Skip to main content
T_SAMYANG0126
T_GNT0126
THAICARGOEXPO1025
T_OHAUS
T_Interpack26
T_VEGA

What's In

Non-alcohol Beverage: Market Growth and Future Opportunities
What's In

Non-alcohol Beverage: Market Growth and Future Opportunities

เครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์: สถานการณ์การเติบโตและแนวโน้มตลาดในอนาคต แนวโน้มของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ทั้งในและต่างประเทศยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 1.5-2.5 ต่อปี ส่งผลให้บริษัทผลิตเครื่องดื่มหลายรายเริ่มหันมาเพิ่มไลน์การผลิตเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์และออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเติมเต็มช่องว่างทางการตลาดและขยายฐานลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเครื่องดื่มเชิงสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นน้ำผลไม้ ชาพร้อมดื่ม เครื่องดื่มชูกำลัง และเครื่องดื่มจากพืช ซึ่งเครื่องดื่มกลุ่มนี้ไม่เพียงตอบสนองต่อความต้องการด้านรสชาติเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการใส่ใจสุขภาพและวิถีชีวิตของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันอีกด้วย สถานการณ์ของเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในประเทศไทย ปริมาณการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มทั้งหมดของประเทศไทยอยู่ที่ 12,112.2 ล้านลิตร ซึ่งคิดเป็นมูลค่ากว่า 14,363.3 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ โดยในปี พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา ปริมาณการจำหน่ายเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์คิดเป็น 9,334.6 ล้านลิตร หรือมูลค่า 5,703.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ น้ำดื่มและน้ำแร่บรรจุขวด ซึ่งมียอดจำหน่ายรวมกัน 5,008.8 ล้านลิตร (ร้อยละ 53.7) รองลงมาเป็นน้ำอัดลมและโซดา (ร้อยละ 31.1) ชาพร้อมดื่ม (ร้อยละ 4.3) น้ำผลไม้ (ร้อยละ 3.5) เครื่องดื่มชูกำลัง (ร้อยละ 3.2) และเครื่องดื่มอื่นๆ (ร้อยละ 4.2) ตามลำดับ […]

Evaluate Product Quality and Process Efficiency of Meat Extract with Enzyme
What's In

Evaluate Product Quality and Process Efficiency of Meat Extract with Enzyme

ยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพกระบวนผลิตสารสกัดจากเนื้อสัตว์ด้วยเอนไซม์ เอนไซม์โปรติเอส: กุญแจสำคัญที่ช่วยเพิ่มคุณภาพให้กับสารสกัดจากเนื้อสัตว์ การย่อยด้วยเอนไซม์ (Enzymatic hydrolysis) ชนิดโปรติเอส (Protease) ได้ถูกนำมาใช้กันอย่างเเพร่หลายในกระบวนผลิตสารสกัดจากเนื้อสัตว์ โดยโปรติเอสชนิดพิเศษที่ประกอบด้วย เอ็กโซโปรติเอส (Exoprotease) และเอ็นโดโปรติเอส (Endoprotease) จะทำให้ได้สารสกัดจากเนื้อสัตว์ที่มีรสอูมามิ รสเค็ม และมีรสขมต่ำ ทั้งนี้การย่อยโปรตีนด้วยโปรติเอสจะช่วยผลิตกรดอะมิโนอิสระและโอลิโกเปปไทด์ที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำมากขึ้น ซึ่งมีความสัมพันธ์ในเชิงบวกกับรสอูมามิ นอกจากนี้กรดอะมิโนอิสระและโอลิโกเปปไทด์ที่ได้นั้นยังนำไปใช้เป็นสารตั้งต้นของรสชาติเนื้อสัตวที่น่ารับประทานและเข้นข้นเมื่อผ่านปฏิกิริยาเมลลาร์ด (Maillard reaction) อีกทั้งยังมีอะดีโนซีนโมโนฟอสเฟต (Adenosine Monophosphate; AMP) กัวโนซีนโมโนฟอสเฟต (Guanosine Monophosphate; GMP) และอิโนซีนโมโนฟอสเฟต (Inosine Monophosphate; IMP) ซึ่งเป็นนิวคลีโอไทด์ที่ให้รสชาติหลักในอาหารประเภทเนื้อสัตว์และช่วยทำให้เนื้อสัตว์มีรสชาติอูมามิ จากรายงาน พบว่าการใช้โปรติเอสในกระบวนการสกัดช่วยเพิ่มปริมาณนิวคลีโอไทด์ทั้งหมดและทำให้สารสกัดมีรสชาติที่ดีขึ้น นอกจากนั้นการผสมผสานระหว่างโปรติเอสและกลูตามิเนส (Glutaminase) ยังสามารถเพิ่มรสอูมามิได้อีกด้วย เนื่องจากโปรติเอสบางชนิดสามารถสร้างกลูตามีน (Glutamine) ได้มากขึ้น กลูตามิเนสจึงสามารถเปลี่ยนกลูตามีนเป็นกรดกลูตามิก (Glutamic acid) ได้ ส่งผลให้สารสกัดจากเนื้อสัตว์มีรสชาติอูมามิที่เข้นข้น ดังนั้นการย่อยด้วยเอนไซม์จึงสามารถสร้างรสชาติที่หลากหลายขึ้นอยู่กับเอนไซม์ที่ใช้ ความจำเพาะนี้จึงช่วยให้ได้รสชาติตามที่ต้องการ นอกจากเอนไซม์จะช่วยเพิ่มรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการของสารสกัดจากเนื้อสัตว์แล้ว ยังช่วยลดปริมาณเกลือที่ใช้ในอาหารแปรรูปได้อีกด้วย ดังนั้นเอนไซม์จึงช่วยลดการสูญเสียและลดต้นทุนของวัตถุดิบได้ นอกจากนี้ เอนไซม์ยังช่วยให้ผู้ผลิตสามารถใช้เนื้อ […]

