Skip to main content
T_BENEO0326
T_SAMYANG0126
T_GNT0126
T_OHAUS
T_Interpack26
T_VEGA
T_PETFOOD

What's In

Brenntag Nutrition Expo 2024:<br>Sustainable Ingredients Inspiration for the Next Generation Success
What's In

Brenntag Nutrition Expo 2024:<br>Sustainable Ingredients Inspiration for the Next Generation Success

บริษัท เบรนน์แท็ก อินกรีเดียนส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้จัดงานเเสดงสินค้าและสัมมนาร่วมกับพันธมิตรผู้ผลิตส่วนผสมอาหารชั้นนำจากหลายหลายประเทศ ภายใต้ธีม ‘Brenntag Nutrition Expo 2024: Sustainable ingredients inspiration for the next generation success’ ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อาหารที่ดีต่อผู้บริโภคและยกระดับธุรกิจสู่ความยั่งยืน ซึ่งงานนี้ประสบความสำเร็จและได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้เข้าร่วมงานในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มกว่า 300 ท่าน ตอบโจทย์วัตถุประสงค์ในการจัดงานโดยคาดหวังให้ผู้ร่วมงานสามารถนำคอนเซปท์ของการประยุกต์ใช้วัตถุดิบและส่วนผสมอาหารเพื่อรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค งานนี้ได้รับเกียรติจากคุณวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา ประธานคณะกรรมการอาหารแห่งอนาคต และคุณ Kenneth Keh, Regional President of Nutrition Asia Pacific, Brenntag Specialties กล่าวเปิดงานและต้อนรับผู้เข้าร่วมงานอย่างเป็นทางการ ซึ่งในงานนี้ผู้เข้าร่วมงานได้เรียนรู้เทคนิคการใช้ส่วนผสมอาหารที่จะนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ่านหลากหลายหัวข้อบรรยายที่น่าสนใจ อาทิ เทรนด์อาหารและเครื่องดื่มในตลาดอาเซียน การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มสำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจในด้านสุขภาพ และแนวทางปฏิบัติในการจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ซึ่งนำเสนอโดยวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ควบคู่กับการจัดแสดงนวัตกรรมส่วนผสมอาหารจากซัพพลายเออร์ด้านวัตถุดิบและส่วนผสมอาหารชั้นนำจากหลากหลายประเทศ ได้แก่ Roquette, ARLA Foods Ingredients, Oterra, Syensqo, RikeVita, [&hellip;]

Advancing the Fruit and Vegetable Industry with Technology and Machinery
What's In

