What's In
เซนเซอร์เพื่อยกระดับกระบวนการผลิตอาหารที่ปลอดภัยและสมบูรณ์แบบ
ในปัจจุบัน อาหารมีรูปแบบการผลิตที่หลากหลายมากขึ้นกว่าในอดีต ดังนั้น การผลิตที่มีคุณภาพและรักษาสุขลักษณะได้อย่างสมบูรณ์แบบจึงกลายเป็นความต้องการขั้นพื้นฐานสำหรับผู้บริโภค ทั้งนี้ อุปกรณ์การวัดจาก VEGA จะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถรับประกันได้ถึงคุณภาพและความปลอดภัย พร้อมทั้งช่วยให้กระบวนการผลิตมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น – ความสะอาดในทุกรายละเอียด การผลิตอาหารมีขั้นตอนที่ต้องใช้ความละเอียดสูง อีกทั้งยังมีความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายสูง ความต้องการต่างๆ เหล่านี้ จึงสะท้อนให้มีการพัฒนาเทคโนโลยีการวัดให้ดียิ่งขึ้น โดยเซนเซอร์ VEGA สำหรับการวัดระดับและความดันได้รับการรับรองตามมาตรฐานที่กำหนดสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเภสัชกรรม – การเชื่อมต่อเดียว เซนเซอร์ VEGA สามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบการผลิตที่มีอยู่ได้อย่างรวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น โดยได้รับการออกแบบอย่างถูกสุขลักษณะ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงาน อีกทั้งยังมีความทนทานสูง ซึ่งเป็นโซลูชันที่เหมาะสมสำหรับการติดตั้งในกระบวนการ นอกจากนี้ เซนเซอร์ยังถูกผลิตจากวัสดุที่ไม่เกิดสนิมและทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถกำจัดจุลินทรีย์ได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งนี้ แนวคิด “การออกแบบที่ถูกสุขลักษณะ” สะท้อนให้เห็นถึงพื้นผิวของเซนเซอร์ที่สัมผัสกับผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีค่าความขรุขระต่ำกว่า 0.8 µm และรองรับทำความสะอาดและขัดผิวโลหะโดยใช้กระแสไฟฟ้า รวมถึงไม่มีการใช้ปะเก็น โดยเครื่องมือวัด VEGA ยังถูกออกแบบให้เหมาะสมกับกระบวนทำความสะอาดแบบ CIP อีกด้วย […]
BOILING POINT! WHERE WATER, FIRE AND STEAM MEET
Renewable Energy Key to Sustainable Business Growth The Federation of Thai IndustriesMr. Natee SITHIPRASASANAChairman of the Renewable Energy Industry Club Introduction to the Family of Companies VYNCKE – A Family of Companies Ms. Annelies SEYNAEVE Energy savings opportunities in process industry FORBES MARSHALLMs. Natcha WUTTHIPROM From waste to Watt: Harnessing the power of biomass […]
Food Focus Thailand ProSeries EP1.Rayong LAB & Safety Edition: Presentation Slide
Food Focus Thailand ProSeries: LAB & Safety EditionSmart Labs. Safe Food. Strong GrowthAssuring Food Integrity for Growth and Global Standards 09.00-10.15 ยกระดับการประเมินความเสี่ยงสู่มาตรฐานการผลิตอาหารระดับสากล โดย: รศ.ดร.วรงค์ศิริ เข็มสวัสดิ์สถาบันโภชนาการมหาวิทยาลัยมหิดล 10.45-11.45 แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงแบบองค์รวมตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดย: รศ.ดร.วรงค์ศิริ เข็มสวัสดิ์สถาบันโภชนาการมหาวิทยาลัยมหิดล
Supplier Finder February 2025
See What’s New in the Star Items February 2025
พบกับผลิตภัณฑ์ดาวเด่น เช่น เครื่องจักร อุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ส่วนผสมอาหาร และอื่นๆ ที่น่าสนใจ
Analytical Techniques for Quality Control: Ensuring Safety in Food Production