Guidelines for Raw Material Preparation and Starch Production Process in the Food Industry
What's In

Guidelines for Raw Material Preparation and Starch Production Process in the Food Industry

แนวทางการเตรียมวัตถุดิบและกระบวนการผลิตแป้งสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร แป้งถือเป็นวัตถุดิบที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมอาหารหลายประเภทและยังใช้เป็นส่วนผสมสำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารได้อีกด้วย โดยวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตแป้งต้องผ่านขั้นตอนการเตรียมอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น ข้าวโพด มันสำปะหลัง ข้าว ข้าวสาลี ข้าวไรย์ ข้าวโอ๊ต และข้าวบาร์เลย์ ซึ่งวัตถุดิบแต่ละชนิดมีวิธีการเตรียมที่แตกต่างกันออกไป สำหรับประเทศไทยนั้น พืชที่นิยมใช้ในการผลิตแป้ง คือ ข้าว มันสำปะหลัง และข้าวโพด การเตรียมแป้งมันสำปะหลัง หลังจากเก็บเกี่ยวหัวมันสำปะหลังเรียบร้อยแล้ว ควรจะนำไปแปรรูปทันทีภายในเวลา 24 ชั่วโมง เนื่องจาก การปล่อยไว้เป็นเวลานานจะทำให้ปริมาณแป้งที่ได้น้อยลงและมีปริมาณจุลินทรีย์สูงขึ้น เมื่อมันสำปะหลังมาถึงโรงงานแปรรูปจะต้องดำเนินการตรวจหาปริมาณแป้งด้วยวิธีการต่างๆ ขึ้นอยู่กับโรงงาน โดยวิธีการตรวจวิเคราะห์ที่นิยมใช้ คือการใช้เครื่องวิเคราะห์ความถ่วงจำเพาะด้วยเครื่องชั่งแบบคาน (beam balance) หรือที่เรียกว่า Rieman balance และเปรียบเทียบข้อมูลจากการวิเคราะห์กับกราฟมาตรฐานที่ใช้วิธีการวิเคราะห์ด้วยเอนไซม์ (AACC enzymatic method) จากนั้นหัวมันสำปะหลังจะถูกส่งเข้าไปในฮอปเปอร์เพื่อรอล้างดินและเศษไม้ขนาดเล็กที่ติดมาจากการเก็บเกี่ยวด้วยเครื่อง rotating slotted drum หลังจากทำความสะอาดเบื้องต้นแล้ว มันสำปะหลังจะเคลื่อนที่ไปยังเครื่องล้างพายที่ใช้น้ำล้างแบบระบบเวียนกลับมาใช้ใหม่ โดยเศษหินที่ปะปนมาจะจมอยู่ในส่วนต้นของเครื่อง ในขณะที่หัวมันสำปะหลังจะลอยขึ้นด้วยแรงลอยตัว ต่อมาจะเป็น การแยกเปลือกออก จากนั้นจึงใช้มีดสับให้เป็นชิ้นขนาดเล็กประมาณ 1-2 เซนติเมตร ก่อนจะส่งไปโม่บดในเครื่องโม่มันสำปะหลัง (rasper/saw-tooth rasper)  การเตรียมแป้งข้าวโพด […]

