What's In
Rapid Integrated Dietary Fiber Method Leading the Way in Nutritional Analysis
นวัตกรรมการทดสอบใยอาหารแบบรวดเร็วและครบวงจร: ก้าวใหม่ของการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการ ความสำคัญของการวิเคราะห์ปริมาณเส้นใยอาหาร การวิเคราะห์ปริมาณเส้นใยอาหารเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถระบุข้อมูลบนฉลากผลิตภัณฑ์อาหารได้อย่างถูกต้อง ซึ่งการรับรู้ปริมาณเส้นใยอาหารที่แน่นอนจะช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและเหมาะสมกับความต้องการทางโภชนาการของตนเองได้ นอกจากนี้ การระบุข้อมูลดังกล่าวยังเป็นการปฏิบัติตามกฎระเบียบและมาตรฐานต่างๆ สำหรับการผลิตอาหารที่กำหนดไว้ในหลายประเทศ ดังนั้น ผู้ผลิตจึงจำเป็นต้องมีการวิเคราะห์ที่แม่นยำเพื่อช่วยในการคำนวณแคลอรีและข้อมูลทางโภชนาการอื่นๆ ให้สอดคล้องตามมาตรฐานที่กำหนด วิธีการวิเคราะห์เส้นใยอาหารตามคำนิยามของ CODEX วิธีการวิเคราะห์เส้นใยอาหารที่ใช้ในปัจจุบัน เช่น AOAC 985.25 และ AOAC 991.43 ยังไม่สามารถวัดปริมาณเส้นใยอาหารได้ครบถ้วนตามคำนิยามของโคเด็กซ์ เนื่องจากไม่สามารถวัดปริมาณแป้งทนย่อย (Resistant Starch; RS) หรือโอลิโกแซ็กคาไรด์ที่ไม่สามารถย่อยได้ (Non-Digestible Oligosaccharides; NDO) อย่างแม่นยำ ซึ่งอาจทำให้ผลการวิเคราะห์ปริมาณเส้นใยอาหารในผลิตภัณฑ์ต่ำกว่าค่าความเป็นจริง แม้จะมีการพัฒนาวิธีการวิเคราะห์ขั้นสูง เช่น AOAC 2009.01 และ AOAC 2011.25 แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในการวัดปริมาณเส้นใยอาหารทั้งหมด อย่างไรก็ตาม […]
THAIFEX – Anuga Asia 2025 Continues Its Success: Elevating F&B Innovation and Expanding Global Business Opportunities
THAIFEX – Anuga Asia 2025 สานต่อความสำเร็จ ยกระดับนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ระดับโลก THAIFEX – Anuga Asia 2025 งานแสดงสินค้าเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มที่ครบครันที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กลับมาพบกันอีกครั้งในวันที่ 27-31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 และอิมแพ็ค เอ็กซิบิชัน ฮอลล์ 5-12 งานนี้จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ หอการค้าไทย และ Koelnmesse GmbH โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มของประเทศไทย ยกระดับคุณภาพสินค้าและเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมอาหาร และแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่สายตาชาวโลก สำหรับงาน THAIFEX – Anuga Asia 2024 ในปีที่ผ่านมาประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 85,850 คน จากกว่า 130 ประเทศทั่วโลก และมีมูลค่าการซื้อขายมากกว่า 87,500 ล้านบาท ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของงานในฐานะเวทีการค้าระดับโลกที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้เจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อจากนานาประเทศ นำไปสู่การสร้างเครือข่ายพันธมิตรและขยายตลาด […]
FoSTAT: A Hub for Collaboration and Enhancing Personnel Potential in Food Science and Technology
