Skip to main content
T_SAMYANG0126
T_GNT0126
THAICARGOEXPO1025
T_OHAUS
T_Interpack26
T_VEGA

What's In

Advancements in Low FODMAP Food Development and Appropriate Nutrition
What's In

Advancements in Low FODMAP Food Development and Appropriate Nutrition

ความก้าวหน้าของการพัฒนาอาหาร Low FODMAP และโภชนาการที่เหมาะสม ปัจจุบันโรค โรคลำไส้แปรปรวน (Irritable Bowel Syndrome; IBS) ได้รับความสนใจมากขึ้น ซึ่งสะท้อนได้จากจำนวนงานวิจัยและบทความทางวิชาการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยทางเลือกในปัจจุบันของการจัดการอาการของโรค IBS ที่ได้รับการพิจารณามากขึ้น คือ การรักษาโดยไม่ใช้ยา เช่น การปรับเปลี่ยนอาหารและการรักษาด้านจิตวิทยา ด้วยเหตุนี้ การลดการบริโภคอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตย่อยยากและถูกหมักได้ในระบบทางเดินอาหาร หรือที่เรียกว่า FODMAP ซึ่งย่อมาจาก Fermentable Oligosaccharides, Disaccharides, Monosaccharides, and Polyols จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่ได้รับความสนใจอย่างยิ่งในการบรรเทาอาการเรื้อรังซึ่งพบได้บ่อยในผู้ป่วย IBS และภาวะแบคทีเรียในลำไส้เล็กไม่สมดุล (Small Intestinal Bacterial Overgrowth; SIBO) ความสำคัญของอาหาร Low FODMAP และการดูดซึมสารอาหารสู่ร่างกาย สมาคมประสาททางเดินอาหารและการเคลื่อนไหว (ไทย) ได้แนะนำแนวทางเวชปฏิบัติการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคลำไส้แปรปรวนในประเทศไทย พ.ศ. 2565 โดยกำหนดให้การรับประทานอาหาร Low FODMAP อยู่ภายใต้คำแนะนำจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งการรับประทานอาหารดังกล่าวสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ ได้แก่ […]

Advanced Drying Technology for Manufacturing of Fruit-Based Snacks
What's In

Advanced Drying Technology for Manufacturing of Fruit-Based Snacks

เทคโนโลยีการอบแห้งขั้นสูงในการผลิตขนมขบเคี้ยวจากผลไม้ การอบแห้งโดยใช้ไอน้ำร้อนยวดยิ่งเพื่อคุณภาพขนมขบเคี้ยวที่ดีกว่า การอบแห้งแบบใช้ไอน้ำร้อนยวดยิ่งที่ความดันต่ำ (Low-Pressure Superheated Steam Drying; LPSSD) เป็นการรวมข้อดีของการอบแห้งแบบสุญญากาศ (vacuum drying) ได้แก่ ความสามารถในการอบแห้งที่อุณหภูมิต่ำ เข้ากับข้อดีของการอบแห้งแบบใช้ไอน้ำร้อนยวดยิ่ง (superheated steam drying) ได้แก่ การไม่มีออกซิเจนในระบบอบแห้ง จึงไม่ทำให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันที่ไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ในระหว่างการอบแห้ง เช่น ปฏิกิริยาการเกิดสีน้ำตาลและปฏิกิริยาการเสื่อมสลายของวิตามินที่เกี่ยวข้องกับเอนไซม์ ส่งผลให้สามารถรักษาสี และคุณค่าทางโภชนาการต่าง ๆ ไว้ได้ค่อนข้างดีเมื่อเปรียบเทียบกับการอบแห้งด้วยอากาศร้อน นอกจากนี้ จุดเด่นของกระบวนการอบแห้งแบบใช้ไอน้ำร้อนยวดยิ่งที่ความดันต่ำที่สำคัญยิ่งอีกประการหนึ่ง คือ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการอบแห้งวิธีนี้มักมีความพรุนสูงกว่าผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการอบแห้งโดยใช้อากาศร้อน มีเนื้อสัมผัสที่พึงประสงค์ (แข็งน้อยและกรอบมาก) และยังคงคุณภาพในแง่ของสีและคุณค่าทางโภชนาการได้เป็นอย่างดี ดังนั้น จึงนับได้ว่าการอบแห้งแบบใช้ไอน้ำร้อนยวดยิ่งที่ความดันต่ำเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจสำหรับการผลิตขนมขบเคี้ยวที่ปราศจากน้ำมัน (โดยเฉพาะจากวัตถุดิบในกลุ่มผักและผลไม้) แต่ยังคงมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ต่าง ๆ ของขนมขบเคี้ยว เช่น เนื้อสัมผัสกรุบกรอบ สี กลิ่นรส และคุณค่าทางโภชนาการที่คล้ายกับวัตถุดิบตั้งต้นไว้ได้ อย่างไรก็ตาม การอบแห้งโดยใช้ไอน้ำร้อนยวดยิ่งที่ความดันบรรยากาศยังเป็นการอบแห้งที่ต้องใช้อุณหภูมิค่อนข้างสูง จึงไม่เหมาะสำหรับวัตถุดิบที่อาจเสื่อมสภาพได้ง่ายภายใต้สภาวะการผลิตที่มีอุณหภูมิสูง เช่น ผัก ผลไม้ และสมุนไพร ด้วยเหตุนี้ จึงมีการพัฒนากระบวนการอบแห้งรูปแบบใหม่ […]

