What's In
Enhance Your Fitness and Performance with Sports Food
เพิ่มความฟิตและเสริมสร้างสมรรถภาพด้วย ‘อาหารทางกีฬา’ By: Asst. Prof. Alisa Nana, Ph.D. College of Sports Science and Technology |Mahidol University| alisa.nan@mahidol.ac.th อาหารทางกีฬา (Sports Food) เป็นผลิตภัณฑ์เฉพาะทางซึ่งใช้เป็นแหล่งของสารอาหารที่มีประโยชน์เมื่อไม่สามารถบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทจะมีรสชาติ รูปแบบ คุณค่าทางโภชนาการ รวมถึงราคาและคุณภาพที่แตกต่างกันออกไป สำหรับจุดเริ่มต้นของอาหารทางกีฬานั้นได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำรวมไปถึงนักกีฬามืออาชีพ เช่น นักวิ่งมาราธอน โดยปกติจะมีการแนะนำให้นักกีฬารับประทานอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต เนื่องจากในระหว่างการแข่งขันนั้นไกลโคเจนในร่างกายจะถูกดึงมาใช้เป็นพลังงาน ส่งผลให้ร่างกายมีปริมาณไกลโคเจนไม่เพียงพอ จึงต้องมีการรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง แต่อาหารเหล่านี้อาจมีข้อจำกัดในเรื่องของการพกพา ด้วยเหตุนี้ ‘เจลทางกีฬา (Sports Gel)’ จึงตอบโจทย์มากกว่า เนื่องจากเจลทางกีฬามีส่วนประกอบของคาร์โบไฮเดรตในปริมาณสูงและให้พลังงานกับร่างกายได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังสะดวกต่อการพกพาและการบริโภค นอกจากนี้อาหารในกลุ่มโปรตีนก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน เนื่องจากโปรตีนสามารถซ่อมแซมและเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อ ด้วยเหตุนี้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทโปรตีน จึงเป็นที่นิยมในกลุ่มนักกีฬาและตอบโจทย์ในแง่ของความสะดวกอีกทั้งยังมีคุณค่าทางโภชนาการที่เพียงพอ รวมไปถึงกระแสความนิยมในการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกายส่งผลให้ผู้คนเริ่มสนใจอาหารทางกีฬามากขึ้น และสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายช่องทางทั้งออฟไลน์และออนไลน์ นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์อาหารทางกีฬาที่จำหน่ายในท้องตลาดต่างพยายามผสมผสานผลลัพธ์ในการดูแลสุขภาพที่มีความคล้ายคลึงกับอาหารฟังก์ชัน โดยมักมีการเสริมประโยชน์บางอย่างเข้าไปในผลิตภัณฑ์ แต่อย่างไรก็ดีสิ่งที่นักกีฬามืออาชีพต้องระลึกและพึงระวังอยู่เสมอ คือสารต้องห้ามทางกีฬา (Doping Drugs) ดังนั้นก่อนที่จะเริ่มบริโภคอาหารทางกีฬาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านโภชนาการเสมอ แต่โภชนาการทางการกีฬานั้นมิได้จำกัดเฉพาะนักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำเท่านั้น แต่ยังเหมาะสมกับบุคคลทั่วไปซึ่งประกอบอาชีพที่ต้องใช้พลังงานสูงและผู้สูงอายุอีกด้วย […]
Innovative Regenerated Smoke: Switching a New Solution to Enhance Meat Product Quality