Advancing the Fruit and Vegetable Industry with Technology and Machinery

เทคโนโลยีและเครื่องจักร: กุญแจสำคัญสู่อนาคตที่สดใสของอุตสาหกรรมผักและผลไม้ ยกตัวอย่างเทคโนโลยีเครื่องจักรที่นิยมนำมาใช้ในกระบวนการผลิตผักและผลไม้ ดังนี้ 1. เครื่องล้างผักและผลไม้อัตโนมัติด้วยเทคโนโลยีอัลตราโซนิก เทคโนโลยีอัลตราโซนิกใช้คลื่นเสียงความถี่สูงสามารถสร้างฟองอากาศขนาดเล็กเพื่อชำระล้างสิ่งสกปรก ยาฆ่าแมลง และแบคทีเรียได้อย่างล้ำลึกโดยไม่ต้องใช้สารเคมีและไม่ทำลายเนื้อสัมผัส ช่วยประหยัดทั้งเวลา แรงงาน และน้ำ และในบางรุ่นยังมีฟังก์ชันที่ครอบคลุมตั้งแต่การล้างเบื้องต้น ฆ่าเชื้อ ไปจนถึงการเตรียมผักผลไม้ให้พร้อมสำหรับการปรุงอาหาร โดยเครื่องจักรมีระบบควบคุมเวลาการทำงานที่สามารถตั้งเวลาเวลาเปิดปิดได้ มีระบบวาล์วควบคุมการถ่ายน้ำ ระบบตัดไฟอัตโนมัติ และมีประสิทธิภาพในการล้างผักผลไม้ในปริมาณมากได้อย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์ทั้งด้านความสะอาด ปลอดภัยจากสารเคมีและเชื้อจุลินทรีย์ เหมาะสำหรับการใช้งานในโรงงานแปรรูป 2. เครื่องสลัดน้ำออกจากผัก น้ำที่หลงเหลืออยู่บนใบผักหลังการล้างอาจปนเปื้อนแบคทีเรีย ดิน น้ำปุ๋ย และแมลงศัตรูพืช ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการก่อโรคอาหารเป็นพิษ นอกจากนี้ ปริมาณน้ำที่ค้างบนผักยังเพิ่มความชื้นให้กับอาหาร จึงทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี และเร่งให้อาหารเน่าเสียเร็วขึ้น โดยเฉพาะอาหารที่มีโปรตีนสูง เครื่องสลัดน้ำช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้แรงเหวี่ยงและการกรองเอาน้ำออกจากผักโดยไม่ทำลายใบผัก วิธีนี้ช่วยเพิ่มสุขอนามัยและคงความสดใหม่ ทำให้ผักกรอบและน่ารับประทาน โดยเพียงนำผักใส่เครื่องสลัดน้ำ มอเตอร์ของเครื่องจะหมุนเหวี่ยงให้น้ำไหลออกสู่ภาชนะรองรับ อีกทั้งเครื่องสามารถรองรับผักในปริมาณมากและใช้เวลาทำงานเพียงไม่กี่นาที รวมถึงยังสามารถตั้งเวลาให้เครื่องทำงานได้แบบอัตโนมัติ จึงสะดวกและเหมาะสำหรับการใช้งานในโรงงานแปรรูปอาหารที่ต้องใช้ผักตัดแต่งในปริมาณมาก 3. เครื่องคัดขนาดผลไม้ เครื่องคัดแยกผลไม้ช่วยคัดแยกผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และแม่นยำ ช่วยลดความสูญเสีย ยกระดับคุณภาพผลผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพ โดยเครื่องส่วนใหญ่ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายและมีน้ำหนักเบาเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้าย จึงเหมาะสำหรับการใช้งานทั้งในสวนผลไม้และโรงงานแปรรูป เครื่องคัดแยกผลไม้สามารถคัดแยกผลผลิตได้ตามขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางและน้ำหนักอย่างแม่นยำจึงให้คุณภาพที่สม่ำเสมอและลดค่าใช้จ่ายด้านแรงงานลงได้ โดยกลไกการทำงานมีหลายรูปแบบ เช่น [&hellip;]

Nutrients and Brain-Boosting Beverages to Improve Work Performance
What's In

Nutrients and Brain-Boosting Beverages to Improve Work Performance

สารอาหารและเครื่องดื่มบำรุงสมองเพื่อเสริมศักยภาพในการทำงาน คำว่า “สุขภาพดี” ในปัจจุบันนี้ อาจจะไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ร่างกายที่แข็งแรงหรือปราศจากโรค แต่ยังหมายรวมถึงการมีสุขภาวะทางอารมณ์ที่ดีและมีสมองที่ปลอดโปร่ง ด้วยเหตุนี้ผู้บริโภคจึงมองหาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่างๆ เพื่อสร้างเสริมสุขภาพ โดยเฉพาะเครื่องดื่มบำรุงสมอง จากข้อมูลตลาดของเครื่องดื่มบำรุงสมองทั่วโลกในปี พ.ศ. 2565-2566 พบว่ามีมูลค่าสูงถึง 18.10 และ 19.75 พันล้านดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ และคาดว่าจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นสูงถึง 40.34 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี พ.ศ. 2574 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ร้อยละ 10.5 โดยเครื่องดื่มบำรุงสมองจะมีสารสำคัญที่มีประโยชน์ต่อการทำงานของสมองมากมาย เช่น คาเฟอีน (Caffeine) มีฤทธิ์ที่ช่วยกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ร่างกายรู้สึกตื่นตัว ลดความเหนื่อยล้า นอกจากนี้คาเฟอีนยังช่วยเพิ่มระดับอะดรีนาลีน และเพิ่มการทำงานของสารสื่อประสาทชนิดอื่นด้วย สารสกัดจากใบแปะก๊วย (Ginkgo biloba extract) โดยสารสกัดที่ได้นั้นมาจากใบแปะก๊วยเป็นหลัก อันประกอบไปด้วยสารออกฤทธิ์ที่มีประโยชน์อย่างฟลาโวนอยด์ และเทอร์พีนอยด์ ที่มีส่วนช่วยปกป้องระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบประสาทและสมอง รวมถึงจอประสาทตาจากการทำลายของสารอนุมูลอิสระ กรดอะมิโนแอลธีอะนีน (L-Theanine) เป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายไม่สามารถผลิตเองได้ พบมากในชาเขียวช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย บรรเทาอาการวิตกกังวล ลดความเครียด รวมไปถึงช่วยเสริมระบบการเรียนรู้และการจดจำ เนื่องจากแอลธีอะนีนสามารถกระตุ้นการผลิตคลื่นสมองชนิดอัลฟ่า และกระตุ้นการหลั่งสารสื่อประสาท วิตามินบี [&hellip;]