The Future of Sustainable Alternative Milk Technology: A Collaborative Ecosystem for Nourishing the Planet
What's In

The Future of Sustainable Alternative Milk Technology: A Collaborative Ecosystem for Nourishing the Planet

อนาคตของเทคโนโลยีนมทางเลือกที่ยั่งยืน: ความร่วมมือของระบบนิเวศเพื่อสร้างโลกที่น่าอยู่ เจาะลึกด้านเทคโนโลยีชีวภาพและเทคโนโลยีการอาหาร • โปรตีนจากการเพาะเลี้ยง: เทคโนโลยีที่กำลังได้รับการพัฒนานี้มาจากการเพาะเลี้ยงผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมจากสัตว์โดยตรง ซึ่งเป็นการเพาะเลี้ยงเซลล์แทนการเลี้ยงสัตว์ จึงเรียกว่าอาหารเพาะเลี้ยงเซลล์ และเนื้อเพาะเลี้ยง โดยได้มีการสำรวจว่าเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนในการเสริมระบบการเกษตรแบบดั้งเดิมของสัตว์เลี้ยง ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์อาหารจากเซลล์บางชนิดกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาจากหลายประเทศทั่วโลก จึงทำให้มีความสำคัญในการประเมินผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างเป็นกลาง และความเสี่ยงใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ซึ่งรวมถึงความปลอดภัยและคุณภาพของอาหาร • ชีววิทยาสังเคราะห์: กระบวนการนี้จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงแนวทางในการผลิตส่วนผสมและกลิ่นรสใหม่ๆ รวมถึงวิธีการผลิตโปรตีน ทั้งนี้นักวิทยาศาสตร์สามารถพัฒนาสารที่มีคุณสมบัติเฉพาะได้โดยการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางพันธุกรรมของจุลินทรีย์ ซึ่งเทคโนโลยีนี้กำลังได้รับการพัฒนาด้วยการนำจุลินทรีย์มาใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาโปรตีนที่มีคุณลักษณะเดียวกับนมที่มาจากสัตว์ เช่น การปรับปรุงคุณค่าทางโภชนาการของนมจากพืชและการสร้างโปรไฟล์กลิ่นรสใหม่โดยมีผู้บุกเบิกอย่างบริษัท Perfect Day ที่มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการหมักที่แม่นยำเข้ามาใช้ผลิตโปรตีนจากนมที่ปราศจากสัตว์ วิธีการนี้จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์นมมีกลิ่นรส เนื้อสัมผัส และคุณค่าทางโภชนาการคล้ายกับนมจากสัตว์ แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือจริยธรรม • การกำหนดสูตรและเทคโนโลยีแปรรูปผลิตภัณฑ์นมจากพืช: ความก้าวหน้าทางด้านเทคนิคของการแปรรูปและการกำหนดสูตรมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลิตนมจากพืชที่มีรสชาติอร่อยและมีประโยชน์ ทั้งนี้บริษัทต่างๆ กำลังเข้ามาลงทุนเพื่อวิจัยและพัฒนานมจากพืชให้มีคุณสมบัติที่ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีการสกัด การปรับปรุงเนื้อสัมผัส และการสร้างสรรค์สูตรใหม่ที่มีคุณสมบัติทางโภชนาการเช่นเดียวกับนมจากสัตว์ ระบบนิเวศที่เกิดจากการพัฒนาและความร่วมมือ การพัฒนานมทางเลือกอย่างยั่งยืนนั้นขึ้นอยู่กับระบบนิเวศเทคโนโลยีอาหารที่เกิดจากความร่วมมือกัน ซึ่งรวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายภาคส่วน ได้แก่ • สตาร์ทอัพเทคโนโลยีอาหารที่ช่วยส่งเสริมนวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีใหม่ รวมถึงโมเดลทางธุรกิจต่างๆ • บริษัทที่ใช้ประโยชน์จากช่องทางการจัดจำหน่ายและเครือข่ายตลาดที่มีอยู่ • สถาบันวิจัยที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญทางด้านวิทยาศาสตร์ • รัฐบาลที่สนับสนุนงานวิจัยและพัฒนา รวมถึงระบบเกษตรกรรมแบบยั่งยืน • บริษัทและหน่วยงานภาคเอกชนที่สนับสนุนการพัฒนาและเติบโต เช่น […]