เทคนิคการวิเคราะห์คุณภาพตลอดกระบวนการผลิต: เบื้องหลังความปลอดภัยในอุตสาหกรรมอาหาร ปัจจุบันสินค้าอุปโภคและบริโภคที่จำหน่ายในตลาดมีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งคุณภาพของผลิตภัณฑ์ถือเป็นปัจจัยหลักที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ดังนั้น ผู้ผลิตจึงต้องมีระบบควบคุมคุณภาพที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้อย่างแท้จริง เทคนิคการวิเคราะห์ในระบบควบคุมคุณภาพตลอดกระบวนการผลิต เทคนิคการวิเคราะห์ทางกายภาพและเคมีมีความสำคัญต่อการควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอนการผลิต เนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ สุขภาพ และความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยเทคนิคเหล่านี้จะช่วยยกระดับคุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากความผิดพลาดในกระบวนการผลิตหรือป้องกันการปนเปื้อนที่ไม่พึงประสงค์ซึ่งสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ นอกจากนี้ การประยุกต์ใช้เทคนิคการวิเคราะห์ทางกายภาพและเคมียังเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันในยุคที่อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มมีการแข่งขันสูงได้อย่างยั่งยืน 1.การควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ 1.1 การตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบก่อนกระบวนการผลิต เป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคุณภาพทางกายภาพและเคมี เช่น ปริมาณความชื้น ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) วอเตอร์แอคทิวิตี้ (aw) และองค์ประกอบทางเคมี เป็นต้น ขั้นตอนนี้ไม่เพียงช่วยประกันคุณภาพตั้งแต่เริ่มต้นที่อาจจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์สุดท้ายเท่านั้น แต่ยังช่วยลดต้นทุนการสูญเสียในระหว่างกระบวนการผลิต ตลอดจนลดความเสี่ยงที่เกิดจากวัตถุดิบซึ่งรับมาจากซัพพลายเออร์อีกด้วย 1.2 การตรวจสอบสารปนเปื้อน แบ่งออกเป็น […]
Machinery Maintenance: A Key to Efficient and Smooth Production
การบำรุงรักษาเครื่องจักร: กุญแจสำคัญสู่การผลิตที่ราบรื่นและเต็มประสิทธิภาพ กระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยถือเป็นหัวใจสำคัญในอุตสาหกรรมอาหาร ทั้งนี้เครื่องจักรประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบรรจุ เครื่องตรวจสอบโลหะ หรือเครื่องฆ่าเชื้อ ล้วนมีบทบาทในการรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร ซึ่งเครื่องจักรเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องจักรจะสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนหรือการหยุดชะงักในระหว่างกระบวนการผลิต ดังนั้น การบำรุงรักษาเครื่องจักรอย่างเหมาะสมจึงไม่เพียงช่วยยืดอายุการใช้งาน แต่ยังสามารถลดต้นทุนจากการซ่อมแซมที่ไม่คาดคิดได้อีกด้วย แนวทางการตรวจสอบเครื่องจักร การตรวจสอบเครื่องจักรเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยยืนยันว่า เครื่องจักรจะสามารถทำงานได้ตามมาตรฐานที่กำหนด โดยการตรวจสอบที่เหมาะสมจะช่วยให้มั่นใจว่าเครื่องจักรจะสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการผลิต โดยขั้นตอนของการตรวจสอบเครื่องจักร ประกอบด้วย 1.การตรวจสอบเริ่มต้น (Initial Validation) คือ การตรวจสอบเครื่องจักรใหม่หรือเครื่องจักรที่ได้รับการปรับปรุง เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องจักรจะสามารถทำงานได้ตามมาตรฐาน เช่น การตรวจสอบการตั้งค่าของพารามิเตอร์ที่สำคัญของเครื่องจักร เช่น ความเร็วของสายพานลำเลียงหรือการควบคุมอุณหภูมิในเครื่องฆ่าเชื้อ เป็นต้น 2.การตรวจสอบตามรอบเวลา (Periodic Validation) คือ การตรวจสอบเครื่องจักรในช่วงเวลาที่กำหนด เช่น ทุกเดือนหรือทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องจักรจะยังคงทำงานได้ตามมาตรฐานเดิมและสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดการใช้งาน 3.การตรวจสอบเฉพาะเจาะจง (Specific Validation) คือ การตรวจสอบเฉพาะเจาะจงซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการผลิตหรือวัตถุดิบใหม่ เช่น […]
Synergistic Effect: The Secret of Power Enhancement in Functional Foods