FoSTAT: ศูนย์กลางความร่วมมือและเสริมศักยภาพบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหาร สมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย (FoSTAT) มุ่งมั่นที่จะเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคการผลิต สมาคม และภาคการศึกษาจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางด้านวิชาการและพัฒนาทักษะบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารของไทยที่กำลังเผชิญกับความท้าทายหลากหลายด้าน ให้ก้าวข้ามอุปสรรคและคว้าโอกาสสู่การเติบโตในตลาดโลกอย่างยั่งยืน ผศ. พวงเพ็ชร์ นิธยานนท์ นายกสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย กล่าวถึงโอกาสในการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารไทยว่า ตลาดโลกมีความต้องการผลิตภัณฑ์อาหารไทยเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับกระแสการดูแลสุขภาพที่ยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง จึงนับเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการในการต่อยอดสายการผลิตให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ขณะเดียวกัน ภาคการผลิตควรนำเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์เข้ามาใช้เพื่อวิเคราะห์ตลาดและขยายกำลังการผลิตให้เพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ หน่วยงานภาครัฐยังมีนโยบายในการส่งเสริมภาคธุรกิจผ่านการสนับสนุนนวัตกรรมและแหล่งเงินทุน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยเสริมศักยภาพให้อุตสาหกรรมอาหารไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ขณะที่อุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทยยังต้องเผชิญกับความผันผวนในห่วงโซ่อุปทาน อันเกิดจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง นำไปสู่ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ผู้ผลิตในยุคดิจิทัลยังต้องเตรียมรับมือกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีผู้ผลิตรายใหม่และสินค้านวัตกรรมต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย อีกทั้งยังต้องเผชิญกับกฎระเบียบด้านสุขภาพและความปลอดภัยที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงต้องมีการติดตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างรอบด้าน เพื่อพร้อมรับมือความท้าทายต่างๆ เหล่านี้ ยกระดับอาหารเพื่อสุขภาพสู่ผลิตภัณฑ์อาหารมูลค่าสูง จากเทรนด์การดูแลสุขภาพ ทาง FoSTAT ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการสนับสนุนกระบวนการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์อาหารฟังก์ชันอย่างเป็นระบบผ่านการจัดตั้งหน่วยงาน […]
Premium Whey Protein Ingredients: Enhancing Gut Health, Immunity, Mood & Mental Health, and Sleep Quality
พรีเมียมเวย์โปรตีนกับคุณสมบัติในการส่งเสริมสุขภาพทางเดินอาหาร ระบบภูมิคุ้มกัน ปรับสมดุลอารมณ์ และคุณภาพการนอนหลับ เวย์โปรตีนเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงที่ถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมโภชนาการสำหรับนักกีฬาและทางการแพทย์มาอย่างยาวนาน ด้วยคุณสมบัติที่มีประโยชน์ต่อกระบวนการทางชีวภาพของร่างกาย จึงมีศักยภาพสูงในตลาดอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โดยมีการนำเทคโนโลยีแลกเปลี่ยนไอออน (Ion-Exchange; IEX) เข้ามาใช้เพื่อช่วยแยกโปรตีนที่มีมูลค่าสูง ได้แก่ เคซีน ไกลโคมาโครเปปไทด์ (Casein Glycomacropeptide; GMP) และแอลฟา-แลคตัลบูมิน (Alpha-Lactalbumin) GMP และ แอลฟา-แลคตัลบูมิน ปกติมีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 15-20 ในเวย์โปรตีนไอโซเลททั่วไป และสามารถมีความบริสุทธ์หรือสัดส่วนได้ถึงมากกว่าร้อยละ 90 ในพรีเมียมเวย์โปรตีน ปัจจุบันมีงานวิจัยจำนวนมากที่แสดงให้เห็นถึงคุณประโยชน์ของ GMP และแอลฟา-แลคตัลบูมินในหลากหลายด้าน เช่น การส่งเสริมสุขภาพทางเดินอาหาร ระบบภูมิคุ้มกัน สุขภาพจิตและอารมณ์ รวมถึงคุณภาพการนอนหลับ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการเลือกซื้อของผู้บริโภคทั่วโลกจากรายงานของ Innova Market Insights ในปี พ.ศ. 2567 สุขภาพทางเดินอาหาร สุขภาพทางเดินอาหารได้รับการจัดอันดับให้เป็นปัจจัยด้านสุขภาพที่มีความสำคัญที่สุดในการเลือกซื้ออาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพของผู้บริโภคทั่วโลก […]
Freeze Drying: An Innovative Manufacturing Technology for Value Enhancement
การทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง: นวัตกรรมการผลิตที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ขั้นตอนการทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง การแช่แข็ง (freezing phase) อาหารจะถูกนำไปแช่แข็งจนถึงอุณหภูมิ -40°C ถึง -50°C โดยการควบคุมอุณหภูมิในขั้นตอนนี้จะมีความสำคัญต่อขนาดของผลึกน้ำแข็ง ซึ่งการแช่แข็งแบบรวดเร็วจะทำให้ผลึกน้ำแข็งมีขนาดเล็ก ขณะที่การแช่แข็งแบบช้าจะทำให้เกิดผลึกน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่อาจทำให้เซลล์ของอาหารเกิดความเสียหายซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์สุดท้าย นอกจากนี้จำเป็นที่จะต้องควบคุมให้อุณหภูมิอาหารต่ำกว่าอุณหภูมิเปลี่ยนสถานะคล้ายแก้ว (glass transition temperature; Tg) เพื่อป้องกันอาหารเกิดการเสียโครงสร้างและยุบตัว (collapse) ในระหว่างการทำแห้ง การผลิตในระดับอุตสาหกรรมมักจะแยกขั้นตอนของการแช่แข็งกับการทำแห้งออกจากกันเพื่อรองรับการผลิตในปริมาณมาก รวมถึงลดต้นทุนการผลิตและการดูแลรักษาเครื่องจักร ขณะที่การผลิตในปริมาณน้อย สามารถใช้เครื่องจักรขนาดเล็กที่มีระบบแช่เยือกแข็งติดตั้งร่วมกับการทำแห้งในเครื่องเดียวกันเพื่อความสะดวกในการทำงาน การทำแห้งขั้นต้น (primary drying) สำหรับขั้นตอนนี้จะเป็นการทำให้น้ำแข็ง (frozen water) เกิดการระเหิด โดยการลดความดันของห้องอบแห้งให้ต่ำกว่าจุดร่วมสามของน้ำ (tripple point) โดยการใช้ปั๊มสุญญากาศ โดยทั่วไปจะมีการควบคุมความดันให้อยู่ที่ 10–100 Pa […]
Yeast Strain Development: Enhance the Unique Flavor of Alcoholic Beverages
การพัฒนาสายพันธุ์ยีสต์เพื่อยกระดับกลิ่นรสที่เป็นเอกลักษณ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นมีแนวทางในการพัฒนาคุณภาพของเครื่องดื่มได้หลากหลายวิธี อันได้แก่ การคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพดีเข้าสู่กระบวนการผลิต และการพัฒนากระบวนการผลิตในแต่ละขั้นตอน จึงทำให้ได้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีกลิ่นรสหลากหลายและตอบโจทย์ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น เช่น เครื่องดื่มสาเกเกรดพรีเมียมจากประเทศญี่ปุ่น (Premium sake) หรือเรียกว่า Daiginjo sake ซึ่งจะมีกลิ่นหอมของผลไม้และดอกไม้ ผ่านกระบวนการผลิตที่ประณีตจากข้าวคุณภาพดี และใช้สายพันธุ์ยีสต์ที่เหมาะสม จึงส่งผลต่อกลิ่นปฐมภูมิ (Primary aroma) ที่มาจากข้าว กลิ่นทุติยภูมิ (Secondary aroma) ที่มาจากกระบวนการหมักของยีสต์ กล่าวคือ ในระหว่างกระบวนการหมักยีสต์จะผลิตสารประกอบต่างๆ ที่นอกเหนือจากเอทานอล โดยสารต่างๆ เหล่านั้นจะส่งผลต่อกลิ่น รสชาติ สี และคุณภาพของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ และกลิ่นตติยภูมิ (Tertiary aroma) ที่ได้มาภายหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการหมัก ซึ่งจากผลการศึกษาพบว่ากลิ่นทุติยภูมินั้นมีสัดส่วนปริมาณของสารประกอบระเหยได้ที่ให้กลิ่น (Volatile flavor compounds) ในปริมาณมากที่สุด ดังนั้น การใช้ยีสต์ S. cerevisiae ที่มีสายพันธุ์ที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญมาก นอกจากนี้ยีสต์ S. cerevisiae สายพันธุ์จำเพาะได้ถูกนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์สำหรับการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่ละชนิดที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งยีสต์แต่ละสายพันธุ์ตามที่กล่าวไปข้างต้นจะมีคุณลักษณะจำเพาะที่เหมาะสมกับการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดนั้น […]
SAMYANG: A Comprehensive Total Solution for Fiber Fortification
Fiberest™: นวัตกรรมใยอาหารเพื่อส่งเสริมสุขภาพ รสชาติ และยืดอายุผลิตภัณฑ์ Fiberest™ จาก Samyang เป็นโซลูชันเสริมใยอาหารที่ครอบคลุม เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์สูตรลดน้ำตาล โดยไม่ส่งผลกระทบต่อรสชาติ และช่วยเสริมคุณค่าทางโภชนาการให้กับผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตจากแป้งข้าวโพดอบผ่านกระบวนการเอนไซม์ ทำให้ได้ใยอาหารที่ละลายน้ำได้ มีความคงตัวสูงทั้งในสภาวะความร้อนและกรด อีกทั้งยังมีให้เลือกทั้งรูปแบบผงและไซรัป เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ประโยชน์ของ Fiberest™ – เสริมสุขภาพให้ดีขึ้น: ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด รวมถึงลดระดับไขมันเลว (LDL) และไตรกลีเซอไรด์ ช่วยส่งเสริมสุขภาพลำไส้และการทำงานของภูมิคุ้มกัน – ปรับรสชาติและเนื้อสัมผัสให้ดียิ่งขึ้น: ปรับกลิ่นรสที่ไม่พึงประสงค์ในเครื่องดื่มโปรตีนและชา ช่วยเพิ่มความนุ่มในขนมอบอย่างเค้กและมัฟฟิน (เพียงเติมไปร้อยละ 3-6 ของสูตร) เพิ่มความกรอบในคุกกี้และบิสกิต รวมถึงช่วยปรับเนื้อสัมผัสของขนมในรูปแบบแท่ง (บาร์) และกัมมี – ยืดอายุการเก็บรักษา: ป้องกันการจับตัวเป็นก้อนสำหรับผลิตภัณฑ์ประเภทผง (เพียงเติมไปร้อยละ 3 ของสูตรเครื่องดื่มผงหรือชาผง) ช่วยเสริมความคงตัวของอิมัลชันในผลิตภัณฑ์นม ลดการแยกชั้นของน้ำในผลิตภัณฑ์เจลลี หรือแม้กระทั้งการเสริมความคงตัวของเนื้อสัมผัสและลดการเปลี่ยนรูปของลูกอมเมื่อเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องหรืออุณหภูมิที่มีความเย็น […]
Revolutionizing the Food and Beverage Industry with Intelligent Robotics
ปฏิวัติอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงความต้องการผู้บริโภคที่มุ่งเน้นคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์มากขึ้น เทคโนโลยีหุ่นยนต์จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับมาตรฐานการผลิต อีกทั้งยังเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันทางธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้อุตสาหกรรมอาหารสามารถรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หนึ่งในความก้าวหน้าสำคัญของเทคโนโลยีหุ่นยนต์ คือ การพัฒนาหุ่นยนต์ที่สามารถเปลี่ยนมือจับ (Gripper) ได้ตามลักษณะของงาน อันจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการผลิต ยกตัวอย่างกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิมที่แบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอน ซึ่งในแต่ละขั้นตอนจะมีพื้นที่การทำงานเฉพาะและมีเครื่องมือประจำที่แตกต่างกันในแต่ละสถานี ส่งผลให้ต้องมีการเคลื่อนย้ายและส่งต่อผลิตภัณฑ์ระหว่างสถานีผลิต ซึ่งทำให้เกิดการสูญเสียเวลาและเพิ่มต้นทุนในการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม หากนำหุ่นยนต์ที่สามารถเปลี่ยนมือจับได้มาใช้ จะช่วยให้ทั้ง 5 ขั้นตอนสามารถดำเนินการภายในสถานีผลิตเดียวกันได้ ทำให้ใช้พื้นที่เพียง 1 ใน 5 ของกระบวนการเดิม ส่งผลให้ใช้พื้นที่ในการผลิตน้อยกว่าและลดความจำเป็นในการลำเลียงได้ โดยเทคโนโลยีดังกล่าวนี้จะช่วยให้โรงงานผลิตสามารถปรับเปลี่ยนสายการผลิตได้อย่างทันท่วงที ลดระยะเวลาในการเปลี่ยนชิ้นส่วนและอุปกรณ์ จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยรวมได้ ซึ่งหนึ่งในข้อได้เปรียบสำคัญของการใช้หุ่นยนต์ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม คือ การรักษามาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัย โดยหุ่นยนต์สามารถปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมที่ต้องการความสะอาดสูง ช่วยลดการสัมผัสโดยตรงจากมนุษย์และลดความเสี่ยงจากเชื้อแบคทีเรียที่ไม่พึงประสงค์ ปัจจุบันได้มีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบคอมพิวเตอร์วิทัศน์ (Computer Vision) มาผสานเข้ากับเทคโนโลยีหุ่นยนต์เพื่อให้ระบบสามารถทำงานได้อัตโนมัติและมีความชาญฉลาดมากขึ้น เช่น หุ่นยนต์ที่มีการใช้เทคโนโลยี AI จะสามารถตรวจสอบคุณภาพของวัตถุดิบในสายการผลิต และคัดแยกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานออกไปโดยอัตโนมัติ […]
Towards Sustainability with Low-Carbon Footprint Food Production Strategies
ก้าวสู่ความยั่งยืนด้วยแนวทางการผลิตอาหารคาร์บอนต่ำ ไต้หวันเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตอาหารมังสวิรัติรายใหญ่ที่สุดระดับโลก ด้วยนโยบายการส่งเสริมของภาครัฐเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Response Act) และภาษีคาร์บอน รวมถึงความร่วมมือของผู้ผลิตในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งไต้หวันมีศักยภาพในการส่งออกอาหารมังสวิรัติไปยังหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น หรือทวีปยุโรป โดยกระทรวงสิ่งแวดล้อมของไต้หวันได้ประกาศโครงการจัดเก็บภาษีคาร์บอน ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมาโดยกำหนดอัตราภาษีสูงสุดที่ 300 ดอลลาร์ไต้หวันต่อเมตริกตันของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สำหรับบริษัทผู้ปล่อยก๊าซคาร์บอนเกิน 25,000 เมตริกตันต่อปี นอกจากนี้ รัฐบาลยังเสนออัตราพิเศษที่ 50 และ 100 ดอลลาร์ไต้หวันต่อเมตริกตันของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สำหรับบริษัทที่สามารถปฏิบัติตามเป้าหมายลดการปล่อยมลพิษ เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี พ.