VEGAPULS 42: NEW RADAR SENSOR FOR THE BEVERAGE INDUSTRY<br>WITH PRECISION AND HYGIENE
What's In

VEGAPULS 42: NEW RADAR SENSOR FOR THE BEVERAGE INDUSTRY<br>WITH PRECISION AND HYGIENE

เซนเซอร์อัจฉริยะ VEGAPULS 42 ที่ออกแบบด้วยหลักการ Hygienic Design ช่วยเสริมความแม่นยำและความน่าเชื่อถือ จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม VEGAPULS 42 เป็นเซนเซอร์วัดระดับแบบเรดาห์สำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ด้วยความถี่ 80 GHz ที่ช่วยเสริมความถูกต้องและความแม่นยำในการวัดสำหรับสภาวะการผลิตที่ท้าทาย พร้อมด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่น เช่น คลื่นความถี่ที่เหมาะสมช่วยให้การวัดเป็นไปอย่างแม่นยำ ดีไซน์ที่มีขนาดกะทัดรัด สามารถใช้งานได้อย่างสะดวก ช่วยวัดของเหลวในแทงก์ที่มีขนาดเล็กและใหญ่ได้ และการสื่อสารผ่านระบบไร้สาย (Wireless Communication) จึงช่วยเสริมประสิทธิภาพในการผลิต ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่น ดังนี้ &#8211; การใช้งานที่สะดวกกว่า ด้วยระบบ Plug &amp; Play ที่ติดตั้งได้ง่าย ใช้งานได้ทันที รวมถึงมีค่าบำรุงรักษาต่ำ จึงประหยัดเวลาและต้นทุนในระยะยาว &#8211; การออกแบบด้วยหลักการ Hygienic Design ผ่านการรับรองจาก FDA, EHEDG และ 3-A Sanitary Standards ช่วยสร้างความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มของคุณจะมีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค &#8211; เซนเซอร์ที่ใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่วัตถุดิบการผลิต รวมไปถึงผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มตั้งแต่น้ำ น้ำผลไม้ เครื่องดื่มอัดแก๊ส [&hellip;]

Supplier Finder August 2024
What's In

Supplier Finder August 2024

3

See What’s New in the Star Items August 2024
What's In

See What’s New in the Star Items August 2024

พบกับผลิตภัณฑ์ดาวเด่น เช่น เครื่องจักร อุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ส่วนผสมอาหาร และอื่นๆ ที่น่าสนใจ…

