Skip to main content
T_SAMYANG0126
T_GNT0126
THAICARGOEXPO1025
T_OHAUS
T_Interpack26
T_VEGA

What's In

Discover the Secret to Perfectly Delicious with ‘Ready-to-Use Seasoning Sauces’
What's In

Discover the Secret to Perfectly Delicious with ‘Ready-to-Use Seasoning Sauces’

ค้นพบสูตรลับกับความอร่อยที่ลงตัวด้วย ‘ซอสปรุงรสสำเร็จรูป’ By:Sirinapa Sida Food Focus Thailand Magazine | editor@foodfocusthailand.com การพัฒนาซอสสำเร็จรูปจากเมนูอาหารยอดนิยม กระแสการพัฒนาซอสสำเร็จรูปจากเมนูอาหารกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากการที่ผู้บริโภคกำลังมองหาทางเลือกที่มีความแปลกใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ซอสสำเร็จรูปพร้อมปรุงจากเมนูอาหารไทยภาคต่างๆ ที่อยู่ในบรรจุในถุงรีทอร์ทเพาช์ เช่น ภาคเหนือ (น้ำเงี้ยวและแกงฮังเล) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (น้ำตกและหมี่โคราช) ภาคกลาง (ฉู่ฉี่และแกงส้ม) ภาคตะวันออก (ผัดผงกะหรี่และต้มเค็ม) และภาคใต้ (คั่วกลิ้ง น้ำยาปู และห่อหมก) เป็นต้น ซึ่งสามารถเจาะกลุ่มผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศได้5 ขณะที่ซอสปรุงรสสำเร็จรูปจากเมนูอาหารตามสั่งก็ได้รับความนิยมในตลาดออนไลน์ อาทิ ซอสข้าวผัด ซอสผัดฉ่า ซอสผัดผักบุ้ง ซอสกะปิ ซอสพะโล้ ซอสต้มยำน้ำข้น ซอสผัดไทยสำเร็จรูป ซอสย่างจิ้มแจ่ว และซอสก๋วยเตี๋ยวเรือแห้ง ไปจนถึงการพัฒนาซอสสำเร็จรูปจากวัฒนธรรมอาหารต่างประเทศ เช่น ซอสสปาเก็ตตี้ ซอสกิมจิ และซอสเทอริยากิ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการรังสรรค์สูตรจากเชฟชื่อดังที่ได้พัฒนาซอสฟิวชันรูปแบบต่างๆ อย่าง ‘ซอสผัดงอแง’ ซึ่งเป็นซอสสารพัดผัดปรุงสำเร็จที่ฮิตติดกระแสในโลกออนไลน์จากภาพยนตร์ดังในเน็ตฟลิกซ์ ‘Hunger Games’ โดยทางโรซ่าได้ใช้กลยุทธ์ทางการตลาดข้ามอุตสาหกรรมที่สร้างความฮือฮาและน่าสนใจให้กับแบรนด์ได้ไม่น้อย6 […]

Strengthen the Quality Inspection and Control of Milk and Beverage Production through Automation and AI Technology
What's In

Strengthen the Quality Inspection and Control of Milk and Beverage Production through Automation and AI Technology

