Skip to main content
T_SAMYANG0126
T_GNT0126
THAICARGOEXPO1025
T_OHAUS
T_Interpack26
T_VEGA

What's In

Continue the Tradition Production of the Finest Wine from generation to generation<br>with a Handheld Density Meter
What's In

Continue the Tradition Production of the Finest Wine from generation to generation<br>with a Handheld Density Meter

สานต่อแบบแผนการผลิตไวน์คุณภาพสูงจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยเครื่องวัดค่าความหนาแน่นแบบพกพา By: Julia Werder Product Manager, Physical Values Mettler-Toledo (Thailand) Ltd. MT-TH.CustomerSupport@mt.com การผลิตไวน์เป็นประเพณีที่สืบต่อกันมาเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะไวน์วินเทจที่สะท้อนให้เห็นถึงสภาพแวดล้อม และความดูแลเอาใจใส่ของผู้ผลิต เห็นได้จากโรงบ่มไวน์ที่ยังคงสานต่อกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิม ที่ชื่อว่า Arenenberg Center ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทะเลสาบคอนสแตนซ์ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์โรงบ่มไวน์แห่งนี้มีประเพณีการผลิตไวน์ย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยนโปเลียน โดยสวนองุ่นกว่าสามหมื่นตารางเมตรถูกใช้งานสำหรับเพาะปลูก เพื่อผลิตไวน์แดงและไวน์ขาว ซึ่งจะมีการสอนเทคนิคด้านศาสตร์เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงองุ่นให้กับนักผลิตไวน์รุ่นใหม่ โดยคุณ Peter Mössner ซึ่งเป็นผู้จัดการโรงบ่มไวน์ Arenenberg จะใช้เครื่องวัดค่าความหนาแน่นแบบพกพา ในการวัดค่าประจำวัน ทั้งตรวจสอบความสุกขององุ่น และติดตามกระบวนการหมักไวน์ตั้งแต่ปี 2562 จึงช่วยให้มั่นใจได้ถึงคุณภาพที่ดีที่สุดของไวน์วินเทจแต่ละขวด หนึ่งในตัวแปรสำคัญที่สุดในการผลิตไวน์ คือ ปริมาณน้ำตาลในองุ่น ซึ่งการกำหนดค่าน้ำตาลอย่างแม่นยำนั้นสามารถช่วยบ่งบอกถึงช่วงเวลาในการเก็บเกี่ยวองุ่นเพื่อให้ได้ไวน์ที่มีคุณภาพสูงสุด โดยหลังจากการเก็บเกี่ยวและคั้นน้ำองุ่นแล้ว ผู้ผลิตจะนำน้ำองุ่นทั้งหมดมาหมักไว้ในถังเป็นเวลา 10-14 วัน และในช่วงระยะเวลาการหมักนี้ ยีสต์จะเผาผลาญน้ำตาลที่มีอยู่ในองุ่น ส่งผลให้เกิดเป็นเอทานอลและคาร์บอนไดออกไซต์ ตลอดจนกลิ่นรสของไวน์ โดยผู้ผลิตไวน์มักจะตรวจวัดความหนาแน่น หรือความถ่วงจำเพาะ (SG) อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง เพื่อติดตามกระบวนการหมัก โดยผลลัพธ์ที่ได้จะแสดงเป็นเส้นโค้งการหมักดังรูปที่ [&hellip;]

Overcoming Cold Chain Logistics Challenges and Increasing Business Value Through Innovation and Technology
What's In

Overcoming Cold Chain Logistics Challenges and Increasing Business Value Through Innovation and Technology