Zero-Alcohol Beverage Technology: Exploring the De-alcoholization Techniques
What's In

Zero-Alcohol Beverage Technology: Exploring the De-alcoholization Techniques

สำรวจเทคโนโลยีการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 0% กรรมวิธีในการผลิตเบียร์ปราศจากแอลกอฮอล์ 1. การจำกัดการสร้างเอทานอล หลักการทั่วไป คือจะไม่ย่อยสลายเวอร์ต (Wort) หรือของเหลวที่สกัดจากมอลต์จนหมด โดยผลลัพธ์ที่ได้จากกระบวนการเหล่านี้ คือ เบียร์ไร้แอลกอฮอล์ที่มีรสชาติหวานเด่นชัด คงกลิ่นและรสชาติความหวานของมอลต์ไว้ได้ดี รวมถึงมีสีสันที่สดใสกว่า 1.1 การหยุดกระบวนการหมัก (Interrupted fermentation) เป็นวิธีการผลิตเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ที่ใช้เครื่องมือเหมือนการผลิตเบียร์แบบดั้งเดิม โดยให้ยีสต์ย่อยสลายน้ำตาลมอลต์เพียงบางส่วน แล้วนำยีสต์ออกเพื่อหยุดกระบวนการหมัก ซึ่งข้อดีของวิธีนี้คือไม่จำเป็นต้องมีการกำจัดแอลกอฮอล์ออกในภายหลัง 1.2 การหมักยีสต์เย็น (Cold yeast contact) จุดเด่นของวิธีนี้คือการหมักที่อุณหภูมิต่ำ ซึ่งจะช่วยให้ยีสต์กำจัดสารประกอบคาร์บอนในน้ำตาลมอลต์ออกได้ ส่งผลให้เบียร์ที่ผลิตด้วยวิธีนี้มีกลิ่นหอมใกล้เคียงเบียร์ทั่วไป แต่ยีสต์ที่ใช้อาจเปลี่ยนกรดอะมิโนเป็นแอลดีไฮด์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ในเบียร์ได้ 2. การกำจัดเอทานอลออกจากเบียร์ วิธีนี้มีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เนื่องจากต้องติดตั้งเครื่องมือเพิ่มเติม และอาจสูญเสียกลิ่นหอมระหว่างกระบวนการกำจัดแอลกอฮอล์ ผู้ผลิตจึงควรเลือกวิธีกำจัดแอลกอฮอล์ที่เหมาะสมกับกำลังการผลิต 2.1 การกลั่นด้วยสุญญากาศ (Vacuum distillation) แม้จะได้เบียร์ที่มี ABV ต่ำมาก แต่วิธีนี้ก็มีต้นทุนสูงจากการใช้เครื่องมือพิเศษ ทั้งยังอาจสูญเสียกลิ่นหอมระหว่างกระบวนการกลั่น อย่างไรก็ตาม วิธีนี้สามารถใช้อุณหภูมิต่ำได้ จึงช่วยคงคุณภาพของเบียร์ได้ดี 2.2 การแยกด้วยเมมเบรน (Membrane separation processes) [&hellip;]