นวัตกรรมระบบรมควันทดแทน: ทางเลือกใหม่เพื่อยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ By: Marcus Verkerk Senior Technical Manager Kerry South Asia Pacific marcus.verkerk@kerry.com ระบบรมควันแบบใหม่เพื่อประสิทธิภาพในการผลิตที่ยั่งยืน การปรับเปลี่ยนจากกระบวนการรมควันแบบเดิมไปสู่กระบวนการสร้างควันแบบใหม่ที่ใช้ควันควบแน่นนี้ 1 จะช่วยให้ผู้ผลิตบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน ความสม่ำเสมอ และประสิทธิภาพอย่างมีนัยสำคัญ ตลอดจนลดความเสี่ยงด้านสุขภาพของผู้บริโภคและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยอนุภาคของควันควบแน่นผลิตขึ้นจาก ขี้เลื่อยซึ่งเป็นผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมไม้ โดยกระบวนการเผาไหม้จะดักจับทุกอนุภาคของควันที่ผลิตออกมาได้ ดังนั้นจึงไม่เกิดการสูญเสียผลได้ในการผลิต ทั้งนี้ผลพลอยได้ที่เหลือจากการผลิตควันควบแน่นอาจจะถูกนำไปใช้เป็นพลังงานให้กับโรงงานหรือจำหน่ายให้กับอุตสาหกรรมอื่นๆ ตามหลักการของเศรษฐกิจหมุนเวียนให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หากเปรียบเทียบกันแล้ว เศษไม้แบบธรรมดานั้นจะได้มาจากการตัดต้นไม้และการรมควันจะต้องดำเนินการในโรงโม่ โดยที่ช่องระบายอากาศต้องถูกเปิดทิ้งไว้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกจากโรงโม่ แสดงว่าควันที่เกิดขึ้นจะมีมากถึงร้อยละ 50 และสูญเปล่าไป โดยที่ไม่สามารถนำมาใช้กับอาหารได้ตามความต้องการ ขณะที่ระบบรมควันทดแทนสามารถผลิตขึ้นได้ในโรงโม่แบบปิดสนิท จึงผลิตสีและรสชาติได้ตามความต้องการด้วยระยะเวลาที่สั้นลง ซึ่งสามารถเพิ่มจำนวนรอบต่อวันได้ จึงส่งผลให้กำลังการผลิตสูงขึ้น การใช้ระบบรมควันทดแทนยังช่วยลดความถี่ในการทำความสะอาด ประหยัดน้ำ และแรงงาน รวมถึงใช้สารเคมีที่มีความรุนแรงน้อยกว่า จึงช่วยลดการทำงานของระบบจัดการของเสีย โดยสถาบันเทคโนโลยีอาหารแห่งเยอรมนี (DIL Technologie GmbH) ได้ดำเนินการประเมินผลกระทบต่อวงจรชีวิต (LCIA) ตามมาตรฐาน ISO 14044:2006 ในการผลิตและการประยุกต์ใช้สารปรุงแต่งรมควันแบบใหม่เมื่อเปรียบเทียบกับการรมควันแบบทั่วไป จากผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่า การใช้สารปรุงแต่งรมควันแบบใหม่มีการใช้พลังงานและการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลงมากกว่าร้อยละ […]
Optimizing Infant Development through Introduction of ‘Complementary Food’
เสริมสร้างพัฒนาการของลูกน้อยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นด้วย ‘อาหารเสริมตามวัย’ By: Varanya Techasukthavorn Department of Nutrition and Dietetics | Faculty of Allied Health Sciences Chulalongkorn University Varanya.te@gmail.com อาหารตามวัยสำหรับทารกและเด็กเล็กหรืออาหารเสริมตามวัย (Complementary Food) หมายถึงอาหารอื่นๆ ที่นอกเหนือจากน้ำนมแม่หรือนมผงสูตรดัดแปลง เพื่อช่วยให้เด็กได้รับพลังงานอย่างเหมาะสมและมีพัฒนาการตามวัย ได้รับคุณค่าทางโภชนาการอย่างครบถ้วน รวมถึงช่วยให้ทารกได้เริ่มที่จะปรับตัวจากการกินนมแม่เพียงอย่างเดียวและเสริมสร้างพัฒนาการด้านการเคี้ยวให้สามารถรับประทานอาหารเหลว อาหารกึ่งแข็งกึ่งเหลว และอาหารทั่วไปได้อย่างปลอดภัย โดยหลักการจัดอาหารตามวัยเพื่อโภชนาการที่ดีของลูกน้อย มีหลักการสำคัญ 3 ข้อ ได้แก่ “สมวัย” หมายถึง ควรเริ่มให้อาหารเมื่อทารกมีความพร้อมและสามารถรับประทานอาหารอื่นนอกเหนือจากนมแม่ได้ เนื่องจากทารกมีการพัฒนาความสมบูรณ์ของอวัยวะภายในอย่างค่อยเป็นค่อยไป รวมไปถึงความพร้อมของระบบประสาทและกล้ามเนื้อในการหยิบจับอาหาร บดเคี้ยว และความสามารถในการทรงตัวซึ่งยังไม่เต็มที่มากนัก ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องเลือกและออกแบบอาหารให้สมวัย