เสริมแกร่งการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพการผลิตนมและเครื่องดื่มด้วยเทคโนโลยี AI By: Editorial Team Food Focus Thailand Magazine editor@foodfocusthailand.com การผสมผสานเทคโนโลยีอัตโนมัติเพื่อเสริมศักยภาพการผลิตเครื่องดื่ม ในอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องดื่ม ซึ่งมีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เครื่องดื่มที่ขับเคลื่อนด้วย AI จึงกำลังจะเข้ามาปฏิวัติการผลิตและการวางกลยุทธ์เพื่อทำการตลาด ผู้ผลิตสามารถใช้อัลกอริทึมของ AI วิเคราะห์ความชอบของผู้บริโภคและสร้างรสชาติที่ปรับแต่งได้ตามรสนิยมของแต่ละบุคคล รวมถึงสามารถให้ AI วิเคราะห์หาเทรนด์เครื่องดื่มที่คาดว่าจะได้รับความนิยมในอนาคต เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในกระบวนการผลิต ผู้ผลิตจะสามารถควบคุมระบบอัตโนมัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตรวจจับอาหารเน่าเสีย สารพิษ หรือจุลินทรีย์ก่อโรค นอกจากนี้ เทคโนโลยี AI ยังช่วยติดตามข้อมูลวัตถุดิบและประวัติการจัดจำหน่ายได้อย่างแม่นยำ ทำให้สามารถตอบสนองต่อความกังวลด้านความปลอดภัยและข้อร้องเรียนของผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย ตัวอย่างของการผสมผสานนวัตกรรมอันล้ำสมัยเข้าด้วยกัน เพื่อแก้ปัญหาในกระบวนการผลิต 1.ตัวอย่างแรก คือเทคโนโลยี AI ที่เรียกว่า ระบบวิทัศน์ด้วยคอมพิวเตอร์ (Machine Vision) เทคโนโลยีนี้ใช้กล้องและการจดจำภาพเพื่อควบคุมงานต่างๆ แบบอัตโนมัติ โดยระบบสามารถคัดแยกและตรวจสอบอาหารตามขนาด รูปร่าง สี รวมถึงปริมาณไขมันได้ เมื่อนำระบบอัตโนมัตินี้มาใช้ AI จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพของการผลิตโดยรวม รวมถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์และมาตรฐานความปลอดภัยภายในกระบวนการผลิตอาหาร 2.ตัวอย่างที่สองคือระบบติดตามด้วยเทคโนโลยี […]

KW Group มาพร้อมโซลูชันอัจฉริยะด้วยเครื่องจักรอันทันสมัย<br>กับดีลสุดพิเศษเฉพาะในงาน ProPak Asia 2024 เท่านั้น !
What's In

KW Group มาพร้อมโซลูชันอัจฉริยะด้วยเครื่องจักรอันทันสมัย<br>กับดีลสุดพิเศษเฉพาะในงาน ProPak Asia 2024 เท่านั้น !

ครบรอบ 20 ปี กับ KW Group ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์และเครื่องจักรที่ทันสมัย ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ตอบโจทย์การผลิตในหลากหลายผลิตภัณฑ์ เช่น ไส้กรอก แฮม ลูกชิ้น สัตว์ปีก เนื้อสัตว์ อาหารสัตว์ อาหารแช่แข็ง อาหารพร้อมปรุง และผลิตภัณฑ์เบเกอรี ท่านสามารถพบกับ KW Group กับ Deal สุดพิเศษได้ที่งาน ProPak Asia 2024 ในวันที่ 12-15 มิถุนายน 2567 ที่ Booth No. AQ06 Hall 103 และ Showcase  นวัตกรรมอุปกรณ์และเครื่องจักรมากมาย โดยมีไฮไลต์ในงาน อาทิ เครื่องฉีดน้ำเกลือ Famaco FGM48 SC MP14 M3 เครื่องหั่นเต๋า Holac Cubixx100 เครื่องสับผสม Seydelmann K64 AC8 [&hellip;]