Lubricants for the Food Industry according to NSF Standards
What's In

Lubricants for the Food Industry according to NSF Standards

น้ำมันหล่อลื่นสำหรับอุตสาหกรรมอาหารตามมาตรฐาน NSF กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA) ได้แบ่งประเภทของน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารออกเป็น2 ประเภทหลัก คือ น้ำมันหล่อลื่นเกรดอาหาร (Food grade) และน้ำมันหล่อลื่นที่ไม่ใช่เกรดสำหรับอาหาร (Non-food grade) โดยน้ำมันหล่อลื่นเกรดอาหารนั้นได้กำหนดมาตรฐานในการแบ่งประเภทเป็น H1 H2 และ H3 ซึ่งในช่วงแรก USDA ทำหน้าที่รับจดทะเบียนน้ำมันหล่อลื่นเกรดอาหาร แต่ภายหลังปี พ.ศ. 2541 ได้หยุดให้บริการลงทะเบียนไป ซึ่งปัจจุบันองค์กรส่งเสริมอนามัยแห่งชาติระหว่างประเทศ (NSF International) ได้เข้ามารับหน้าที่แทน โดย NSF ถือเป็นองค์กรอิสระที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกสำหรับการรับรองและทดสอบผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของอาหาร น้ำ และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์จะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ใช้งาน  ประเภทของน้ำมันหล่อลื่นเกรดอาหารตามมาตรฐาน NSF น้ำมันหล่อลื่นคลาส H1 น้ำมันหล่อลื่นประเภท H1 เป็นสารหล่อลื่นที่ใช้ในสภาพแวดล้อมที่มีโอกาสเกิดการสัมผัสระหว่างน้ำมันกับอาหาร (Incidental food contact) โดยมิได้ตั้งใจ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์และไก่ หรือในพื้นที่อื่นที่อาหารมีโอกาสสัมผัสกับน้ำมันได้ โดยทั่วไปสารหล่อลื่นคลาส H1 ไม่มีรส ไม่มีกลิ่น เหมาะสำหรับใช้ในกระบวนการผลิตที่มีการสัมผัสกับอาหารโดยบังเอิญหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตามปริมาณที่สัมผัสกับอาหารต้องไม่เกิน 10 [&hellip;]

Mix and Match: Hybrid Drink Ideas to Enhance the Taste and Get New Experiences
What's In