ก้าวข้ามความท้าทายของ Cold Chain Logistics สู่การเพิ่มมูลค่าธุรกิจด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี Translated and Compiled By: Natchaya Duangjarus Editorial Team Food Focus Thailand Magazine editor@foodfocusthailand.com ด้วยเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปตามวิถีการดำเนินชีวิตที่ผ่านการปรับตัวจนกลายเป็นความเคยชิน ส่งผลให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์อาหารและต้องการเลือกซื้ออาหารที่สดใหม่ Cold Chain Logistics หรือระบบคลังสินค้าและขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ จึงเพิ่มบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มมากยิ่งขึ้น ความท้าทายของบริการ Cold Chain Logistics 1. Cold Chain Logistics ในประเทศไทยมีแนวโน้มการแข่งขันสูงขึ้นตามความต้องการตลาด ผู้ประกอบการธุรกิจโลจิสติกส์ทั้งรายใหญ่และรายใหม่ต่างเล็งเห็นโอกาสในการเติบโต จึงเป็นโจทย์ที่ผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าวต้องสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน 2. สินค้าแต่ละประเภทมีอุณหภูมิที่เหมาะสมในการจัดเก็บที่แตกต่างกัน การรักษามาตรฐานในการควบคุมอุณหภูมิระหว่างการขนส่งของแต่ละผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้องและคงที่จึงเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก 3. การจัดเก็บและขนส่งที่ต้องควบคุมอุณหภูมิให้ต่ำนั้น มีความเสี่ยงที่อาจเกิดเชื้อราขึ้นได้ ดังนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจ Cold Chain Logistics จึงต้องมีการวางแผนและจัดการระบบทำความเย็นให้ถูกต้อง รวมถึงมีการตรวจสอบระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการเสื่อมเสียของผลิตภัณฑ์ที่อาจตามมา การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการเพิ่มมูลค่า Cold Chain [&hellip;]

Property Improvement in Dairy Products by the Using the Genus of Arthrobacter
What's In

Property Improvement in Dairy Products by the Using the Genus of Arthrobacter

การปรับปรุงคุณสมบัติในผลิตภัณฑ์นมด้วยการใช้จุลินทรีย์กลุ่ม Arthrobacter Translated and Compiled By:Kunthorn Leenavarat Food Focus Thailand Magazine editor@foodfocusthailand.com น้ำนมเป็นแหล่งโปรตีนและสารอาหารที่สำคัญต่อการเจริญเติบโต มีคุณสมบัติเป็นสารเสริมภูมิคุ้มกัน ผลิตเอนไซม์ สร้างโกรทแฟคเตอร์ รวมถึงผลิตฮอร์โมนและสารยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย โดยน้ำนมจากสัตว์ชนิดต่างๆ มักมีค่า pH ที่เป็นกลางและมีปริมาณน้ำอิสระสูง จึงมีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย รวมถึงช่วยป้องกันโรคต่างๆ ดังนั้น นมจึงเป็นแหล่งอาหารที่มีความสำคัญสำหรับมนุษย์ นอกจากน้ำนมจะมีประโยชน์ต่อมนุษย์แล้ว ยังเป็นแหล่งอาหารที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์หลายชนิด เนื่องด้วยนมมีค่า pH ที่เป็นกลาง และมีน้ำที่เป็นองค์ประกอบสูง รวมถึงมีองค์ประกอบทางชีวเคมีที่เหมาะสม โดยจุลินทรีย์สามารถนำสารอาหารในน้ำนมไปใช้เพื่อการเจริญเติบโต ในขณะที่จุลินทรีย์ไม่สามารถนำน้ำตาลแลคโตสและสารอาหารโมเลกุลใหญ่ไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น โปรตีนหรือไขมันที่มักถูกเอนไซม์นำมาย่อยก่อนที่ถูกจุลินทรีย์นำไปใช้ จากการเปลี่ยนแปลงปฏิกิริยาทางชีวเคมีของจุลินทรีย์ที่มีการใช้ชนิดของสารอาหารที่ต่างกัน ทำให้น้ำนมมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการเกิดปฏิกิริยาเหล่านั้น โดยจุลินทรีย์เหล่านี้ล้วนมีประโยชน์ต่อเทคโนโลยีการผลิตนม รวมถึงผลิตภัณฑ์จากนมอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ควรทำความเข้าใจถึงบทบาท รวมถึงกระบวนการผลิตต่างๆ เพื่อนำไปใช้ต่อยอดในกระบวนการผลิตให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งการศึกษานี้ ยังทำให้เราได้คัดเลือกสายพันธุ์จุลินทรีย์ที่เหมาะสมต่อการนำไปใช้ในการผลิตเม็ดสี สารแต่งกลิ่นรส และเอนไซม์ต่างๆ ที่สามารถตอบสนองความต้องการในอุตสาหกรรมนมและอื่นๆ ต่อไป       [&hellip;]

Get to Know the Production Processes of Tea and Coffee via Technology that Increases Convenience in Everyday Life
What's In

Get to Know the Production Processes of Tea and Coffee via Technology that Increases Convenience in Everyday Life