อีกทั้งยังเหมาะกับข้อจำกัดทางด้านสรีรวิทยาของทารกอีกด้วย “เพียงพอ” หมายถึง ทารกจะต้องได้รับพลังงานและสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน หากทารกได้รับน้ำนมจากแม่น้อยลงจำเป็นจะต้องพิจารณาถึงความต้องการของพลังงานที่เพิ่มขึ้นและจำนวนมื้อของอาหารตามวัยร่วมด้วย และ “ปลอดภัย” หมายถึง การคำนึงถึงความสะอาดและความปลอดภัยในอาหารตามวัยสำหรับทารก โดยเฉพาะกลุ่มอาหารที่อาจเสี่ยงต่อการปนเปื้อนจากเชื้อจุลินทรีย์ได้ง่าย ดังนั้นผู้จัดเตรียมอาหารจำเป็นจะต้องใส่ใจในทุกขั้นตอนการปรุงประกอบอาหาร เพื่อสุขภาพที่ดีและความปลอดภัยของทารกตัวน้อย โดยในประเทศไทยนิยมอาหารตามวัยสำหรับทารกและเด็กเล็กอยู่ […]
SENSORS DESIGNED FOR RUGGED FOOD
เซนเซอร์อัจฉริยะที่ออกแบบด้วยหลักการ Hygienic Design ช่วยให้การผลิตอาหารและเครื่องดื่มดำเนินไปได้อย่างไม่มีสะดุด ด้วยคุณสมบัติที่ออกแบบมาเพื่ออุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มโดยเฉพาะ – เซนเซอร์วัดแรงดัน (VEGABAR) และเซนเซอร์วัดระดับ (VEGAPOINT) ที่ตอบโจทย์กระบวนการผลิตอาหารแบบอัตโนมัติ ด้วยการออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัดและถูกสุขอนามัย จึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยอย่างสูงสุด ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้งานให้เหมาะสมตามรูปแบบที่ต้องการ พร้อมรองรับการทำความสะอาดแบบ CIP ที่ต้องใช้เวลานาน สามารถทนทานต่อการใช้งานที่อุณหภูมิสูงและทนต่อสารเคมีที่ใช้ทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ – VEGASWING เทคโนโลยีการวัดด้วยระบบสั่น (Vibration-based sensor) จึงช่วยเสริมความแม่นยำและความถูกต้องของการวัดได้อย่างดีเยี่ยม สามารถนำมาใช้ได้กับโรงงานผลิตอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมรองรับการทำความสะอาดแบบ CIP อีกด้วย – ออกแบบตามหลักสุขลักษณะที่ดี โดย VEGABAR29 และ 39 ทำมาจากวัสดุสเตนเลส รวมถึง VEGABAR28 และ 38 ที่ทำมาจากวัสดุเซรามิกซึ่งมีความแข็งแรงสูง ทั้งหมดได้รับการรับรองตามมาตรฐาน FDA และ EC 1935/2004 รวมถึงผ่านมาตรฐาน EHEDG และ 3-A Sanitary Standard จึงเหมาะกับโรงงานผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่ต้องการจัดทำมาตรฐาน GMP – เซนเซอร์สามารถเรืองแสงได้ […]
Slide Food Focus Thailand Roadshow 2025 @Ratchaburi
Moving Forward to Smart and Sustainable Food Manufacturing ก้าวสู่กระบวนการผลิตอาหารอัจฉริยะและยั่งยืน Friday, 27 Jun 2025 @Na Vela Hotel Ratchaburi Smart Manufacturing: บทบาทของระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรมอาหารยุค 5.0 Sustainable Production: ขับเคลื่อนสู่กระบวนการผลิตอย่างยั่งยืน โดย: ดร.สุรชัย ทองแก้ว กรรมการบริหารและวิชาการ สมาคมไทยไอโอที Smart Supply Chain Transparency: โปรแกรมทวนสอบย้อนกลับในห่วงโซ่อุปทานและความยั่งยืน Sustainable Sourcing: พลังของส่วนผสมเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ โดย: ผศ.ดร. จุมพล วรสายัณห์ ภาควิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเกษตร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
Supplier Finder June 2024
See What’s New in the Star Items June 2024