Mix and Match: Hybrid Drink Ideas to Enhance the Taste and Get New Experiences

Mix and Match: เผยไอเดียเครื่องดื่มไฮบริดเพื่อเสริมอรรถรสพร้อมปลดล็อกสู่ประสบการณ์ใหม่ เครื่องดื่มไฮบริดเป็นแนวคิดการผสมผสานเครื่องดื่มจากหมวดหมู่ที่แตกต่างกันตั้งแต่สองชนิดขึ้นไปเข้าด้วยกัน ซึ่งการผสมผสานนี้จะช่วยสร้างความโดดเด่นของรสชาติ ลดข้อจำกัดของรสสัมผัส และเติมเต็มให้เครื่องดื่มครบรสลงตัวที่สุดในทุกด้าน พร้อมพาผู้บริโภคดื่มด่ำประสบการณ์ใหม่ของเครื่องดื่มที่ยังไม่เคยลิ้มรสมาก่อน โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มไฮบริดอาจจะประกอบด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติและสารสำคัญต่างๆ อาทิ ผลไม้ สมุนไพร ซุปเปอร์ฟู้ด สารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามิน ร่วมกับการผสมผสานเครื่องดื่มจากหลากหลายกลุ่มเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น กาแฟและชา เครื่องดื่มอัดลม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มชูกำลัง เพื่อขยายกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายและนำเสนอทางเลือกใหม่ที่ดีกว่าในอนาคต โดยมีตัวอย่างเครื่องดื่มไฮบริดที่น่าสนใจและมีจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ ดังต่อไปนี้ 1. เครื่องดื่มจากโปรตีนสัตว์ผสมโปรตีนพืช บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์นมจากประเทศอังกฤษได้พัฒนานม เนย และชีสทางเลือกที่มีสัดส่วนของนมวัวและส่วนผสมจากพืชที่แตกต่างกันเพื่อให้ได้รสชาติดั้งเดิมมากที่สุด โดยนมผสมพร่องมันเนยที่พัฒนาขึ้นนี้ประกอบด้วยนมวัวร้อยละ 75 และส่วนประกอบอื่นๆ ได้แก่ นมข้าวโอ๊ต แคลเซียมคาร์บอเนต เกลือ สารให้ความคงตัว สารให้ความข้นหนืด วิตามินดี 2 วิตามินบี 2 วิตามินบี 12 และไอโอดีน 2. เครื่องดื่มคาเฟอีนผสมโปรตีน บริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มในรัฐแคลิฟอร์เนียประเทศสหรัฐอเมริกาได้พัฒนากลุ่มเครื่องดื่มที่เรียกว่า “Proffee” ซึ่งมีองค์ประกอบ 2 ส่วน คือ [&hellip;]

Transforming the Future of the Thai Food Industry with Smart Packaging Technology
What's In

Transforming the Future of the Thai Food Industry with Smart Packaging Technology

พลิกโฉมอนาคตอุตสาหกรรมอาหารไทยด้วยเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ ในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์ทั่วโลกมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย โดยหนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้อย่างเด่นชัด คือ การนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบในการดำเนินธุรกิจและกระบวนการทำงานภายในที่ส่งผลให้เกิดการสร้างรายได้ผ่านช่องทางใหม่ รวมถึงโอกาสในการสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจมากยิ่งขึ้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับการรับมาของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 หรืออุตสาหกรรม 4.0 โดยมีการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการผลิตและการแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ ที่มีแนวโน้มในการปรับตัวเข้าสู่ระบบอัตโนมัติ รวมถึงระบบอุตสาหกรรมที่ได้มีการนำเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมาใช้ในการผลิต เน้นการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารระหว่างเครื่องจักร และเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตแบบระบบอัตโนมัติ ช่วยยกระดับของการสื่อสารและการตรวจสอบระบบ รวมถึงการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อความมั่นคงและความยั่งยืน โดยเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความเปล่าประโยชน์ทางอาหาร ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยเสริมหน้าที่หลักของการบรรจุ ได้แก่ การปกป้องคุ้มครองผลิตภัณฑ์ การให้ข้อมูล และการสื่อสาร เพื่อให้สอดคล้องกับสมบัติของวัสดุทางการบรรจุ และระบบการบรรจุแบบแอคทีฟ อินเทลลิเจนต์ และคอนเน็กต์ ตามลำดับ โดยผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19 คาดการณ์ว่าตลาดบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะทั่วโลกจะมีมูลค่า 39.56 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี พ.ศ. 2567 และคาดว่าจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 60.49 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี พ.ศ. 2575 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 5.40 ในช่วงปี พ.ศ. 2566-2575 และพบว่าการวิจัยด้านบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยคิดเป็นจำนวนการตีพิมพ์เฉลี่ยต่อปีเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะกำลังได้รับความสนใจจากหลายฝ่าย ซึ่งสามารถที่จะต่อยอดไปสู่เชิงพาณิชย์ได้ในอนาคต [&hellip;]

Catalyze Investment in the Integrated Laboratory Industry with Thailand LAB INTERNATIONAL 2024!
What's In

Catalyze Investment in the Integrated Laboratory Industry with Thailand LAB INTERNATIONAL 2024!