รู้จักกระบวนการผลิตชาและกาแฟ สู่เทคโนโลยีที่เพิ่มความสะดวกในชีวิตประจำวัน By: Assist. Prof. Sasitorn Baipong, Ph.D. Department of Food Science and Technology Faculty of Agro-Industry Chiang Mai University sasitorn.bai@cmu.ac.th รู้จักกับ..กระบวนการผลิตชา ชาทั่วไปผลิตมาจากใบของต้นชา Camellia sinensis (L.) แบ่งตามกระบวนการผลิตได้ 3 ประเภท คือ           ชาเขียว (Green Tea) เป็นชาที่ไม่ผ่านกระบวนการหมัก (Non-fermented tea) เริ่มจากการหยุดการทำงานของเอนไซม์ Polyphenol oxidase โดยการอบด้วยไอน้ำ หรือการคั่วบนกระทะ เพื่อทำให้เอนไซม์ดังกล่าวไม่สามารถเร่งปฏิกิริยา oxidation และ polymerization ของ polyphenols ที่อยู่ในใบชาได้ หลังจากนั้นนำไปนวด เพื่อทำให้เซลล์แตกและใบชาเกิดการม้วนตัว [&hellip;]

Industrial Challenges of Bioplastic Packaging for Frozen Food Applications
What's In

Industrial Challenges of Bioplastic Packaging for Frozen Food Applications

โจทย์ท้าทายจากภาคอุตสาหกรรม กับบรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพสำหรับอาหารแช่เยือกแข็ง By: Assist. Prof. Utai Meekum, Ph.D. School of Design Technology Institute of Engineering Suranaree University of Technology umsut@g.sut.ac.th ในยุคปัจจุบัน บรรจุภัณฑ์อาหารแช่เยือกแข็งมักอยู่ในรูปแบบของกล่อง ถุง หรือฟิล์ม โดยถุงและฟิล์มบรรจุส่วนใหญ่นั้นผลิตจากพอลิเมอร์ ชนิดพอลิเอทิลีนความหนาแน่นต่ำ (Low Density Polyethylene; LDPE) หรือพอลิเอทิลีนเชิงเส้นตรงความหนาแน่นต่ำ (Linear Low Density Polyethylene; LLDPE) ซึ่งเป็นพอลิเมอร์ที่ไม่สามารถย่อยสลายตัวได้ด้วยจุลชีพ หรือการย่อยสลายตัวเชิงชีวภาพ (Biodegradable) ดังนั้น เมื่อสิ้นสุดการใช้งาน ขยะจากบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุพอลิเมอร์เหล่านี้จะตกค้างในสิ่งแวดล้อมเป็นระยะเวลายาวนานและเกิดเป็นขยะตกค้าง ซึ่งขยะพลาสติกจากบรรจุภัณฑ์อาหารถือว่ามีสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง และมีความซับซ้อนเชิงกระบวนการกำจัดมากกว่าขยะจากผลิตภัณฑ์พลาสติกชนิดอื่น จึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ ทางเลือกของวัสดุไบโอพลาสติกที่เหมาะสม พอลิแลคติกแอซิด(Polylactic acid; PLA) และพอลิบิวทิลีนซัคซิเนต (Poly-butylene succinate; PBS) ซึ่งเป็นพอลิเมอร์ทางชีวภาพ หรือเรียกว่าไบโอพลาสติก [&hellip;]

The New Episode of Cold Brew Coffee and Tea by Enzyme Technology
What's In

The New Episode of Cold Brew Coffee and Tea by Enzyme Technology

การประยุกต์ใช้เอนไซม์เพื่อมิติใหม่ของกาแฟและชาสกัดเย็น By: Walaiporn Timbuntam, Ph.D. Assistant Manager of Technical Service Amano Enzyme Asia Pacific Co., Ltd. Jiraphan Sanongsuk, Ph.D. General Manager CF Chem Co., Ltd. Cold brew หรือ การสกัดเย็นเป็นหนึ่งในวิวัฒนาการของการสกัดชาและกาแฟรูปแบบใหม่ที่มีความน่าสนใจและกำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน โดยผลลัพธ์ของส่วนประกอบทางเคมีในผลิตภัณฑ์ชาและกาแฟที่ผ่านการสกัดเย็นจะมีความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการสกัดร้อน ในกรณีของเครื่องดื่มชามักจะประกอบด้วยสารคาเฟอีนเป็นหลักและให้รสขม รวมถึงสาร Epigallocatechin Gallate (EGCG) ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มของ Catechin ชนิดหนึ่งที่ให้รสฝาด อย่างไรก็ตาม กระบวนการการสกัดเย็นสามารถเพิ่มปริมาณสาร EGCG ให้ถูกสกัดออกมาได้มากขึ้น ในขณะที่ปริมาณของคาเฟอีนที่ถูกสกัดออกมาจะลดลง จึงทำให้รสชาติโดยรวมของชามีความกลมกล่อม และเป็นที่ชื่นชอบของนักดื่มชา โดยชาสกัดเย็นที่ได้มักจะมีรสขมและความฝาดลดลง แต่จะให้รสชาติที่นุ่มนวลมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับการสกัดแบบร้อน เนื่องจากกระบวนการสกัดแบบเย็น ทำให้สารประกอบฟีนอลิกถูกปลดปล่อยออกมามากขึ้น แต่จะลดการปลดปล่อยสารคาเฟอีนให้เหลือน้อย ที่สุด เช่นเดียวกับกาแฟที่ผ่านการสกัดเย็นจะมีปริมาณคาเฟอีนลดลง มีความเป็นกรดต่ำ มีรสสัมผัสนุ่ม และหวานโดยธรรมชาติเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการสกัดร้อน [&hellip;]