Role of Data Intelligence in Aseptic Packaging Production
What's In

Role of Data Intelligence in Aseptic Packaging Production

บทบาทของระบบอัจฉริยะในกระบวนการบรรจุแบบปลอดเชื้อ ความปลอดภัยในอาหารถือเป็นปัจจัยที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม โดยในช่วงห้าปีที่ผ่านมา พบว่าบริษัทค้าปลีกร้อยละ 60 มักประสบปัญหาเกี่ยวกับการเรียกคืนผลิตภัณฑ์ และกว่าร้อยละ 80 มองว่าความเสี่ยงทางการเงินเกิดจากการเรียกคืนผลิตภัณฑ์แทบทั้งสิ้นโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม หากเกิดข้อผิดพลาดของระบบการบรรจุแบบปลอดเชื้อขึ้นก็อาจนำไปสู่การปนเปื้อนในขั้นรุนแรงได้ รวมถึงส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางด้านการเงินและความไว้วางใจของผู้บริโภคในอนาคต วิธีการติดตามและแก้ไขปัญหาแบบเดิมอาจไม่ได้เจาะลึกและตอบสนองข้อมูลเพื่อป้องกันการปนเปื้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น บริษัทผู้นำด้านโซลูชันเทคโนโลยีการบรรจุ จึงนำเสนอโซลูชันใหม่ ที่จะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถควบคุมคุณภาพด้วยระบบ Aseptic Intelligence (AI) เพื่อจัดการและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นด้วยการผสานข้อมูลให้ครอบคลุมในทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิตแบบปลอดเชื้อ โดยที่ผู้ผลิตสามารถมีส่วนร่วมในการจัดการระบบควบคุมคุณภาพได้อีกด้วย บูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับสายการผลิต โซลูชันนี้เป็นระบบการตรวจสอบคุณภาพอัจฉริยะสำหรับกระบวนการบรรจุแบบปลอดเชื้อที่สามารถเข้าถึงข้อมูลผ่านอุปกรณ์มือถือ เดสก์ท็อป หรืออินเตอร์เฟซระหว่างพนักงานกับเครื่องจักรที่ติดตั้งอยู่ในไลน์การผลิตและห้องปฏิบัติการ โดยมีการบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกหน่วยการผลิตเข้ามาไว้ในระบบดิจิทัล ซึ่งครอบคลุมในทุกส่วนงานที่สำคัญ เช่น แผนการสุ่มตัวอย่าง การจัดการห้องปฏิบัติการ การตรวจสอบย้อนกลับ การวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (HACCP) การรับรองการสอบเทียบ และสถานะคุณภาพของผลิตภัณฑ์ จึงช่วยให้มองเห็นภาพรวมของการผลิตได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้การรวมข้อมูลเข้าไว้ด้วยกันยังช่วยให้สามารถติดตามจุดควบคุมวิกฤต (CCP) ได้แบบเรียลไทม์ รวมถึงสามารถตรวจสอบแนวโน้มการผลิตและเข้าถึงข้อมูลค่า CCP ได้ตามที่ต้องการ จึงช่วยรักษาความปลอดภัยในกระบวนการผลิตและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการวางแผนงานในอนาคตได้อย่างแม่นยำ ประกันคุณภาพผ่านระบบตรวจสอบย้อนกลับและการปรับเปลี่ยนที่ยืดหยุ่น กุญแจสำคัญในการทำงานที่มีประสิทธิภาพของโซลูชันนี้ คือ ความสามารถในการติดตามขวดได้ทุกขั้นตอน โดยแต่ละขวดจะถูกกำหนดรหัสจำเพาะที่มีการเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรายละเอียดของแม่พิมพ์ขวด (Preform) และฝาที่ใช้ สูตรผลิตภัณฑ์ พารามิเตอร์การผลิต และเหตุการณ์หรือสัญญาณเตือนที่สำคัญ นอกจากนี้ […]