กระตุ้นการลงทุนของอุตสาหกรรมเครื่องมือห้องปฏิบัติการแบบครบวงจรส่งท้ายปีกับงาน Thailand LAB INTERNATIONAL 2024 ในวันที่ 11-13 กันยายน พ.ศ. 2567 นี้ เตรียมพบกับงาน Thailand LAB INTERNATIONAL, Bio Asia Pacific และ FutureCHEM INTERNATIONAL 2024 งานแสดงสินค้าและการประชุมนานาชาติด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และเครื่องมือในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์แห่งเอเชีย ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในงานสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ที่ล้ำสมัย พร้อมกับได้พบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ และยังเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจที่ยั่งยืน ภายในงานจะได้พบกับนวัตกรรมและเครื่องมือสำหรับห้องปฏิบัติการมากกว่า 500 แบรนด์ชั้นนำจากนานาชาติ ที่นำเสนอโดยผู้จัดแสดงจากกว่า 270 บริษัท เพื่อนำทุกท่านอัปเดตเทรนด์และนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ทุกกลุ่มในอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น อาหารและเครื่องดื่ม เทคโนโลยีชีวภาพ ยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เคมี การแพทย์และสาธารณสุข ปิโตรเคมีและพลาสติก เครื่องสำอาง ชิ้นส่วนอะไหล่และยานยนต์ การจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม และอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมกันนี้ ผู้เข้าร่วมงานจะได้พบกับโอกาสในการขยายเครือข่าย และต่อยอดการลงทุนทางธุรกิจได้อีกด้วย ซึ่งนอกจากการแสดงสินค้าและนวัตกรรมแล้ว ภายในงานยังมีการจัดสัมมนาและการประชุมที่น่าสนใจจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ นักวิจัย [&hellip;]

Guidelines for Microbial Risk Assessment of Foodborne Pathogens
What's In

Guidelines for Microbial Risk Assessment of Foodborne Pathogens

แนวทางการวิเคราะห์ความเสี่ยงของจุลินทรีย์ก่อโรคในผลิตภัณฑ์อาหาร แนวทางการประเมินความเสี่ยงทางจุลินทรีย์ แนวทางประเมินความเสี่ยงจะเริ่มต้นพิจารณาจากชนิดของอาหาร หรือข้อมูลทางระบาดวิทยาที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์อาหารชนิดนั้น โดยอาจพิจารณาเพียงด้านใดด้านหนึ่งหรือนำข้อมูลทั้ง 2 ด้านมาพิจารณาความเสี่ยงทางจุลินทรีย์ที่อาจพบและจุลินทรีย์ก่อโรคจากอาหารชนิดนั้นตามขั้นตอนหลัก ดังนี้ 1. ระบุชนิดของจุลินทรีย์ก่อโรคในผลิตภัณฑ์อาหารที่กำหนด โดยในขั้นตอนนี้ ผู้ประเมินความเสี่ยงจำเป็นจะต้องทราบข้อมูลที่เกี่ยวกับวัตถุดิบและองค์ประกอบในอาหาร ปัจจัยภายในและภายนอกอาหารที่ส่งผลต่อการเจริญของจุลินทรีย์ รวมถึงกระบวนการผลิตหรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องต่อการยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ก่อโรค 2. ระบุลักษณะการก่อโรคของจุลินทรีย์เป้าหมายในขั้นตอนที่ 1 รวมถึงความรุนแรงของอาการเจ็บป่วยของผู้บริโภค ตั้งแต่ระดับไม่รุนแรงที่ไม่ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บป่วยจนถึงระดับรุนแรงขั้นเสียชีวิต ตลอดจนความสามารถในการแพร่ระบาดจนเกิดการกระจายของโรคในวงกว้าง และการระบุว่ามียาหรือวิธีการรักษาในแผนปัจจุบันหรือไม่ 3. ระบุโอกาสการได้รับสัมผัสจุลินทรีย์จากการรับประทานอาหารดังกล่าวของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย โดยสามารถพิจารณาร่วมกับข้อมูลปริมาณการปนเปื้อนในวัตถุดิบ และกระบวนการผลิตที่อาจมีขั้นตอนในการยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ เช่น การใช้อุณหภูมิสูง หรือกรดในกระบวนการผลิต เป็นต้น 4. ระบุระดับความเสี่ยง ซึ่งเป็นการนำข้อมูลจากขั้นตอนที่ 1-3 มากำหนดระดับความเสี่ยงของจุลินทรีย์ก่อโรคที่กำหนดซึ่งมีโอกาสพบและก่อโรคในผลิตภัณฑ์อาหารที่กำหนดต่อกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย โดยการระบุระดับความเสี่ยงสามารถระบุได้ในเชิงปริมาณ เช่น กำหนดตัวเลขที่บ่งบอกถึงความเสี่ยงระดับสูงหรือต่ำ หรือระบุในเชิงคุณภาพ เช่น ระบุว่า มี หรือไม่มีความเสี่ยง เป็นต้น ทั้งนี้ สามารถศึกษาตัวอย่างการระบุระดับความเสี่ยงด้วยแผนผังการตัดสินใจ (Decision tree) ที่เป็นการระบุความเสี่ยงในเชิงคุณภาพ และตัวอย่างการะบุระดับความเสี่ยงด้วยโปรแกรม Risk Ranger ที่ the Australian Food [&hellip;]