Synergistic Effect: ความลับแห่งการเสริมพลังในผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ synergistic effect หมายถึง การทำงานร่วมกันของสารหรือองค์ประกอบในอาหารที่ช่วยเพิ่มผลลัพธ์การทำงานให้มีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้ส่วนประกอบแต่ละชนิดเพียงอย่างเดียว ตัวอย่างเช่น การผสมผสานสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารซึ่งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการต้านการเกิดออกซิเดชันได้อย่างโดดเด่นกว่าการใช้สารชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงอย่างเดียว โดย synergistic effect สามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพในหลากหลายมิติ กรณีศึกษา synergistic effect ในส่วนผสมอาหาร การทำงานร่วมกันของสมุนไพร (herbal synergy) สมุนไพรหลายชนิดมีศักยภาพในการเสริมฤทธิ์ซึ่งกันและกันได้อย่างน่าสนใจ ตัวอย่างเช่น การใช้ชาเขียวร่วมกับขมิ้น ซึ่งมีสารออกฤทธิ์สำคัญอย่างคาเทชิน (catechins) ในชาเขียวและเคอร์คูมิน (curcumin) ในขมิ้น สารทั้งสองชนิดนี้มีคุณสมบัติต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ เมื่อทำงานร่วมกันสามารถเสริมฤทธิ์ในการลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง รวมถึงโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการลดการอักเสบของร่างกายได้ดีกว่าการใช้สารแต่ละชนิดเพียงลำพัง การทำงานร่วมกันของวิตามินและแร่ธาตุ (nutrient synergy) การศึกษาเกี่ยวกับการเสริมฤทธิ์กันของวิตามินและแร่ธาตุ พบว่าการบริโภควิตามินซีร่วมกับธาตุเหล็กสามารถเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กเข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของภาวะโลหิตจาง นอกจากนี้ การบริโภควิตามินดีร่วมกับแคลเซียมยังช่วยส่งเสริมการสร้างมวลกระดูกและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างสารอาหารต่อการส่งเสริมสุขภาพ การทำงานร่วมกันของโพรไบโอติกส์ (probiotic synergy) สำหรับกลุ่มโพรไบโอติกส์ เช่น แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) และบิฟิโดแบคทีเรียม (Bifidobacterium) เมื่อนำมาใช้ร่วมกันในผลิตภัณฑ์นมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ตสามารถเสริมประสิทธิภาพในการปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหาร ลดการอักเสบของลำไส้ และส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันได้ดีกว่าการใช้จุลินทรีย์เพียงชนิดเดียว การทำงานร่วมกันของสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant […]
Reimagining Meat and Poultry Packaging for Quality Improvement and Sustainable Development
ปรับโฉมบรรจุภัณฑ์เนื้อสัตว์และสัตว์ปีกสู่การยกระดับคุณภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืน การปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ภายใต้แรงขับเคลื่อนจากสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงของบรรจุภัณฑ์ที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มที่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมุ่งไปที่การลดการใช้ทรัพยากรของบรรจุภัณฑ์ การปรับใช้วัสดุเพื่อการนำกลับมาหมุนเวียนและลดผลกระทบจากการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนสู่บรรยากาศ รวมถึงการรักษาความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์ ซึ่งผู้ประกอบการด้านเนื้อสัตว์และสัตว์ปีกสามารถปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ด้วยเทคนิคดังต่อไปนี้ 1.Achieving Sustainability Through Lighter Packaging: การใช้บรรจุภัณฑ์ที่เบาขึ้นจะช่วยลดการใช้ทรัพยากรและวัสดุพลาสติก รวมถึงลดต้นทุนการผลิต 2.Transition to More Recyclable Packaging: บรรจุภัณฑ์ประเภทนี้จะเน้นไปที่การใช้วัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ เช่น PET Trays ซึ่งถือเป็นแนวโน้มสำคัญของการลดขยะพลาสติกและสนับสนุนการหมุนเวียนของทรัพยากร รวมถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สามารถแยกส่วนได้เพื่อนำไปรีไซเคิลซึ่งจะช่วยส่งเสริมการจัดการขยะที่ดี 3.Embracing Bio-based Materials