พบกับผลิตภัณฑ์ดาวเด่น เช่น เครื่องจักร อุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ส่วนผสมอาหาร และอื่นๆ ที่น่าสนใจ…
Case Study: The Value Chain Analysis of a Small-Sized Blue Crab Manufacturer
กรณีศึกษา: การวิเคราะห์โซ่คุณค่าของปูม้าในโรงงานแปรรูปปูม้าขนาดเล็ก การสร้างมูลค่าเพิ่มจากชิ้นส่วนปูม้าสู่ความยั่งยืนในอุตสาหกรรมต่างๆ ผู้ประกอบการสามารถสร้างมูลค่าให้กับเปลือก (Shell) และส่วนของชิ้นปูส่วนอื่น ๆ ที่มีมูลค่าต่ำด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อนำเนื้อนิ้วปูหรือเนื้อนิ้วในขาปู (Finger) และมัน (Fat) มาเพิ่มมูลค่าในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ปูแปรรูป เช่น กระดองปูนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ปูจ๋าไข่เค็ม ขณะที่นิ้วปูและมันปูสามารถนำมาแปรรูปเป็นเครื่องแกงปู น้ำพริกปู จ๊อปูทอด และลูกชิ้นปู เป็นต้น ขณะเดียวกันพบว่าเปลือก (Shell) ที่ได้หลังจากแกะปูส่วนใหญ่มักถูกทิ้งไป โดยมิได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ ซึ่งมีเพียงกระดองปูและก้ามปูบางส่วนถูกนำไปใช้เพิ่มมูลค่าในผลิตภัณฑ์ปูแปรรูป เช่น ปูจ๋าไข่เค็ม ก้ามปูจ๋า รวมถึงผลิตภัณฑ์ปูแปรรูปที่นำกระดองปูและก้ามปูมาเพิ่มมูลค่า ดังนั้นจึงช่วยสร้างโอกาสให้กับชุมชนที่จะสามารถเก็บกระดองปูและก้ามปูเพื่อนำไปเพิ่มคุณค่าและมูลค่าได้ต่อไป รัฐบาลควรมีบทบาทในการผลักดันให้งบประมาณสนับสนุนโครงการวิจัยเกี่ยวกับการนำเปลือกปูมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ แก่นักวิจัยหรือผู้ผลิตที่สนใจ โดยการนำเปลือกปูจากโรงงานแปรรูปปูมาวิจัยและพัฒนาต่อยอดเพื่อเพิ่มคุณค่าในหลากหลายภาคอุตสาหกรรม อาทิ ในอุตสาหกรรมก่อสร้างสามารถนำเปลือกปูไปพัฒนาเป็นไบโอพอลิเมอร์เพื่อช่วยในการประสานปูนซีเมนต์กับทรายในงานก่อสร้าง สำหรับอุตสาหกรรมพลังงานเคมีชีวภาพสามารถนำเปลือกปูมาใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการผลิตไบโอดีเซลซึ่งเป็นพลังงานทางเลือกอีกรูปแบบหนึ่ง ขณะที่อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพสามารถนำเปลือกปูไปสังเคราะห์ใช้เป็นพรีไบโอติกและสารกันเสียจากธรรมชาติ หรือในภาคการเกษตรเปลือกปูสามารถนำไปผลิตเป็นปุ๋ยหมักสำหรับการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ได้ ทั้งนี้ภาครัฐควรเก็บข้อมูลปริมาณเปลือกปูจากโรงงานแปรรูปในประเทศไทยเพื่อให้ทราบปริมาณผลผลิตที่ได้ต่อปีซึ่งจะเป็นข้อมูลที่ดีในการประกอบการตัดสินใจสำหรับผู้ผลิตรายใหญ่ที่ต้องการลงทุนนำเปลือกปูไปใช้ประโยชน์ในอนาคต Value Added from Blue Crab towards Sustainability in Various Industries The enterprise has considered creating value for […]
Certification of Food with Function Claims Thailand (FFC Thailand)<br>Part 2: Food with Function Claims and the Path towards the Improvement of Thai Agricultural Products