Craft Beer from Coffee Cherries: Crafting Beverage Products with Agricultural Waste
What's In

Craft Beer from Coffee Cherries: Crafting Beverage Products with Agricultural Waste

คราฟต์เบียร์จากเชอร์รีกาแฟ: การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มด้วยวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ‘คราฟต์เบียร์’ เป็นเบียร์ชนิดหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยม ซึ่งผู้ผลิตจะต้องใช้ฝีมือและความพิถีพิถันในการสร้างสรรค์เบียร์ให้มีเอกลักษณ์เฉพาะ รวมถึงต้องมีความใส่ใจในการคัดเลือกส่วนผสม โดยคราฟต์เบียร์เริ่มได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งชาวอเมริกันมักนิยมต้มเบียร์เพื่อดื่มกันเองที่บ้าน ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า Homebrew และหากมีการผลิตในโรงเบียร์ที่มีขนาดเล็กจะถูกเรียกว่า Craft Brewery ในปัจจุบันได้มีผู้ผลิตคราฟต์เบียร์ในไทยกว่า 100 ราย ซึ่งหากผู้ผลิตมีการจำหน่ายคราฟต์เบียร์ให้เป็นที่รู้จักแล้ว มักจะมีการหาโรงงานผลิตในต่างประเทศเพื่อนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย โดยจะมีการตีตราและเสียภาษีอากรที่เป็นเบียร์นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งเบียร์เหล่านี้จะเรียกว่า “เบียร์ไทยนำเข้า” โดยการผลิตคราฟต์เบียร์นั้นจะต้องมีวัตถุดิบที่สำคัญอย่าง ข้าวซึ่งนำมาผลิตเป็นมอลต์ ฮอปส์ที่ช่วยเพิ่มรสขมของเบียร์และยังนำมาใช้ในการปรับสมดุลรสหวานของมอลต์ ยีสต์ที่เป็นส่วนสำคัญในการผลิตแอลกอฮอล์ และน้ำ นอกจากนี้ยังได้มีการปรุงแต่งกลิ่นรสของคราฟต์เบียร์ด้วยวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่น เช่น ผลไม้ ดอกไม้ กาแฟ และช็อกโกแลต รวมไปถึงเปลือกกาแฟหรือเชอร์รีกาแฟ ซึ่งเป็นของเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตเมล็ดกาแฟ โดยมีสารสำคัญที่มีประโยชน์ อาทิ สารประกอบฟีนอลิก ได้แก่ กรดคลอโรจีนิก (Chlorogenic Acid; CGA) และเอพิคาเทชิน (Epicatechin) โดยเอพิคาเทชินมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ ดังนั้น ทางผู้ผลิตสามารถนำเชอร์รีกาแฟมาใช้เป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่จะช่วยเพิ่มคุณประโยชน์และเสริมกลิ่นรสในผลิตภัณฑ์คราฟต์เบียร์ได้ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งวิธีการแก้ไขปัญหาวัตถุดิบล้นตลาดและเป็นการยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยสู่ผลิตภัณฑ์คราฟต์เบียร์ที่มีอัตลักษณ์สูง อันจะถือเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่สำคัญในการที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มไทยในอนาคต By: Donporn Wongwaiwech, Ph.D. [&hellip;]