Plant-based Edible Film: A Noteworthy Sustainable Packaging Innovation
What's In

Plant-based Edible Film: A Noteworthy Sustainable Packaging Innovation

ฟิล์มบริโภคได้จากพืช: นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนที่น่าจับตามอง แนวทางการพัฒนาฟิล์มบริโภคจากพืช (Plant-based edible film) จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้นจะเห็นได้ว่าพอลิเมอร์ชีวภาพที่ใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตฟิล์มหรือบรรจุภัณฑ์บริโภคได้นั้นสามารถผลิตเป็นฟิล์มบริโภคได้ชนิดต่างๆ รวมถึงมีข้อดีและข้อด้อยที่แตกต่างกัน จึงได้มีการพัฒนาสูตรฟิล์มให้มีสมบัติต่างๆ ที่ตอบโจทย์ต่อการใช้ประโยชน์ในปัจจุบัน จากข้อมูลการเติบโตของตลาดบรรจุภัณฑ์บริโภคได้นั้นมีการคาดการณ์ว่า มูลค่าตลาดบรรจุภัณฑ์บริโภคได้มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มถึง 4 เท่าในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก 1.10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี พ.ศ. 2566 เป็น 4.18 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี พ.ศ. 2576 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ในปี พ.ศ. 2566-2576 ที่ร้อยละ 14.31 จากตัวเลขชี้วัดของอัตราการเติบโตดังกล่าว จึงทำให้นักวิจัยจากศูนย์วิจัยข้าวล้านนาและคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีความพยายามในการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาสูตรส่วนผสมฟิล์มชนิดใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ฟิล์มบริโภคได้จากพืชที่ผลิตจากการผสมพอลิเมอร์ชีวภาพในกลุ่มพอลิแซ็กคาไรด์ ได้แก่ คาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส (carboxymethyl cellulose; CMC) ที่ผลิตจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร เช่น ฟางข้าว ชานอ้อย เปลือกข้าวโพด เปลือก และแกนกัญชง ฯลฯ นำมาผสมร่วมกับพอลิเมอร์ชีวภาพในกลุ่มของโปรตีน [&hellip;]

Plant-derived Food Ingredients for Boosting Energy Expenditure
What's In

Plant-derived Food Ingredients for Boosting Energy Expenditure

ส่วนผสมจากพืชเพื่อช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกาย กลไกการเพิ่มระบบเผาผลาญไขมันของสารสำคัญจากพืช Adenosine 5¢-monophosphate-activated protein kinase (AMPK) เป็นวิถีทางชีวภาพที่สำคัญในระบบควบคุมการเผาผลาญของร่างกาย โดยมีบทบาทในการควบคุมเอนไซม์ Hormone Sensitive Lipase (HSL) ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนไตรกลีเซอไรด์ให้เป็นกรดไขมันอิสระและยับยั้งการสร้างไขมัน นอกจากนี้ AMPK ยังทำหน้าที่กระตุ้นกระบวนการออกซิเดชันของกรดไขมันที่จะเกิดขึ้นภายในตับ ซึ่งมีงานวิจัยมากมายที่ได้ศึกษาถึงองค์ประกอบของพืชในการนำมาใช้เป็นส่วนผสมอาหารที่มีบทบาทต่อการกระตุ้นวิถีชีวภาพนี้ องุ่น เป็นพืชที่อุดมไปด้วยสารประกอบฟีนอลิกหลากหลายชนิด ซึ่งมีรายงานว่า สารสกัดโปรแอนโทไซยานิดินที่สกัดได้จากเมล็ดองุ่นช่วยลดการขยายขนาดของเซลล์ไขมัน (Adipocyte hypertrophy) และเพิ่มการแบ่งตัวของเซลล์ไขมันได้ ซึ่งเป็นการเพิ่มหน้าที่ของเซลล์ไขมันด้วย นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญของเนื้อเยื่อไขมันสีน้ำตาล ด้วยการช่วยเพิ่มฤทธิ์ของเอนไซม์ออกซิเดส (Oxidase activity) และหน้าที่ของไมโทคอนเดรีย ซึ่งจะทำให้เกิดการเผาผลาญพลังงานได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ สารสกัดเรสเวอราทรอลก็เป็นพอลิฟีนอลจากเมล็ดองุ่นอีกชนิดหนึ่งที่มีการศึกษากันอย่างแพร่หลาย โดยมีรายงานว่าเรสเวอราทรอลสามารถเพิ่มการสลายไตรกลีเซอไรด์ให้กลายเป็นกรดไขมันอิสระและกลีเซอรอล รวมถึงเพิ่มกระบวนการออกซิเดชันของไขมัน และเพิ่มจำนวนไมโทคอนเดรีย ซึ่งส่งผลให้มีการเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น สารสกัดจากพืชตระกูลซิตรัส เช่น ส้ม มะนาว และเกรปฟรุต ก็เป็นหนึ่งในสารสกัดจากพืชที่มีรายงานถึงสมบัติที่ช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย โดยจากผลการศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดจากพืชตระกูลซิตรัสในมนุษย์ ร่วมกับผลการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบและ Meta-analysis ได้ข้อสรุปว่าการบริโภคพืชตระกูลซิตรัสและสารสกัดจากพืชตระกูลซิตรัสสามารถลดค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index; BMI) เส้นรอบเอว เส้นรอบสะโพก [&hellip;]