Accurate and Fast pH Measurement in Sauce with Smart Sensor Technology
What's In

Accurate and Fast pH Measurement in Sauce with Smart Sensor Technology

ตรวจวัดค่า pH ในซอสได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วด้วยเทคโนโลยีเซนเซอร์อัจฉริยะ By: Mettler-Toledo (Thailand) Limited MT-TH.CustomerSupport@mt.com ในอุตสาหกรรมอาหารมักจะนำกรดอาหารในธรรมชาติมาใช้เพื่อเตรียมผลิตซอส ไม่ว่าจะเป็นกรดแลคติก กรดอะซิติก กรดมาลิก หรือกรดซิตริก เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ เพิ่มมูลค่าด้านความปลอดภัยของอาหาร และยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ อีกทั้งกรดต่างๆ ยังส่งผลต่อรสชาติ เนื้อสัมผัส และกลิ่นรสของอาหารอีกด้วย ดังนั้นการควบคุมความเป็นกรดในผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปหรือซอส จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค (Pathogens) ซึ่งมักจะเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ผลิตภัณฑ์อาหารเน่าเสีย ด้วยเหตุนี้รัฐบาลกลางของประเทศสหรัฐอเมริกาจึงได้มีการควบคุมกระบวนการผลิตอาหาร โดยกำหนดค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ในอาหารปรับกรดขั้นสุดท้ายอยู่ที่ไม่เกิน 4.6 หรือต่ำกว่า ข้อจำกัดของเซนเซอร์ทั่วไปในการตรวจวัดค่า pH ของซอส ส่วนผสมและกระบวนการผลิตซอสล้วนส่งผลกระทบต่อเนื้อสัมผัส ความสม่ำเสมอ และความข้นหนืดของผลิตภัณฑ์ ซึ่งการใช้เซนเซอร์วัดแบบทั่วไปอาจส่งผลกระทบต่อการวัดค่า pH จากกรณีปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าเป็น ลักษณะกึ่งของแข็งของซอส ส่วนประกอบและความเป็นเนื้อเดียวกัน และการทำความสะอาดหลังการวัดซึ่งทำได้ยาก เลือกเซนเซอร์ที่ใช่ เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด หลักเกณฑ์ในการวัดค่า pH อย่างแม่นยำ ได้แก่ เมมเบรนตรวจวัดค่า pH ต้องทำปฏิกิริยากับตัวอย่างได้อย่างอิสระ และอิเล็กโทรไลต์อ้างอิงจะต้องไหลออกและสัมผัสกับตัวอย่างให้เหมาะสมที่สุด นอกจากนี้ยังรวมไปถึงลักษณะเนื้อสัมผัสและความข้นหนืดของซอสอีกด้วย [&hellip;]

Therapeutic Diet: Essential Medical Nutrition Therapy for Patients
What's In

Therapeutic Diet: Essential Medical Nutrition Therapy for Patients

อาหารเฉพาะโรค: โภชนบำบัดสำหรับผู้ป่วยที่ไม่อาจมองข้าม By: Varanya Techasukthavorn Department of Nutrition and Dietetics Faculty of Allied Health Sciences Chulalongkorn University | Varanya.te@gmail.com “Let food be thy medicine, and medicine be thy food” หรือ “ใช้อาหารเป็นยา และใช้ยาเป็นอาหาร” ซึ่งเป็นคำกล่าวของฮิปโปเครติสหรือบิดาแห่งการแพทย์ชาวกรีกที่มีมานานนับพันปี เมื่ออาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่มนุษย์ทุกคนจำเป็นจะต้องได้รับเพื่อความอยู่รอดในแต่ละวัน อาหารจึงมีบทบาทสำคัญในการป้องกันและบำบัดโรค ซึ่งการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพมีส่วนช่วยในการป้องกันหรือลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ขณะเดียวกันเมื่อเกิดโรคแล้วอาหารก็มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพ ดังนั้น อาหารบำบัดโรคหรืออาหารเฉพาะโรค (Therapeutic Diet) จึงเป็นอาหารที่ได้รับการออกแบบมาให้เหมาะสมต่อสภาวะของโรคต่างๆ ที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือ การจัดหาอาหารเฉพาะโรคสำหรับผู้ป่วยในแต่ละโรคเพื่อให้ได้รับพลังงาน รวมถึงสารอาหารได้อย่างครบถ้วนและเหมาะสม เนื่องจากอาหารและโภชนาการที่ดีมีส่วนช่วยในการบำบัดโรคและควบคุมอาการ หรือชะลอการดำเนินไปของโรคต่างๆ ได้ไม่มากก็น้อย โดยกองบริหารการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทย พ.ศ. 2560 [&hellip;]