SENSORS ENABLE SAFE PROCESSES FOR PERFECT FOOD
What's In

SENSORS ENABLE SAFE PROCESSES FOR PERFECT FOOD

คุณภาพของอาหารและการผลิตด้วยสุขอนามัยที่ดีเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญสำหรับผู้บริโภค ทั้งนี้อุปกรณ์การผลิตจาก VEGA สามารถตอบโจทย์การผลิต ทั้งการวัดระดับและความดันได้อย่างง่ายดายด้วยมาตรฐานการรับรองด้านสุขอนามัยจาก FDA, ISPE GAMP, ASME-BPE, EHEDG และ 3-A Sanitary ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งในอุตสาหกรรมอาหารและยา รวมถึงสามารถเชื่อมต่อการผลิตได้อย่างง่ายดาย รวดเร็วและยืดหยุ่น อีกทั้งยังมีความทนทานต่อการทำงานในทุกสภาวะ รวมถึงรองรับการทำความสะอาดแบบ CIP ท่านสามารถเลือกใช้งานอุปกรณ์เซนเซอร์ได้ตามความเหมาะสมกับการใช้งาน ดังนี้ – เซนเซอร์วัดระดับ ได้แก่ VEGAPULS 42, VEGAPULS 6X– เซนเซอร์วัดระดับแบบจำเพาะ ได้แก่ VEGASWING 61, VEGAPOINT– เซนเซอร์วัดแรงดัน เช่น VEGABAR 28 เพื่อวัดแรงดันแก๊ส ไอน้ำ และของเหลว– โซลูชันระบบดิจิทัลที่ง่ายต่อการตรวจสอบ โดยใช้งานผ่าน Bluetooth ที่สามารถเชื่อมต่อและตรวจสอบการทำงานผ่านมือถือได้ ผู้ประกอบการที่กำลังมองหาเซนเซอร์ที่ตอบโจทย์ในด้านความแม่นยำ สุขอนามัย การใช้งานที่หลากหลาย และมีความคงทน ท่านสามารถร่วมค้นหาโซลูชันจากวีก้า อินสตรูเมนท์ เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.vega.com หรือ E-mail: info.th@vega.com

Supplier Finder October 2024
What's In

Supplier Finder October 2024

                  

Single-Cell Protein: Future Food for Reducing Greenhouse Gas Emissions
What's In

Single-Cell Protein: Future Food for Reducing Greenhouse Gas Emissions

โปรตีนเซลล์เดียว: อาหารแห่งอนาคตเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อนาคตภายในปี พ.ศ. 2593 คาดการณ์ว่าโลกจะต้องผลิตอาหารเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 70 และต้องผลิตเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์นมให้ได้ปริมาณ 1,250 ล้านตันต่อปี เพื่อตอบสนองความต้องการของประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น แต่นั่นย่อมหมายถึงการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มากขึ้นอย่างมหาศาลจากภาคการเกษตร ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพภูมิอากาศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่จะดีกว่าหรือไม่ หากเรามีวิธีการผลิตโปรตีนคุณภาพสูงโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมหรือสัตว์ ดังนั้น “โปรตีนเซลล์เดียว (Single Cell Protein; SCP)” จึงเป็นทางออกหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาและตอบสนองความต้องการนี้ได้ การผลิตโปรตีนเซลล์เดียว ขั้นตอนการผลิตโปรตีนเซลล์เดียว ประกอบด้วย 1) การเตรียมอาหารสำหรับเพาะเลี้ยง การผลิตเพื่อการบริโภคของมนุษย์นั้นจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบหรือส่วนผสมที่เป็นเกรดอาหาร (Food grade) ส่วนการผลิตอาหารสัตว์สามารถใช้ส่วนเหลือทิ้ง (By-products) หรือของเสีย (Wastes) ได้ 2) การเพาะเลี้ยงภายใต้สภาวะที่เหมาะสมของจุลินทรีย์นั้นๆ 3) การแยก การทำให้เซลล์แตก และการทำให้เข้มข้น และบางกรณีอาจมีขั้นตอนที่ 4) การทำแห้งหรือการทำให้อยู่ในรูปแบบที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นส่วนผสม (Ingredients) หรือผลิตภัณฑ์ แหล่งที่มาและคุณค่าทางอาหารของโปรตีนเซลล์เดียว โปรตีนเซลล์เดียวจัดเป็นแหล่งอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าโปรตีนจากพืชและแมลง เนื่องจากมีไขมันต่ำ มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน อีกทั้งยังมีใยอาหาร แร่ธาตุ (ทองแดง สังกะสี […]