Aframomum melegueta seed extract: beneficial effects on metabolic health via thermogenesis
What's In

Aframomum melegueta seed extract: beneficial effects on metabolic health via thermogenesis

สารสกัดจากเมล็ด Aframomum melegueta: ประโยชน์ต่อสุขภาพระบบเผาผลาญผ่านกระบวนการเทอร์โมจีนีซิส หนึ่งในกลยุทธ์ของการต่อต้านโรคอ้วน คือกระบวนการสร้างความร้อนในร่างกายหรือกระบวนการเทอร์โมจีนีซิส (Thermogenesis) ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการใช้พลังงานต่อวัน (Energy expenditure) โดยอาศัยการเผาผลาญแคลอรีเพื่อนำมาสร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย (Thermogenic effect) คาเฟอีนและสารกระตุ้นบางชนิดนั้นมีคุณสมบัติ Thermogenic effect รวมไปถึงกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว ลดความเหนื่อยล้า และปรับปรุงสมรรถภาพทางกายได้ อย่างไรก็ตาม การได้รับสารกลุ่มนี้อาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ต่างๆ และในระยะยาวซึ่งอาจส่งผลนำไปสู่ภาวะติดและดื้อต่อสารดังกล่าว รวมถึงหากไม่ได้รับสารเหล่านี้อาจจะก่อให้เกิดอาการถอนได้ ดังนั้นสารสกัดจากเมล็ด Aframomum melegueta (A. melegueta) จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสารสกัดที่มีคุณสมบัติดังกล่าวโดยปราศจากคาเฟอีนและสารกระตุ้น โดยมีการวิจัยถึงคุณสมบัติของสารสกัดจากเมล็ด A. melegueta ในหนูทดลองที่ถูกเหนี่ยวนำให้อ้วนด้วยอาหารไขมันสูง (High Fat Diet; HFD mice) จากการศึกษาในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าสารสกัดจากเมล็ด A. melegueta ซึ่งมีสารสำคัญอย่าง 6-paradol เป็นองค์ประกอบอยู่ร้อยละ 10 นั้นสามารถกระตุ้นให้เกิดการสร้างเซลล์ไขมันสีเบจ (Beige adipocytes) ในหนู HFD ที่ได้รับสารสกัด โดยการเข้าไปกระตุ้นยีนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเทอร์โมจีนีซิส จากงานวิจัยทางคลินิกแบบสุ่ม ในกลุ่มอาสาสมัครที่มีภาวะน้ำหนักเกินจำนวน 60 [&hellip;]