Enhancing Productivity in the Food Industry through Value Addition
What's In

Enhancing Productivity in the Food Industry through Value Addition

ปรับปรุงผลิตภาพอุตสาหกรรมอาหารด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่ม By: Kritchai Anakamanee Lean and Productivity Consultant Kritchai.a@gmail.com อุตสาหกรรมอาหารตามแนวทางครัวของโลก ถือเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญกับประเทศเกษตรกรรม โดยเฉพาะประเทศไทยเป็นอย่างมาก ซึ่งในปี พ.ศ. 2566 ประเทศไทยมีรายได้จากการส่งออกอยู่ที่ประมาณ 1.55 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.5 โดยส่วนแบ่งตลาดส่งออกของไทยเมื่อเปรียบเทียบกับทั่วโลกอยู่ที่ ร้อยละ 2.47 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.25 จากปีก่อนหน้า ส่งผลให้ประเทศไทยขึ้นเป็นผู้นำส่งออกอันดับที่ 12 ของโลก (จากเดิมอยู่อันดับที่ 15 ของโลก) ดังนั้น การยกระดับผลิตภาพด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างต่อเนื่องจึงเป็นปัจจัยสำคัญ เพื่อรักษาความสามารถทางการแข่งขันและการเติบโตของธุรกิจในอนาคต หลักการของผลิตภาพ หลักการของผลิตภาพเป็นการมองภาพรวมของการผลิต โดยเริ่มจากปัจจัยการผลิต (Input) นำมาผ่านกระบวนการผลิต (Process) เพื่อให้ได้ออกมาเป็นผลลัพธ์หรือผลผลิต (Output) ตามที่ต้องการ โดยผลิตภาพวัดได้โดยการคำนวณอัตราส่วนระหว่างผลิตผล (Output) ต่อปัจจัยการผลิต (Input) ดังแสดงในสมการ (1) ในทางปฏิบัติ อัตราส่วนนี้อาจกลับด้านเป็น Input ต่อ Output [&hellip;]

VEGA EXPANDS RADAR PROTFOLIO FOR FACTORY AUTOMATION
What's In

VEGA EXPANDS RADAR PROTFOLIO FOR FACTORY AUTOMATION

วีก้า อินสตรูเมนท์ค้นพบวิธีเพิ่มประสิทธิภาพในระบบการผลิตแบบอัตโนมัติ           การประยุกต์ใช้เซนเซอร์วัดระดับและแรงดัน จะช่วยเพิ่มคุณภาพและความปลอดภัยในกระบวนการผลิตอัตโนมัติซึ่งจะต้องมีการวัดค่าและตอบสนองในกระบวนการผลิตด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ สื่อสาร VEGAPULS 42 ผ่าน VEGA Tools App ที่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านระบบ Bluetooth จึงช่วยควบคุมการผลิตและประสิทธิภาพผ่าน IO-Link นอกจากนี้ VEGAPULS 42 ยังมีขนาดกะทัดรัด สะดวกต่อการใช้งาน และสามารถใช้ได้งานได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะอยู่ในแทงก์ขนาดเล็กหรือการผลิตในระบบ clocked filling รวมถึงสามารถอ่านค่าได้สะดวกด้วยวงแหวนเรืองแสงที่เปลี่ยนสีได้ จึงช่วยให้อ่านค่าได้จากทุกทิศทาง แม้อยู่ในระยะไกล จึงทำให้ผู้ใช้งานตรวจสอบค่าการผลิตได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบที่ถูกสุขลักษณะซึ่งเหมาะสำหรับงานทางด้านอาหารและยา นอกจากนี้ ยังมีเซนเซอร์อื่นๆ อาทิ Level Sensor VEGAPULS 6X ที่วัดระดับได้อย่างแม่นยำ แม้ว่ากระบวนการผลิตหรือผลิตภัณฑ์จะมีรูปแบบที่ท้าทายมากเพียงใดก็ตาม พบกับ Vega ได้ที่งาน ProPak Asia 2024 วันที่ 12-15 มิถุนายนนี้ ที่ Booth No. AL81 Hall 102 [&hellip;]

Understanding Food Labels, Decoding Symbols, and Analyzing Ingredients: The Key to Safe Consumption
What's In

Understanding Food Labels, Decoding Symbols, and Analyzing Ingredients: The Key to Safe Consumption