See What’s New in the Star Items October 2024
What's In

See What’s New in the Star Items October 2024

Innovations in Meat and Poultry Packaging: Balancing Quality, Safety, and Sustainability
What's In

Innovations in Meat and Poultry Packaging: Balancing Quality, Safety, and Sustainability

บรรจุภัณฑ์มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่ โดยเฉพาะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เน่าเสียได้ง่าย อย่างเนื้อสัตว์และสัตว์ปีก โดยการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์อย่างเหมาะสมนั้นสามารถช่วยรักษาความสดใหม่ของอาหารและจัดส่งถึงมือผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดด้านความมั่นคงทางอาหาร นอกจากนี้ ความปลอดภัยของอาหารยังเชื่อมโยงโดยตรงกับความสามารถของบรรจุภัณฑ์สำหรับการป้องกันการปนเปื้อนและรักษาคุณภาพอาหาร เพื่อให้สามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัย แม้ว่าเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ในปัจจุบันจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่วัสดุบรรจุภัณฑ์บางชนิดอาจสร้างปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงได้เช่นกัน  เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์เบื้องต้นสู่การพัฒนาที่ล้ำหน้า การเลือกใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมเป็นขั้นตอนสำคัญในการรักษาคุณภาพของเนื้อสัตว์และสัตว์ปีก โดยวัสดุบรรจุภัณฑ์สังเคราะห์ในรูปแบบของฟิล์มพลาสติก ถาด และฟอยล์นั้นได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีคุณสมบัติที่หลากหลายทั้งในด้านความยืดหยุ่น ความแข็งแรง ถูกสุขลักษณะ ป้องกันการรั่วซึมได้ดี สามารถรองรับอุณหภูมิได้ในช่วงกว้าง และมีต้นทุนไม่แพงมากนัก โดยทั่วไป พลาสติกสังเคราะห์ที่ใช้เป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับเนื้อสัตว์และสัตว์ปีก ได้แก่ โพลีเอทิลีน (PE) โพลีโพรพีลีน (PP) โพลีสไตรีน (PS) โพลีเอทิลีนเทเรฟทาเลต (PET) และโพลีเอไมด์ (PA) ทั้งนี้ ควรพิจารณาเลือกใช้วัสดุและระบบบรรจุภัณฑ์ที่เข้ากันได้ เพื่อให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพสูงสุด สิ่งสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ คือ การสร้างความสมดุลระหว่างความมั่นคงทางอาหาร คุณภาพ และความยั่งยืน แม้ว่าการผลักดันให้เกิดการแก้ปัญหาจะมีความจำเป็น แต่ยังคงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์อาหารด้วย การจะบรรลุเป้าหมายนั้นต้องอาศัยการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องและต้องค้นหาวิธีที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการทั้งสามด้านไปพร้อมกัน นั่นคือ ความมั่นคง คุณภาพ และความยั่งยืน โดยบรรจุภัณฑ์เนื้อสัตว์และสัตว์ปีกในอนาคตขึ้นอยู่กับแนวทางการผสมผสานของปัจจัยต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างเหมาะสมเพื่อให้มั่นใจได้ถึงความปลอดภัย คุณภาพสูง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม By: Wanwarang […]

Guidelines for Enhanced Quality Control and Food Safety in Food Industry
What's In