Innovative Vacuum Impregnation Improves Food Production Efficiency
What's In

Innovative Vacuum Impregnation Improves Food Production Efficiency

นวัตกรรมการอัดแพร่สุญญากาศเพื่อประสิทธิภาพในการผลิตอาหารที่ดีกว่า เทคโนโลยีการอัดแพร่สุญญากาศ หรือวีไอ (Vacuum Impregnation; VI) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ความดันระดับสุญญากาศในการผลักสารที่มีสถานะของเหลวหรือแก๊สที่มีปริมาณมากให้เข้าสู่เนื้อของผลิตภัณฑ์ซึ่งมีสถานะเป็นของแข็ง โดยสามารถแพร่ได้ลึกและรวดเร็วกว่าการแพร่ในรูปแบบแบบอื่นๆ จึงทำให้เทคโนโลยีการอัดแพร่สุญญากาศได้รับความนิยมในหลายสาขา รวมถึงการนำมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสร้างนวัตกรรมในกระบวนการผลิต ทั้งการพัฒนาเนื้อสัมผัส รสชาติ สี กลิ่น สารสำคัญเชิงหน้าที่ รวมไปถึงการเติมเชื้อจุลินทรีย์ที่ดีเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ ในปัจจุบันมีงานวิจัยที่พัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีวีไอเพื่อเสริมสร้างนวัตกรรมและเพิ่มคุณภาพในการผลิตอาหาร เช่น การใช้เทคนิควีไอแบบแช่เยือกแข็งเพื่อช่วยเพิ่มคุณภาพของมะม่วงน้ำดอกไม้สุกเยือกแข็ง การเติมน้ำบีทรูทเข้าสู่เมล็ดข้าวสารและข้าวเหนียว และการใช้เทคนิควีไอแบบเคลือบผิวผงแป้งข้าว  นอกจากนี้เทคโนโลยีการอัดแพร่สุญญากาศยังได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหาร เช่น การเติมสารวานิลลิน (Vanillin) และสาร 2-แอซีทิลไพราซีน (2-Acetylpyrazine) ซึ่งเป็นสารให้กลิ่นเสมือนข้าวหอมมะลิลงในฟิล์มพลาสติกพอลิโพรพิลีน (Polypropylene) การเติมสารไนซิน (Nisin) ซึ่งเป็นสารต้านเชื้อจุลินทรีย์ธรรมชาติลงในไส้เทียมเซลลูโลส และการเติมสารไคโตซาน (Chitosan) ซึ่งมีโมเลกุลขนาดใหญ่ลงในไส้เทียมเซลลูโลส ดังนั้นเทคโนโลยีการอัดแพร่สุญญากาศหรือวีไอจึงเป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจในการนำไปใช้พัฒนาอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์โดยการเติมสารสำคัญต่างๆ หรือการพัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหารเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและรักษาความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์ตลอดจนถึงมือผู้บริโภค อีกทั้งยังเป็นเทคโนโลยีที่มีต้นทุนไม่สูงอีกด้วย By: Assoc. Prof. Waraporn Boonsupthip, Ph.D. Department of Food Science and Technology Faculty of Agro-Industry [&hellip;]

Top 10 Beverage Trends in 2024 to Get Ready for Future Growth Opportunities
What's In

Top 10 Beverage Trends in 2024 to Get Ready for Future Growth Opportunities

10 เทรนด์เครื่องดื่มดาวรุ่งแห่งปี 2567 เพื่อเตรียมพร้อมสู่โอกาสการเติบโตในอนาคต ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมเครื่องดื่มเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเทรนด์เครื่องดื่ม แนวใหม่ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนขนาดตลาดและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ เนื่องจากผู้บริโภคกำลัง มองหาเครื่องดื่มนวัตกรรมที่ให้ผลเชิงฟังก์ชัน ซึ่งสอดคล้องกับประโยชน์ต่อสุขภาพ ความเป็นอยู่ที่ดี รวมถึง การดำเนินชีวิตในประจำวันมากขึ้น โดยเทรนด์เครื่องดื่มที่โดดเด่นสำหรับปี พ.ศ. 2567 มีดังต่อไปนี้ 1. เครื่องดื่มที่มีฟังก์ชันหลากหลาย เครื่องดื่มที่มีส่วนช่วยส่งเสริมสุขภาพในหลายด้านสำหรับการบริโภคเพียงครั้งเดียวกำลังได้รับความนิยม มากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคมองหาเครื่องดื่มที่ให้มากกว่าความสดชื่น โดยเครื่องดื่มเหล่านี้มักจะรวบรวมคุณประโยชน์เพื่อสุขภาพต่างๆ เช่น เพิ่มพลังงาน เสริมระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้จิตใจผ่องใส และฟื้นฟูกล้ามเนื้อ 2. เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของ CBD สารประกอบกลุ่มแคนนาบิไดออล (CBD) จากกัญชาได้เข้ามามีบทบาทสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม เนื่องจากสารประกอบนี้ไม่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ช่วยสร้างความผ่อนคลาย ลดความเครียด ตลอดจนให้คุณประโยชน์ต่อสุขภาพโดยไม่ทำให้เกิดอาการมึนเมาเหมือนกับสารในกลุ่ม THC 3. เครื่องดื่มเฉพาะบุคคล เครื่องดื่มเฉพาะบุคคลที่ตอบสนองต่อความชอบส่วนบุคคล ความต้องการทางอาหาร และเป้าหมายทางด้านสุขภาพล้วนอาศัยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่องจักร (Machine Learning) เพื่อช่วยให้สามารถปรับแต่งเครื่องดื่มได้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค 4. [&hellip;]