Increasing Naturally Aroma Profile with Yeast Addition in Kombucha Tea Fermentation
What's In

Increasing Naturally Aroma Profile with Yeast Addition in Kombucha Tea Fermentation

เสริมกลิ่นธรรมชาติด้วยกล้าเชื้อยีสต์ ในกระบวนการหมักคอมบูชา Translated and Compiled By:Kunthorn Leenavarat Food Focus Thailand Magazine editor@foodfocusthailand.com คอมบูชา เป็นเครื่องดื่มชาดั้งเดิมของชาวจีนที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั่วโลกมามากกว่าทศวรรษแล้ว โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ตลาดเครื่องดื่มคอมบูชามีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดและกำลังมาแรงอย่างต่อเนื่องในอีก 5 ปีข้างหน้า ด้วยอัตราการเติบโตร้อยละ 24.8 ต่อปี และจะมีมูลค่าสูงถึง 10.26 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี พ.ศ. 2571 วัตถุดิบตั้งต้นของกระบวนการหมักคอมบูชา คือ ชาเขียวหรือชาดำที่มีรสชาติหวานจากน้ำตาลซูโครสเป็นส่วนใหญ่ สำหรับกล้าเชื้อจุลินทรีย์ที่ใช้ในการหมักนั้นได้มาจากการหมักคอมบูชาในครั้งก่อน และเป็นจุลินทรีย์ที่พบได้บริเวณเปลือกของพืชที่มีเซลลูโลสสูง โดยจุลินทรีย์ที่ใช้ในการผลิตนี้ เรียกว่า สโคบี (Symbiotic Culture of Bacteria and Yeast; SCOBY) ที่ประกอบด้วย ยีสต์ แบคทีเรียที่ผลิตกรดแอซีติก และอาจมีแบคทีเรียที่ผลิตกรดแล็กติกด้วย จุลินทรีย์ของกลุ่มสโคบีนี้มีบทบาทสำคัญในการผลิตชาหมักคอมบูชา โดยนักวิจัยได้ทดลองถึงผลที่เกิดขึ้นจากการเติมกล้าเชื้อแบคทีเรียและยีสต์ในช่วงเริ่มต้นของการหมักคอมบูชา ทำให้เห็นถึงความแตกต่างของปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระและกลิ่นในผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม ชนิดของยีสต์ที่ทำให้เกิดฟิล์มบนเครื่องดื่ม ได้แก่ Pichia kluyveri ซึ่งมักถูกนำมาใช้เป็นกล้าเชื้อในการผลิตอาหารหลากหลายชนิด ได้แก่ [&hellip;]

Isochoric: The Freezing Technology for Improving Product Quality and Saving Energy
What's In

Isochoric: The Freezing Technology for Improving Product Quality and Saving Energy