การรับรอง Food with Function Claims Thailand (FFC Thailand) ตอนที่ 2: ทิศทางการกล่าวอ้างอาหารเชิงหน้าที่เพื่อยกระดับสินค้าทางเกษตรของประเทศไทย By: Prof. Pavinee Chinachoti, Ph.D. Chair of Food Innovation and Regulation Network (FIRN) Food Science and Technology Association of Thailand (FoSTAT) | chair@firn.or.th ระบบ FFC Thailand ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศอย่างไร 1. ช่วยเปิดช่องทางการออกผลิตภัณฑ์แบบบูรณาการโดยความรับผิดชอบในการยื่นหลักฐานที่มีระบบอธิบายและชี้แจงสิ่งที่ต้องเตรียมยื่น (Training) รวมถึงพัฒนาตามมาตรฐานตลอดห่วงโซ่ที่กำหนด 2. ประเทศสามารถส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาวัตถุดิบไทยให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์ด้านอาหาร กล่าวคือ a. ผลิตภัณฑ์ Food with Functional Ingredients (FFI) ของประเทศไทยสามารถเปิดธุรกิจใหม่ให้แก่เกษตรกรต้นน้ำ จากการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาสร้างซัพพลายเออร์เกี่ยวกับ Functional […]
Techniques for Food Flavor Analysis
เทคนิคการตรวจสอบกลิ่นรสในผลิตภัณฑ์อาหาร ปัจจุบันการตรวจสอบกลิ่นรสของผลิตภัณฑ์อาหารนั้นสามารถทำได้ 3 วิธี ได้แก่ 1) การตรวจสอบกลิ่นรสด้วยผู้ทดสอบ การตรวจสอบกลิ่นรสด้วยผู้ทดสอบเป็นเทคนิคการทดสอบทางประสาทสัมผัสด้วยรูปแบบการทดสอบเชิงพรรณนา (Sensory descriptive analysis) ผู้ทดสอบต้องผ่านการคัดเลือก และได้รับการฝึกฝนมาจนกระทั่งสามารถแยกแยะคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์อาหารได้เป็นอย่างดี ซึ่งถือว่าเป็นผู้ทดสอบที่มีความเชี่ยวชาญสูงหรือ Trained Panelist โดยคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์อาหารนั้นประกอบไปด้วย ลักษณะปรากฏ (Appearance) กลิ่น (Aroma) รส (Taste) กลิ่นรส (Flavor) เนื้อสัมผัส (Texture) และความรู้สึกหลังกลืน (Aftertaste) 2) การตรวจสอบกลิ่นรสด้วยเครื่องมือ เทคนิคแก๊สโครมาโตกราฟี (Gas Chromatography; GC) เป็นเทคนิคที่นำมาประยุกต์ใช้ในการทดสอบสารประกอบอินทรีย์ที่สามารถระเหยได้ (Volatile compound) ในผลิตภัณฑ์อาหาร ซึ่งลักษณะของสารหรือตัวอย่างที่ต้องการวิเคราะห์ด้วยเทคนิคนี้ต้องมีคุณสมบัติในการระเหยกลายเป็นไอได้ง่าย เพราะเป็นเทคนิคที่ใช้สำหรับการแยกสารผสมออกจากกันด้วยการเคลื่อนที่ในสถานะแก๊ส โดยอาศัยความแตกต่างกันของคุณสมบัติในการละลายและความสามารถในการดูดซับของสารแต่ละชนิดบนเฟสเคลื่อนที่ (Mobile phase) และเฟสอยู่กับที่ (Stationary phase) ซึ่งเครื่อง GC นั้นสามารถแบ่งตามวิธีการทำงานได้เป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ 2.1) Gas […]
The Next Development in Dairy-Based Lactose-Free Ice Cream Production Technology
ก้าวต่อไปของเทคโนโลยีการผลิตไอศกรีมปราศจากแลคโตส ไอศกรีมเป็นขนมหวานที่ใครหลายคนชื่นชอบ จากข้อมูลการสำรวจตลาดไอศกรีมทั่วโลกในปี พ.ศ. 2566 พบว่ามีมูลค่าสูงถึง 73.4 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 98.7 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐภายในปี พ.ศ. 2575 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 3.1 ต่อปี (พ.ศ. 2567-2575) การเติบโตของอุตสาหกรรมไอศกรีมนี้มีอิทธิพลจากผู้บริโภคที่มีความต้องการอาหารสะดวกซื้อเพิ่มขึ้น ตลอดจนมการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยที่สูงขึ้น รวมทั้งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เข้ามาปฏิวัติอุตสาหกรรมไอศกรีม โดยเฉพาะไอศกรีมเพื่อสุขภาพกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไอศกรีมที่มีพลังงานต่ำ ไขมันต่ำ และน้ำตาลต่ำ รวมถึงไอศกรีมที่ปราศจากนม ปราศจากน้ำตาลแลคโตส