พลิกฉลาก เช็คสัญลักษณ์ ตรวจสอบองค์ประกอบหลักเพื่อการบริโภคอย่างปลอดภัย Translated and Compiled By:Rawiporn  Polpued Food Focus Thailand Magazine | editor@foodfocusthailand.com สัญลักษณ์หรือเครื่องหมายที่ปรากฏอยู่บนบรรจุภัณฑ์นั้นให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมากต่อผู้บริโภค เนื่องจากสัญลักษณ์เหล่านี้บ่งบอกถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ความปลอดภัยในการใช้งาน สร้างความน่าเชื่อถือ ตลอดจนรับประกันถึงแหล่งที่มา ส่วนประกอบ และกรรมวิธีการผลิต ซึ่งถือเป็นตัวช่วยที่ดีในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค โดยทั่วไปตราสัญลักษณ์บนฉลากสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ตราสัญลักษณ์เพื่อรับรองความปลอดภัยและคุณภาพของอาหาร และตราสัญลักษณ์เพื่อรับรองความเชื่อมั่น ซึ่งตราสัญลักษณ์ที่มักพบบนฉลากอาหาร มีดังต่อไปนี้ RADURA Radura เป็นเครื่องหมายที่แสดงว่าอาหารน้ันได้ผ่านกระบวนการฉายรังสีในปริมาณที่เหมาะสมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 297 ซึ่งถือว่าอาหารนั้นมีความปลอดภัย ไม่มีรังสีตกค้าง และสามารถบริโภคได้ตามปกติ ซึ่งรังสีที่อนุญาตให้ใช้กับอาหาร ได้แก่ รังสีแกมมาจากโคบอลต์-60 รังสีเอกซ์และอิเล็กตรอนจากเครื่องกำเนิด ทางเลือกเพื่อสุขภาพ ทางเลือกเพื่อสุขภาพเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีปริมาณสารอาหารผ่านเกณฑ์ที่กำหนดและมีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสม โดยเฉพาะปริมาณน้ำตาล ไขมัน และโซเดียม เพื่อลดความเสี่ยงของ การเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และภาวะโภชนาการเกิน (Overnutrition) Thailand Trust Mark ตราสัญลักษณ์ภายใต้แนวคิด [&hellip;]

Digitizing Food Safety and Quality Data for Smart Food Chains
What's In

Digitizing Food Safety and Quality Data for Smart Food Chains

การยกระดับข้อมูลความปลอดภัยและคุณภาพอาหารสู่ระบบดิจิทัล สำหรับห่วงโซ่อุปทานอาหารอัจฉริยะ By: Assoc. Prof. Waraporn Boonsupthip, Ph.D. Department of Food Science and Technology Faculty of Agro-Industry | Kasetsart University| waraporn.b@ku.ac.th การเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยและคุณภาพอาหารผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างห่วงโซ่อุปทานอาหารที่ปลอดภัยและมั่นคง โดยมักจะมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการรวบรวม วิเคราะห์ และแบ่งปันข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลเชิงลึกซึ่งมีส่วนสำคัญสำหรับธุรกิจอาหาร เพื่อใช้ในการระบุความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและดำเนินการเชิงรุกเพื่อป้องกันโรคที่เกิดจากอาหารในอนาคต ด้วย 5 กลยุทธ์สำคัญเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและคุณภาพอาหารผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ได้แก่ 1. ใช้ระบบตรวจสอบและติดตามผลแบบเรียลไทม์ โดยการใช้เซนเซอร์ Internet of Things (IoT) เพื่อตรวจสอบพารามิเตอร์สำคัญ รวมไปถึงการติดตั้ง RFID Tag หรือการใช้บาร์โคดเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยให้ระบุและคัดแยกผลิตภัณฑ์ที่ปนเปื้อนได้อย่างรวดเร็ว 2. ใช้กระบวนการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งต่างๆและการใช้ประโยชน์จากอัลกอริทึมที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ของเครื่องจักรเพื่อคาดการณ์ปัญหาด้านคุณภาพและความเสี่ยงด้านความปลอดภัย จึงช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต 3. เพิ่มประสิทธิภาพในการแชร์ข้อมูลและความร่วมมือ โดยสร้างแพลตฟอร์มข้อมูลที่ปลอดภัยและจัดทำมาตรการร่วมกัน เพื่อแชร์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในห่วงโซ่อุปทานและเสริมความร่วมมือระหว่างหุ้นส่วนในอุตสาหกรรมเพื่อพัฒนา 4. ใช้ประโยชน์จากเครื่องมือตรวจสอบและวิเคราะห์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence; [&hellip;]