Innovative Fruits and Vegetables Washing with Micro-nano Bubble Ozone System
What's In

Innovative Fruits and Vegetables Washing with Micro-nano Bubble Ozone System

นวัตกรรมการล้างผักและผลไม้ด้วยระบบไมโครนาโนบับเบิลโอโซน เทคโนโลยีการล้างผักและผลไม้ด้วยระบบไมโครนาโนบับเบิลโอโซน ผ่านการพิสูจน์ว่าสามารถลดปริมาณยาฆ่าแมลงและเชื้อจุลินทรีย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังช่วยประหยัดพลังงานและยืดอายุการเก็บรักษาผักและผลไม้ได้อีกด้วย ผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ออกแบบและพัฒนาเครื่องล้างผักผลไม้ไมโครนาโนบับเบิลโอโซนแบบอัตโนมัติในระดับกึ่งอุตสาหกรรมที่มีขนาดความจุปริมาตร 140 ลิตร โดยสามารถผลิตโอโซนที่ละลายในน้ำได้ 0.6-0.7 มิลลิกรัมต่อลิตร พร้อมระบบทำความเย็น ซึ่งมีความเหมาะสมในการใช้งานเชิงพาณิชย์ ทั้งนี้ผู้ใช้งานสามารถล้างผักได้โดยใช้เวลาขั้นต่ำ 15 นาที ซึ่งมีค่า pH ของน้ำเท่ากับ 7 และมีค่า ORP (oxidation-reduction potential) เท่ากับ 600-800 mV โดยเครื่องสามารถสร้างฟองขนาดเล็กระดับไมโครและนาโนเมตรเท่ากับ 10 นาโนเมตรถึง 0.46 ไมโครเมตร ซึ่งเป็นสภาวะที่เหมาะสมต่อการลดปริมาณสารฆ่าแมลงและเชื้อจุลินทรีย์ได้ดี โดยฟองที่มีขนาดเล็กนั้นจะมีความคงตัวและสามารถกระจายอยู่ในน้ำได้นาน รวมทั้งมีพื้นที่ต่อปริมาตรสูงซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการละลายก๊าซและสารละลายใดๆ อาทิ ก๊าซโอโซน หรือสารประกอบคลอรีน จึงช่วยเพิ่มโอกาสที่สิ่งสกปรกหรือเชื้อจุลินทรีย์จะหลุดออกมาจากพื้นผิวและสัมผัสกับสารฆ่าเชื้อได้มากกว่า By:Assoc. Prof. Kanda Whangchai, Ph.D. Department of Biology Faculty of Science Chiang Mai University kanda@chiangmai.ac.th Asst. [&hellip;]