Guidelines for Enhanced Quality Control and Food Safety in Food Industry

แนวทางการควบคุมคุณภาพเพื่อความปลอดภัยในอุตสาหกรรมอาหาร “ความแน่นอน คือ ความไม่แน่นอน” เป็นคำกล่าวที่เห็นได้ชัดเจนในการควบคุมคุณภาพสำหรับกระบวนการผลิตอาหาร ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการควบคุมดูแลตลอดการผลิต เพื่อช่วยสร้างความมั่นใจถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบความปลอดภัยสู่ผู้บริโภค โดยหัวใจสำคัญของการควบคุมคุณภาพในอุตสาหกรรมอาหารนั้นจำเป็นต้องใส่ใจในทุกขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการแปรรูปอาหาร รวมถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับระบบการจัดการด้านอาหารปลอดภัย การควบคุมคุณภาพในอุตสาหกรรมอาหารให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค เกณฑ์มาตรฐาน รวมถึงกฎหมายและข้อบังคับด้านอาหารและเครื่องดื่ม ถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร ดังนั้น การจัดการด้านความปลอดภัยสำหรับการบริโภคจึงมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบความปลอดภัยในอาหาร ซึ่งครอบคลุมประเด็นด้านความปลอดภัยจากอันตรายที่มีโอกาสเกิดขึ้นในกระบวนการผลิต ได้แก่ อันตรายทางกายภาพ (เศษแก้ว เศษโลหะ เศษพลาสติก และเศษไม้) อันตรายทางเคมี (โลหะหนัก สารพิษตกค้าง และยาปฏิชีวนะ) สารก่อภูมิแพ้ในอาหาร อันตรายจากสารกัมมันตภาพรังสี นอกเหนือจากการควบคุมกระบวนการเพื่อควบคุมเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคในอาหารให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ด้านความปลอดภัยอาหาร โดยวัตถุประสงค์หลักในการควบคุมคุณภาพสำหรับการกำหนดมาตรการดูแลด้านความปลอดภัยเหล่านี้ เพื่อการป้องกันอันตราย หรือเพื่อลดระดับอันตรายในอาหารให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย หรือเพื่อกำจัดอันตรายที่มีโอกาสเกิดขึ้นในอาหารให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ (ระดับที่ยอมรับได้ในที่นี้ หมายถึง มีความปลอดภัยต่อการบริโภคและไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภค)  แนวทางการอบรมผู้ปฏิบัติงานในระบบควบคุมคุณภาพอาหาร การควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยในการผลิตอาหารสามารถทำได้โดยการจัดกิจกรรมฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร เพื่อให้บุคลากรสามารถดำเนินการตามแผนงานที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยในการผลิตอาหาร รวมถึงช่วยส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติงานมีความรู้และเข้าใจในการดำเนินงานเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์สุดท้ายที่มีความสอดคล้องกับมาตรฐานด้านสุขอนามัย โดยแนวทางสำหรับการอบรมบุคลากรด้านการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยที่สำคัญมีดังนี้ -การอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสุขอนามัย โดยพนักงานจะต้องสวมใส่เสื้อผ้าและอุปกรณ์ป้องกันอย่างถูกต้อง เช่น หมวก ผ้าปิดปาก และถุงมือ เพื่อลดความเสี่ยงในการปนเปื้อนสู่อาหาร -การอบรมให้ความรู้และการอัปเดตข้อมูลด้านมาตรฐานสากล โดยพนักงานจะต้องได้รับการอบรมเพื่อให้เกิดความเข้าใจถึงมาตรฐานใหม่ๆ และวิธีปฏิบัติในการควบคุมคุณภาพอย่างมีประสิทธิภาพ By: Tawatchai Khamvijitraporn MT […]