Sensomics Technique for Product Development Applications
What's In

Sensomics Technique for Product Development Applications

เทคนิคการทดสอบประสาทสัมผัสเชิงโมเลกุลเพื่อประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Translated and Compiled By: Natchaya Duangjarus Editorial Team | Food Focus Thailand Magazine| editor@foodfocusthailand.com กระบวนการทำงานของเทคนิค Sensomics Sensomics คือการทดสอบประสาทสัมผัสเชิงโมเลกุล ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีโอมิกส์ (Omics) ที่มีการนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร (Foodomics) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายคุณสมบัติทางประสาทสัมผัสของอาหารในระดับโมเลกุล ซึ่งเทคนิคนี้มีลำดับขั้นตอนการทำงาน ดังต่อไปนี้ 1. การกลั่นด้วยวิธี Solvent-Assisted Flavor Evaporation (SAFE) เพื่อแยกกลิ่นซึ่งเป็นส่วนประกอบที่ระเหยได้ออกจากสารให้รสชาติซึ่งเป็นส่วนประกอบที่ไม่สามารถระเหยได้ 2. การระบุตำแหน่งของสารให้กลิ่นรสที่สำคัญ โดยมีเทคนิคในการตรวจวิเคราะห์อยู่หลายวิธี เช่น วิธี Aroma Extract Dilution Analysis (AEDA) และเทคนิคแก๊สโครมาโทกราฟีร่วมกับการทดสอบทางประสาทสัมผัสด้านการสูดดมกลิ่น (Gas Chromatography-Olfactometry; GC-O) และการวิเคราะห์สารให้รสชาติด้วยเทคนิค 1D/2D-HPLC ร่วมกับวิธี Taste Dilution Analysis (TDA) 3. [&hellip;]

Postbiotics: Human Health Benefits and Opportunities in the Food Industry
What's In

Postbiotics: Human Health Benefits and Opportunities in the Food Industry

โพสไบโอติกส์: ประโยชน์เชิงสุขภาพและโอกาสในอุตสาหกรรมอาหาร By: Siriluk WuttimongkolkulResearcher | Yamamori R&amp;D Center |siriluk@yamamoritrading.com โพสไบโอติกส์และผลกระทบเชิงสุขภาพ&#8220;โพสไบโอติกส์&#8221; ได้รับการจำกัดความโดยสมาคมนานาชาติทางวิทยาศาสตร์สำหรับโพรไบโอติกส์และพรีไบโอติกส์ (The International Scientific Association of Probiotics and Prebiotics; ISAPP) ว่าเป็น &#8220;สารทางชีวภาพที่ถูกสร้างขึ้นและ/หรือส่วนประกอบของจุลินทรีย์ที่ไม่มีชีวิต ที่ให้ประโยชน์เชิงสุขภาพต่อโฮสต์&#8221; ทั้งนี้ โพสไบโอติกส์ที่ได้รับการวิจัยอย่างกว้างขวางในด้านการให้ประโยชน์ต่อร่างกายโฮสต์ ได้แก่ 1. กรดไขมันสายสั้น (Short chain fatty acids; SCFAs) กรดไขมันสายสั้นเป็นสารที่มีองค์ประกอบของคาร์บอน ถูกสร้างขึ้นโดยจุลินทรีย์ดีในลำไส้ในระหว่างกระบวนการหมักของคาร์โบไฮเดรตที่ไม่สามารถย่อยได้ โดยมีรายงานเกี่ยวกับผลเชิงบวกของการใช้กรดไขมันสายสั้นในการรักษาเยื่อบุลำไส้ การป้องกันความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน การควบคุมโรคอ้วน ตลอดจนการส่งผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด2. เอนไซม์จุลินทรีย์กลุ่ม Bacillus เป็นแหล่งสำคัญของเอนไซม์โปรติเอส เนื่องจากสามารถผลิตเอนไซม์สำหรับย่อยโปรตีนได้ในปริมาณมาก และมีความเสถียรสูงภายใต้สภาวะที่รุนแรง 3. วิตามินจุลินทรีย์กลุ่ม Bifidobacteria และ Lactobacilli มีความสำคัญต่อการผลิตวิตามินที่จำเป็น เช่น กลุ่มวิตามินบี วิตามินซี กรดโฟลิก [&hellip;]