Ready-to-Drink Rooibos Tea Product: Alternative Decaffeinated Tea
What's In

Ready-to-Drink Rooibos Tea Product: Alternative Decaffeinated Tea

ผลิตภัณฑ์ชาแดง Rooibos สำเร็จรูป: ทางเลือกใหม่ของชาไร้คาเฟอีน องค์ประกอบและคุณสมบัติที่ดีต่อร่างกายของชารอยบอส      ชารอยบอส มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Aspalathus ในทวีปยุโรปมักเรียกว่า Red tea หรือชาแดง ความพิเศษของชาชนิดนี้คือ มีความหวานเล็กน้อย ไม่มีรสขม และไม่มีคาเฟอีน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องควบคุมหรือระมัดระวังในการบริโภคคาเฟอีน นอกจากนี้ ยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ทั้งแอสพาราธิน (Aspalathin) และเควอซิทิน (Quercetin) ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะสามารถปกป้องเซลล์ไม่ให้เกิดความเสียหายจากอนุมูลอิสระได้ ปัจจุบันมีการศึกษาประโยชน์ของแอสพาราธินที่มีต่อร่างกายในหลากหลายด้าน ดังนี้ &#8211; การรักษาภาวะเมแทบอลิกซินโดรม (Metabolic syndrome) ปัจจุบันมีการศึกษาประโยชน์ของชารอยบอสในการลดความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชันในร่างกาย (Oxidative stress) ซึ่งเป็นสาเหตุของการพัฒนาภาวะเมแทบอลิกซินโดรม ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ Hong et al. (2014) ที่ได้ศึกษาคุณสมบัติของชารอยบอสในการช่วยลดความเครียดในหนูทดลอง ซึ่งพบว่า กลุ่มหนูที่ได้รับชารอยบอสมีการผลิตสาร 5-Hydroxy indoleacetic acid (5-HIAA) (องค์ประกอบหลักของสารเซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งจะถูกผลิตออกมามากขึ้นเมื่อมีความเครียด) และ Free Fatty Acid (FFA) [&hellip;]

Enhancing the Production of Non-alcoholic Fermented Beverages with a<br>Tailor-made Microbial Consortium
What's In

Enhancing the Production of Non-alcoholic Fermented Beverages with a<br>Tailor-made Microbial Consortium

ยกระดับการผลิตเครื่องดื่มหมักไร้แอลกอฮอล์ด้วยหัวเชื้อจุลินทรีย์ที่ถูกออกแบบเฉพาะ ‘กลไกของจุลินทรีย์ที่ออกแบบมาเฉพาะ’ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตเครื่องดื่มหมักชนิดไร้แอลกอฮอล์ ความสำเร็จของการใช้งานกลุ่มจุลินทรีย์ที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต NAFBs ขึ้นอยู่กับความสามารถของการทำงานร่วมกัน (Synergistic interactions) ระหว่างจุลินทรีย์ต่างๆ เป็นหลัก โดยกลไกปฏิสัมพันธ์ร่วมระหว่างจุลินทรีย์สามารถแบ่งออกได้ 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ การมีปฏิสัมพันธ์ร่วมในกระบวนการทางเมแทบอลิซึม (Metabolic cooperation) ซึ่งจุลินทรีย์ต่างๆ สามารถเสริมการทำงานของเส้นทางเมแทบอลิซึม (Metabolic pathway) ของกันและกัน จึงทำให้เกิดการใช้สารตั้งต้นที่มีประสิทธิภาพและผลิตสารเมตาบอไลต์ที่ต้องการได้ดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เชื้อแบคทีเรีย Lactobacillus spp. สามารถผลิตกรดแลคติกซึ่งจะถูกนำไปใช้โดยยีสต์ Saccharomyces spp. ในกระบวนการผลิตเอทานอล ส่งผลให้รสชาติโดยรวมของผลิตภัณฑ์ดีขึ้น กลไกต่อมาซึ่งเกี่ยวข้องกับความสามารถในการแข่งขันระหว่างสายพันธุ์ (Competitive exclusion) โดยจุลินทรีย์บางชนิดสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์อื่นๆ ที่ทำให้เกิดการเน่าเสียหรือเชื้อโรค ผ่านการผลิตสารประกอบต้านจุลชีพต่างๆ เช่น แบคเทอริโอซิน (Bacteriocins) กรดอินทรีย์ และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (H2O2) ซึ่งช่วยให้ผลิตภัณฑ์สุดท้ายมีความปลอดภัยและมีเสถียรภาพมากขึ้น กลไกสุดท้าย คือการปรับและตอบสนองต่อสัญญาณ (Signal modulation) ซึ่งจุลินทรีย์ต่างๆ สามารถสื่อสารกันผ่านการรับรู้ความหนาแน่นของประชากร (Quorum sensing) ซึ่งกระบวนการดังกล่าวเป็นตัวควบคุมการแสดงออกของยีนและกิจกรรมทางเมแทบอลิซึมของจุลินทรีย์ที่อาจนำไปสู่การผลิตสารให้กลิ่นรส เอนไซม์ [&hellip;]