้มาร่วมแชร์ไอเดียการพัฒนาอาหารฟังก์ชันและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากพืชด้วยสารพฤกษเคมี (Phytochemicals) ซึ่งเป็นกลุ่มสารประกอบในพืชหลากหลายชนิดที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารฟังก์ชัน เนื่องจากมีคุณสมบัติในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคต่างๆ ซึ่งสารกลุ่มนี้จะรวมไปถึงสารประกอบพอลิฟีนอล ฟลาโวนอยด์ และสารต้านอนุมูลอิสระ ปัจจุบันมีเทคนิคการสกัดสารพฤกษเคมีที่หลากหลายมากขึ้น เช่น การใช้คลื่นอัลตราโซนิก การใช้คลื่นไมโครเวฟ และการสกัดแรงดันสูงด้วย Supercritical Fluid Extraction (SFE) ล้วนเป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มผลผลิตของสารประกอบชีวภาพที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตาม การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารฟังก์ชันจึงต้องคำนึงถึงความหลากหลายของแหล่งวัตถุดิบ วิธีการสกัด และกฎระเบียบด้านความปลอดภัยของอาหาร เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค

ภายในงาน FFT Roadmap 2025: Functional F&B Edition ท่านจะได้ค้นพบ ส่วนผสมและโซลูชันสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มฟังก์ชันให้ตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคที่กำลังมาแรง เช่น 
-การดูแลสุขภาพดวงตาและการมองเห็น
-การเสริมประสิทธิภาพการทำงานของสมองและความจำ
-การเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
-การเสริมสร้างและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ
-การเสริมกลิ่นรสที่ดี และบดบังกลิ่นรสไม่พึงประสงค์ในการพัฒนาอาหารฟังก์ชัน
นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับโซลูชันในการพัฒนาเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์ และการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้โดดเด่นและดึงดูดผู้บริโภคด้วย


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม: คุณชาลินี 08 6368 0506 , 09 4919 463602-192-9598