และปราศจากกลูเตน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเทรนด์อันดับต้นๆ ที่ได้รับแรงผลักดันมาจากความใส่ใจด้านสุขภาพของผู้บริโภค สำรวจตลาดผลิตภัณฑ์ปราศจากแลคโตสจากทั่วโลก ในปี พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา ขนาดตลาดของผลิตภัณฑ์ปราศจากแลคโตสในกลุ่มอุตสาหกรรมนมจากทั่วโลกมีมูลค่ากว่า 14.2 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 15.07 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐภายในปี พ.ศ. 2566 เป็น 21.59 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐภายในปี พ.ศ. 2573 ด้วยอัตราการเติบโตร้อยละ 6.17 อันเนื่องมาจากผู้บริโภคมีอาการแพ้น้ำตาลแลคโตสเพิ่มมากขึ้น จากการศึกษา พบว่า ประชากรส่วนใหญ่มักจะแพ้แลคโตส (ร้อยละ 57) […]
The Potential of Probiotics and Prebiotics in Rice for Anti-colorectal Cancer Properties
คุณสมบัติโดดเด่นของโพรไบโอติกส์และพรีไบโอติกส์จากข้าวที่มีผลต่อการต้านมะเร็งลำไส้ By: Assoc. Prof. Kansuda Wunjuntuk, Ph.D. Food, Nutrition & Dietetics Program | Department of Home Economics Faculty of Agriculture Kasetsart University | kansuda.w@ku.th มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักเป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบมากที่สุดทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ซึ่งมักพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป อย่างไรก็ตาม อัตราการเกิดมะเร็งดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปี โดยความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดมะเร็งนี้มาจากหลายปัจจัย ได้แก่ การสูบบุหรี่ การขยายตัวของสังคมเมือง พฤติกรรมการเคลื่อนไหวร่างกายที่น้อยเกินไป โรคอ้วน และการบริโภคอาหาร โดยเฉพาะการบริโภคเนื้อแดงและเนื้อสัตว์แปรรูปในปริมาณสูง ประกอบกับการบริโภคผักและผลไม้ในปริมาณต่ำ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักในผู้ที่ไม่มีความผิดปกติทางพันธุกรรม จากการศึกษาวิจัยพบว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักมีความเกี่ยวข้องกับความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ภายในลำไส้ระหว่างจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์และจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรค กลไกการทำงานของโพรไบโอติกส์ต่อสมบัติการต้านมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก 1.โพรไบโอติกส์มีบทบาทสำคัญในการปรับสัดส่วนของจุลินทรีย์ในลำไส้ จึงช่วยลดการเสียสมดุลของจุลินทรีย์ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญในกระบวนการพัฒนาของเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก 2.โพรไบโอติกส์ช่วยเสริมสร้างความสมบูรณ์ของเยื่อบุผิวลำไส้ ซึ่งจำเป็นต่อการปกป้องลำไส้จากสารที่เป็นอันตรายและเชื้อก่อโรค โดยจุลินทรีย์โพรไบโอติกส์จะช่วยส่งเสริมความแข็งแรงของโปรตีนที่เชื่อมระหว่างเซลล์ลำไส้และเพิ่มการผลิตเปปไทด์ต้านจุลชีพ (Defensins) ที่ชั้นเยื่อเมือกบนเยื่อบุผิวลำไส้ จึงช่วยขัดขวางเชื้อโรคหรือสารพิษเข้าสู่ร่างกายและช่วยลดการอักเสบ 3.โพรไบโอติกส์ช่วยส่งเสริมกระบวนการหมักของใยอาหาร คาร์โบไฮเดรตที่ไม่สามารถย่อยได้ […]