ศ. 2593 แนวทางส่งเสริมความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารจากไต้หวัน อาหารมังสวิรัติและโปรตีนทางเลือก แนวโน้มของอุตสาหกรรมอาหารมังสวิรัติในไต้หวันกำลังเปลี่ยนไปสู่การผลิตอาหารที่มีส่วนผสมจากพืชและอาหารที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำมากขึ้น ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ในไต้หวันล้วนบริโภคอาหารมังสวิรัติอันเนื่องมาจากอิทธิพลของศาสนา โดยร้านสะดวกซื้อในไต้หวันมีผลิตภัณฑ์อาหารทางเลือกหลายรูปแบบ ทั้งอาหารพร้อมรับประทาน อาหารแช่แข็ง หรือวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหาร […]
Analytical Techniques for Tannin in Food and Beverages Products
เทคนิคการวิเคราะห์สารแทนนินในผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม แทนนินเป็นสารประกอบธรรมชาติที่พบได้ในพืช ซึ่งมีคุณสมบัติโดดเด่นด้านรสชาติและให้คุณประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยสารแทนนินสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท ได้แก่ ไฮโดรไลซ์แทนนิน (hydrolyzable tannins) ซึ่งสลายตัวได้ง่ายในสภาวะที่มีความเป็นกรดหรือเอนไซม์ โดยจะปลดปล่อยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ในขณะที่คอนเดนส์แทนนิน (condensed tannins) หรือโปรแอนโทไซยานินมักจะพบในผลไม้และเครื่องดื่ม ซึ่งให้ความรู้สึกแห้งและฝาด ส่วนแทนนินเชิงซ้อน (complex tannins) เป็นการผสมผสานระหว่างแทนนินสองประเภทดังกล่าวเข้าไว้ด้วยกัน การวิเคราะห์สารแทนนินในผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม กรดเอลลาจิกเป็นสารประกอบแทนนินชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งพบได้ในผลไม้ เช่น สตรอว์เบอร์รี องุ่น และทับทิม โดยกรดเอลลาจิกมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และอาจมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง ซึ่งกรดเอลลาจิกได้รับการศึกษาบ่อยครั้งเนื่องจากความสามารถในการปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากปฏิกิริยาออกซิเดชันและการอักเสบ ซึ่งเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคเรื้อรัง โดยการวิเคราะห์สารประกอบนี้สามารถทำได้หลายวิธี เช่น Spectrophotometry เทคนิคสเปกโทรโฟโตมิเตอร์ในช่วงความยาวคลื่นอัลตราไวโอเลต (UV-Vis spectrophotometer) เป็นหนึ่งในวิธีการวัดกรดเอลลาจิกได้อย่างแม่นยำ ซึ่งอาศัยหลักการฉายแสงผ่านตัวอย่างและวัดปริมาณแสงที่ตัวอย่างดูดซับ […]
The Power of Probiotics: A Game-Changer for Food and Beverage Innovation
พลังแห่งโพรไบโอติกส์: กุญแจสำคัญสำหรับนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่ม โพรไบโอติกส์กำลังเข้ามามีบทบาทอย่างยิ่งในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ตลาดอาหารฟังก์ชันกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงนับเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ผลิตอาหารในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้สายพันธุ์โพรไบโอติกส์ที่ผ่านการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านกฎระเบียบและสร้างความไว้วางใจให้กับผู้บริโภค บทบาทและความสำคัญของโพรไบโอติกส์ โพรไบโอติกส์ คือ จุลินทรีย์มีชีวิตที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพเมื่อบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม โดยโพรไบโอติกส์มีบทบาทสำคัญในการปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ซึ่งส่งผลดีต่อระบบย่อยอาหาร ระบบภูมิคุ้มกัน และสุขภาพจิต เนื่องจากโพรไบโอติกส์มีส่วนช่วยในการดูดซึมสารอาหาร เสริมสร้างเกราะป้องกันให้กับลำไส้ และยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียที่เป็นอันตราย ในประเทศไทย โพรไบโอติกส์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในการนำมาใช้พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น โยเกิร์ต นมพร้อมดื่ม และเครื่องดื่มหมัก ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ความสะดวกสบายของผู้บริโภค แต่ยังสอดคล้องกับแนวโน้มของอาหารฟังก์ชันอีกด้วย การพิสูจน์ด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ โพรไบโอติกส์แต่ละสายพันธุ์มีประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกันซึ่งขึ้นอยู่กับความสามารถของการอยู่รอดในระบบทางเดินอาหารและการให้ประโยชน์ต่อสุขภาพลำไส้ โดยสายพันธุ์ที่ได้รับการวิจัยมาแล้วอย่างกว้างขวาง เช่น Lactobacillus rhamnosus GG และ Bifidobacterium animalis subsp. lactis BB-12 […]
Smart Freezing and Thawing Technologies for Superior Food Quality
เทคโนโลยีแช่เยือกแข็งและการทำละลายอัจฉริยะเพื่อคุณภาพอาหารที่เหนือกว่า เทคโนโลยีสนามแม่เหล็ก: นวัตกรรมการแช่แข็งและการทำละลายในอุตสาหกรรมอาหาร ปัจจุบันเริ่มมีงานวิจัยอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีสนามแม่เหล็กมาใช้ในกระบวนการแช่แข็งและการละลายน้ำแข็ง เพื่อปรับปรุงคุณภาพของอาหารแช่แข็ง โดยสนามแม่เหล็กที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดขึ้นจะช่วยคงคุณภาพที่ดีของลักษณะปรากฏ กลิ่นรส และเนื้อสัมผัส รวมถึงรักษาความสดของอาหารในระหว่างกระบวนการแช่แข็งและการละลายน้ำแข็งได้ ทั้งนี้ ความไวต่อสนามแม่เหล็กของวัสดุจะถูกกำหนดโดยโมเมนต์แม่เหล็กที่เกิดจากการหมุนของอิเล็กตรอนและนิวเคลียสของโมเลกุล โดยค่าโมเมนต์ของแม่เหล็กสุทธิจะถูกกำหนดโดยโมเมนตัมเชิงมุมและการหมุนของอิเล็กตรอนภายในอะตอม ในทางกลับกัน โมเลกุลของน้ำ อิเล็กตรอนทั้งหมดในอะตอมออกซิเจนและไฮโดรเจนจะถูกจับคู่กัน (paired electrons) และหมุนในทิศทางตรงข้าม ส่งผลให้โมเมนต์แม่เหล็กของอิเล็กตรอนทั้งหมดในโมเลกุลน้ำเป็นศูนย์ จึงทำให้น้ำไม่มีโมเมนต์ไดโพลแม่เหล็กที่ชัดเจน แม้ว่าน้ำจะเป็นสารที่มีสมบัติไดอะแมกเนติก แต่ก็สามารถถูกทำให้กลายเป็นแม่เหล็กได้เมื่ออยู่ภายใต้สนามแม่เหล็กจากภายนอก โดยแรงลอเรนซ์ (Lorentz force) ที่กระทำต่อประจุลบและประจุบวกของโมเลกุลที่มีขั้วภายใต้อิทธิพลของสนามแม่เหล็กจะทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของศูนย์กลางประจุภายในโมเลกุลของน้ำแบบหมุนหรือเปลี่ยนตำแหน่ง ซึ่งน้ำในสถานะของเหลวสามารถทำให้อยู่ในสภาวะเย็นยวดยิ่ง (supercooled state) ได้ โดยการจัดเรียงตัวโมเลกุลของน้ำในระหว่างกระบวนการแช่แข็ง ซึ่งสามารถปรับตัวให้สอดรับกับลักษณะของสนามแม่เหล็กภายนอก โดยสนามแม่เหล็กไฟฟ้าสามารถแบ่งออกเป็น 2 องค์ประกอบ ได้แก่ สนามแม่เหล็กสถิต (Static Magnetic Field; SMF) และสนามแม่เหล็กแบบสั่น (Oscillating […]