Humanization of Pets Fuels Demand for Natural Colors in Pet Food
What's In

Humanization of Pets Fuels Demand for Natural Colors in Pet Food

เทรนด์การเลี้ยงสัตว์เหมือนลูกกระตุ้นความต้องการสีธรรมชาติในอาหารสัตว์เลี้ยง การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้การเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้นจากทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากคนส่วนใหญ่ต้องการกำลังใจและเพื่อนคลายเหงาในระหว่างการกักตัว เทรนด์การเลี้ยงสัตว์ ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนี้ได้ขับเคลื่อนตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงให้สูงขึ้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 131 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี พ.ศ. 2566  โดยอุตสาหกรรมอาหารสัตว์กำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มการเติบโตร้อยละ 5.6 ต่อปีในช่วงปี พ.ศ. 2566 – 2571 เนื่องจากสัตว์เลี้ยงได้กลายมาเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว ดังนั้น เจ้าของสัตว์เลี้ยงหรือที่เรียกกันว่า “พ่อแม่ของสัตว์เลี้ยง” จึงต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีสีและส่วนผสมจากธรรมชาติที่มีคุณภาพสูง  เทรนด์การเลี้ยงสัตว์เสมือนลูกที่เพิ่มขึ้น   แนวคิดพฤติกรรมการเลี้ยงสัตว์ด้วยความรักและเอาใจใส่เหมือนเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ผู้ที่เลี้ยงสัตว์เสมือนเลี้ยงลูกจึงให้ความสำคัญกับการเลี้ยงดูและใส่ใจด้านโภชนาการสำหรับสัตว์เลี้ยงขนฟูเหล่านี้เช่นเดียวกับการเลี้ยงเด็ก โดยเทรนด์การเลี้ยงสัตว์ที่เปลี่ยนแปลงนี้กระตุ้นให้เกิดความต้องการอาหารสัตว์ที่มีความเหมือนกับอาหารของมนุษย์ทั้งในด้านคุณภาพ รูปลักษณ์ และคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น ความสำคัญของสีจากธรรมชาติ สี ไม่เพียงทำให้อาหารสัตว์เลี้ยงดูน่ากินขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้มีลักษณะเหมือนกับอาหารของมนุษย์ จึงทำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถแบ่งปันประสบการณ์การกินอาหารกับสัตว์เลี้ยงแสนรักของตัวเองได้ นอกจากนี้ การให้ขนมสีสันสดใสแก่สัตว์เลี้ยงในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองต่างๆ เช่น วันเกิด วันฮาโลวีน หรือวันวาเลนไทน์ ยังสร้างความผูกพันระหว่างสัตว์เลี้ยงและเจ้าของได้อย่างเหนียวแน่นยิ่งขึ้น  ปัจจุบันนี้ ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงที่พัฒนาขึ้นเป็นไปตามข้อกำหนดด้านอาหารของสหรัฐอเมริกาและยุโรป ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์แบบแห้ง ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการขึ้นรูป อาหารเปียก และอาหารแปรรูป โดยสีธรรมชาติทั้งหมดนี้ทำจากส่วนผสมธรรมชาติ เช่น แครอทสีส้มและแครอทสีดำ […]

Carbon Footprint Assessment for Reducing Greenhouse Gas Emissions in the Meat Industry
What's In

Carbon Footprint Assessment for Reducing Greenhouse Gas Emissions in the Meat Industry

การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์สู่แนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ แนวทางการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อสัตว์ 1.ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน – ใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง หรือปรับปรุงเครื่องจักรเดิมให้ใช้พลังงานน้อยลง – ปรับปรุงระบบจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพ เช่น การติดตั้งระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ 2.การเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาด – ใช้พลังงานจากแหล่งที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยลง เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ลม และชีวมวล – การใช้พลังงานทดแทนในกระบวนการผลิต เช่น การใช้ก๊าซธรรมชาติหรือไฮโดรเจนแทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล 3.การปรับปรุงกระบวนการผลิต – การลดการใช้วัตถุดิบที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง โดยการหันมาใช้วัตถุดิบที่มีความยั่งยืนมากขึ้น – การใช้กระบวนการผลิตที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยลง เช่น การใช้เทคโนโลยีคาร์บอนแคปเจอร์ (Carbon Capture and Storage; CCS) 4.การรีไซเคิลและการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด – การนำวัสดุที่เหลือใช้หรือของเสียกลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการผลิตวัสดุใหม่ – การปรับปรุงระบบการจัดการของเสียในโรงงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 5.ความร่วมมือในภาคอุตสาหกรรม – การทำงานร่วมกันระหว่างโรงงานและองค์กรต่างๆ เพื่อแบ่งปันทรัพยากร เทคโนโลยี และองค์ความรู้ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก By: Phuangphan SrithongCarbon Label Manager, Low Carbon Business Certification […]