Production Process of Low-Sodium and Low-Potassium Fish Sauce for Health
What's In

Production Process of Low-Sodium and Low-Potassium Fish Sauce for Health

กระบวนการผลิตน้ำปลาโซเดียมและโพแทสเซียมต่ำเพื่อสุขภาพ การผลิตน้ำปลาโซเดียมและโพแทสเซียมต่ำด้วยวิธีการแยกสารผ่านเยื่อด้วยไฟฟ้า การแยกสารผ่านเยื่อด้วยไฟฟ้า (electrodialysis) เป็นกระบวนการแยกสารโดยอาศัยความต่างศักย์ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นระหว่างขั้วแอโนดและขั้วแคโทดเป็นแรงขับดันให้เกิดการแยกไอออนผ่านเยื่อแลกเปลี่ยนไอออน (ion-exchange membranes) 2 ชนิด การแยกสารเริ่มจากการดูดสารละลายเจือจาง (dilute stream) ซึ่งในที่นี้ก็คือน้ำปลาที่มีโซเดียมคลอไรด์สูง และสารละลายเข้มข้น ที่มีปริมาณโซเดียมคลอไรด์เริ่มต้นต่ำเข้าสู่ช่องการไหลระหว่างเยื่อแลกเปลี่ยนไอออน เมื่อป้อนความต่างศักย์ไฟฟ้ากระแสตรงระหว่างขั้วทั้งสอง โซเดียมคลอไรด์จะแตกตัวเป็นไอออน โดยไอออนที่มีประจุบวก (Na+) จะเคลื่อนที่ไปยังแคโทดผ่านเยื่อแลกเปลี่ยนแคตไอออน (cation-exchange membrane; C) และถูกกั้นไว้โดยเยื่อแลกเปลี่ยนแอนไอออน (anion-exchange membrane; A) ส่วนไอออนที่มีประจุลบ (Cl&#8211;) จะเคลื่อนที่ไปยังแอโนดผ่านเยื่อแลกเปลี่ยนแอนไอออน และถูกกั้นไว้โดยเยื่อแลกเปลี่ยนแคตไอออน เป็นผลให้ความเข้มข้นของไอออนสูงขึ้นและต่ำลงสลับกันไปในช่องการไหลแต่ละช่อง น้ำปลาจึงมีปริมาณโซเดียมคลอไรด์ (รวมทั้งโพแทสเซียมคลอไรด์ ซึ่งมีอยู่ในน้ำปลาตามธรรมชาติ) ลดลง ในขณะที่สารละลายเข้มข้นจะมีปริมาณโซเดียมคลอไรด์เพิ่มขึ้นหลังผ่านการแยกสารผ่านเยื่อด้วยไฟฟ้า แม้ในทางทฤษฎีอาจลดปริมาณโซเดียมคลอไรด์ในน้ำปลาลงได้จนเป็นศูนย์ แต่ในทางปฏิบัติจะไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เนื่องจากน้ำปลาจะสูญเสียสารให้กลิ่นรสเป็นปริมาณมากจนขาดคุณลักษณะเฉพาะที่พึงประสงค์ หลักการดังกล่าวข้างต้นได้รับการพัฒนาเป็นเครื่องแยกสารผ่านเยื่อด้วยไฟฟ้าระดับอุตสาหกรรมที่มีความสามารถในการลดปริมาณโซเดียมคลอไรด์ในน้ำปลาได้ครั้งละ 100 ลิตร โดยเครื่องดังกล่าวสามารถขจัดโซเดียมคลอไรด์และโพแทสเซียมคลอไรด์ออกจากน้ำปลาได้ถึงกว่าร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับปริมาณเริ่มต้น โดยที่ผลิตภัณฑ์ยังคงมีสี กลิ่น และรสชาติตามธรรมชาติของน้ำปลา เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค และสามารถใช้เป็นผลิตภัณฑ์ปรุงแต่งรสอาหารที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูงในผู้บริโภคทั่วไปได้ นอกจากนี้ ยังใช้ได้กับผู้ป่วยโรคไตที่ไม่สามารถบริโภคโพแทสเซียมคลอไรด์ปริมาณมากได้อีกด้วย Production of [&hellip;]