ไอโซคอริก: เทคโนโลยีการแช่แข็งเพื่อรักษาคุณภาพของอาหารและการประหยัดพลังงาน Translated and Compiled By:Rawiporn  PolpuedFood Focus Thailand Magazineeditor@foodfocusthailand.com ทางเลือกของเทคโนโลยีทำความความเย็นรูปแบบใหม่ที่เหนือชั้นกว่าการทำความเย็นแบบดั้งเดิม(Conventional freezing) เรียกว่า วิธีไอโซคอริก (Isochoric freezing) ซึ่งเป็นกระบวนการแช่แข็งอาหารที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการเปลี่ยนเฟสของน้ำในอาหารเป็นน้ำแข็งด้วยแรงดันสูง ประมาณ 30-180 MPa เพื่อให้อุณหภูมิสุดท้ายของอาหารอยู่ระหว่าง -2.5 ถึง -18 oC ภายใต้ภาชนะที่มีปริมาตรคงที่ ซึ่งสารละลายที่อยู่รอบๆ อาหารจะเป็นตัวช่วยเสริมการแข็งตัวและขยายปริมาตร ในระหว่างการแช่แข็งด้วยวิธีไอโซคอริก อาหารจะถูกแช่ในสารละลายไอโซโทนิก (Isotonic solution) และบรรจุอยู่ในห้องปิดสนิทที่มีความแข็งแรงและทนต่อความดันสูง ซึ่งทำมาจากวัสดุประเภทพลาสติกแข็ง โลหะ หรือสเตนเลส โดยความดันสูงที่ใช้ร่วมกับการควบคุมอุณหภูมิจะทำหน้าที่ลดอุณหภูมิของอาหารให้ต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง เพื่อป้องกันการตกผลึกของน้ำแข็ง ส่งผลให้โครงสร้างของอาหารมีความสม่ำเสมอ ลดการเคลื่อนที่ของน้ำ การสูญเสียน้ำหนัก และการสูญเสียความชื้นในระหว่างการเก็บรักษา โดยวิธีการนี้สามารถลดการใช้พลังงานลงได้มากถึง 6.5 พันล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมงต่อปี และลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ถึง 4.6 พันล้านกิโลกรัม ซึ่งสามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐานของการผลิต ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างกระบวนการแช่แข็งแบบดั้งเดิมและการแช่แข็งด้วยวิธีไอโซคอริก คือ อาหารหรือวัตถุดิบที่ผ่านการแช่แข็งด้วยวิธีดั้งเดิมจะสัมผัสกับอากาศโดยตรงและเริ่มแข็งตัวเมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า 0 oC ภายใต้ความดันปกติ [&hellip;]

iba 2023 Ticket Shop is Now Open for Global Bakery Industry
What's In

iba 2023 Ticket Shop is Now Open for Global Bakery Industry

iba 2023 เปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมงานสำหรับอุตสาหกรรมเบเกอรีทั่วโลก      ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2566 นี้ งาน iba กลับมาพร้อมกับการขับเคลื่อนนวัตกรรม ความหลากหลาย คุณภาพ ความสัมพันธ์ทางการตลาดระหว่างประเทศ ผู้ติดต่อรายใหม่ และความรู้ที่พร้อมจะส่งมอบให้ผู้เข้าร่วมชมงานทุกท่าน ซึ่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 หัวข้อหลักของ iba ในงานจะมุ่งเน้นไปที่แนวโน้มอาหาร อาร์ติซานเบเกอรี สุขภาพและความยั่งยืน การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในกระบวนการต่างๆ โซลูชันครบวงจร และการจัดการด้านคุณภาพ โปรแกรมไฮไลท์ในงาน iba 2023           พื้นที่สำหรับการบรรยาย (iba.SPEAKERS AREA) เป็นศูนย์กลางสำหรับผู้เชี่ยวชาญเพื่อนำเสนอผลงาน อภิปรายข้อมูล และสร้างเครือข่ายร่วมกันในระดับนานาชาติ           พื้นที่จัดประชุม (iba.FORUM) เป็นพื้นที่สำหรับการแบ่งปันข้อมูลที่น่าสนใจในทุกแง่มุมของอุตสาหกรรมขนมอบและขนมหวาน           [&hellip;]

Aware of CBD Usage for Development of Safe Products
What's In

Aware of CBD Usage for Development of Safe Products

รอบรู้เรื่อง CBD สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ปลอดภัย By: Donporn Wongwaiwech คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาตาก donporn@rmutl.ac.th Preechaporn Katekaew สาขานิติศาสตร์ คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช preechaporn_kat@nstru.ac.th จากการพัฒนาทางด้านเภสัชวิทยา ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของ CBD มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระดับอุตสาหกรรม CBD มีคุณสมบัติในการบรรเทาอาการปวด (Pain relief) ลดความวิตกกังวล (Anxiety) ความทุกข์ใจ (Distress) และช่วยให้ผ่อนคลายโดยไม่มีเกิดผลกระทบต่อจิตและประสาท ทั้งยังมีรายงานวิจัยระบุว่าสารสกัด CBD มีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบและฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาอื่นๆ เช่น นำมาใช้เป็นยาต้านโรคลมชัก ยากล่อมประสาท ยาคลายความวิตกกังวล และยารักษาโรคทางจิตเวช เหตุเหล่านี้จึงทำให้สารสกัด CBD คาดว่าจะถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมของอาหารฟังก์ชัน (Functional food) ในอนาคต เพื่อตอบรับกระแสตลาดอาหารฟังก์ชันที่กำลังเฟื่องฟู แนวทางการใช้สารสกัด CBD ในผลิตภัณฑ์อาหาร ในปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีการเสริมสารสกัด CBD มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น เช่น น้ำมัน กัมมี่ ชา กาแฟ [&hellip;]

สู่อีกขั้นของการผลิตเพื่อความสมบูรณ์แบบกับ “ระบบอัตโนมัติ” เพื่ออุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่เต็มประสิทธิภาพ
What's In

สู่อีกขั้นของการผลิตเพื่อความสมบูรณ์แบบกับ “ระบบอัตโนมัติ” เพื่ออุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่เต็มประสิทธิภาพ

หัวใจสำคัญในการจัดการกับความท้าทายโดยอาศัยประโยชน์จาก “ระบบอัตโนมัติ” จะช่วยลดความเสี่ยงในกระบวนการผลิตให้เหลือน้อยที่สุด MT Food Systems จึงมุ่งเน้นนำเสนอเทคโนโลยีขั้นสูง และโซลูชันระบบอัตโนมัติ เพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในโรงงานแปรรูปอาหาร อีกทั้งยังมีความเชี่ยวชาญในด้านการจัดหาเครื่องจักรสำหรับขั้นตอนการเตรียมเนื้อสัตว์ การตัด หั่น คัดเกรด การผลิต และบรรจุหีบห่อ ในกลุ่มเนื้อสัตว์ สัตว์ปีก อาหารทะเล ทั้งสดและแปรรูป รวมไปถึงอาหารพร้อมรับประทาน และอาหารเหลว เช่น ซอส มายองเนส อีกด้วย ให้ระบบอัตโนมัติจาก MT Food System เป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มประสิทธิผลของการทำงานของคุณ รวมถึงยกระดับความปลอดภัย สุขอนามัย และมาตรฐานการผลิตให้สูงขึ้นเพื่อตอบรับความต้องการของผู้ประกอบการและผู้บริโภค MT Food System จึงเป็นคำตอบของทุกอุคสาหกรรมที่ต้องการก้าวสู่จุดที่ดีกว่า รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชันระบบอัตโนมัติ chej@mtfs.co.th หรือคลิกที่ลิงก์ด้านบน

Microbial Risk Assessment in Frozen and Chilled Foods
What's In

Microbial Risk Assessment in Frozen and Chilled Foods

การประเมินความเสี่ยงเชื้อจุลินทรีย์ในอาหารแช่เย็นและแช่แข็ง By: Assist. Prof. Sukhuntha Osiriphun, Ph.D. Department of Food Science and Technology Faculty of Agro-Industry Chiang Mai University sukhuntha.o@cmu.ac.th หลักการวิเคราะห์ความเสี่ยงอันตรายในอาหาร การจัดการด้านความปลอดภัยอาหารอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพได้ต้องอาศัยความรู้และความเข้าใจในเรื่องของการประเมินปัจจัยสำคัญที่ให้เกิดอันตรายในอาหารได้ด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า การประเมินความเสี่ยงในอาหารที่อยู่ภายใต้หลักการวิเคราะห์ในอาหาร โดยตามความหมายของโคเดกซ์ได้ให้คำจำกัดความที่สำคัญของคำว่า “อันตราย (Hazard)” และ “ความเสี่ยง (Risk)” ว่า “อันตรายในอาหาร” โดยได้ระบุว่า “ความเสี่ยง” หมายถึง ความสัมพันธ์ (Function) ของความน่าจะเป็น (Probability) ของผลกระทบต่อสุขภาพและความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการได้รับอันตรายต่างๆ ในอาหาร ทั้งนี้ หลักการวิเคราะห์ความเสี่ยงอันตรายในอาหาร ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คือ 1. การจัดการความเสี่ยง (Risk Management) เกี่ยวข้องกับการออกนโยบายเพื่อการประเมินความเสี่ยงของอันตรายในอาหาร 2. การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) [&hellip;]