for Sustainable Solutions: เป็นแนวคิดในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยลดการพึ่งพาวัสดุจากฟอสซิลและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เน้นการพัฒนานวัตกรรมที่รักษาคุณภาพสินค้าและลดขยะในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยการใช้ PLA (Polylactic Acid) วัสดุจากพืชและนาโนไฟเบอร์ 4.Balancing Shelf Life and Aesthetics: สำหรับการรักษาความสดและรูปลักษณ์ของสินค้าสดนั้น วัสดุบรรจุภัณฑ์ที่จะตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดีนั้นต้องสามารถเปิดใช้งานได้สะดวกและใช้วัสดุที่สามารถป้องกันออกซิเจนและแสงได้ดี เช่น การใช้ Ethylene Vinyl Alcohol (EVOH) ซึ่งเป็นฟิล์มที่มีความยืดหยุ่นสูง […]
A Journey of Alternative Protein for the Future of Food
ก้าวต่อไปของโปรตีนทางเลือกสู่อนาคตอาหารที่ยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นพืชตระกูลถั่ว ธัญพืช เชื้อรา ผำ และสาหร่าย ล้วนเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกชนิดใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะพืชตระกูลถั่วที่มีส่วนช่วยในการสร้างห่วงโซ่คุณค่าอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่กระบวนการผลิตไปสู่การนำไปประยุกต์ใช้ ซึ่งถือว่ามีต้นทุนที่เหมาะสมกว่าโปรตีนจากแหล่งอื่นๆ เช่น บริษัท Impossible Foods และ Beyond Meat ที่นำวัตถุดิบจากพืช อาทิ ถั่วเหลือง ถั่วลันเตา ถั่วเขียว และข้าว มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เบอร์เกอร์จากพืช ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ารสชาติและความยั่งยืนสามารถพัฒนาร่วมกันได้ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทยอย่าง มัดใจ (Mudjai) กำลังพัฒนานวัตกรรมโดยนำเห็ดแครง (Split Gill Mushroom) และขนุน มาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชที่ไม่ผ่านการแปรรูป (Wholefood) และเนื้อสัตว์จากพืชที่แสนอร่อย ขณะเดียวกันโครงการ PROJECT EADEN ได้พัฒนาเส้นใยโปรตีนจากพืชที่สามารถรับประทานได้ ซึ่งคล้ายคลึงกับเส้นใยที่ใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ อากาศยาน และยานยนต์ โดยมีการเลียนแบบเนื้อสัมผัสและลักษณะปรากฎที่คล้ายกับเส้นใยจากเนื้อสัตว์ ซึ่งเส้นใยจะมีความบางเหมือนเส้นด้าย ก่อนที่จะนำมาพันรอบแกนและผ่านเครื่องจักรเพื่อรวมเส้นใยจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์สุดท้าย นวัตกรรมการเพาะเลี้ยงเซลล์ในห้องทดลอง […]
Guidelines for Advancing Functional Food Research Using Simulated Gut Models: tiny-TIMsg and TIM-2
แนวทางการพัฒนางานวิจัยอาหารฟังก์ชันด้วยแบบจำลองลำไส้ tiny-TIMsg และ TIM-2 การใช้ระบบย่อยจำลอง (Simulated Gut Models) นั้นมีความจำเป็นอย่างมากในการพัฒนางานวิจัยเกี่ยวกับอาหารฟังก์ชัน เนื่องจากระบบดังกล่าวมีส่วนช่วยในการทดสอบและประเมินประสิทธิภาพของอาหารในกระบวนการย่อยและดูดซึมได้อย่างแม่นยำ โดยหนึ่งในระบบจำลองที่มีความก้าวหน้าและมีงานวิจัยรองรับจำนวนมากในปัจจุบัน คือ ระบบ tiny-TIMsg (Smartificial Gut) และ TIM-2 โดยทั้งสองระบบนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อจำลองการทำงานเชิงพลวัติและสภาพแวดล้อมเสมือนจริงของการย่อยอาหารในกระเพาะและลำไส้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งควบคุมการทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้นักวิจัยสามารถเข้าใจถึงกลไกการปลดปล่อยสารอาหารและส่วนผสมฟังก์ชันได้อย่างละเอียด รวมถึงช่วยให้นักวิจัยสามารถออกแบบอาหารที่สามารถนำส่งสารอาหารและส่วนผสมฟังก์ชันเข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคในอนาคต ระบบย่อยจำลอง tiny-TIMsg และ TIM-2 นั้นครอบคลุมการใช้งานในหลากหลายด้านและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาอาหารเชิงฟังก์ชัน รวมถึงการศึกษาทางชีวการแพทย์และโภชนาการ ทั้งนี้ ระบบ tiny-TIMsg มุ่งเน้นไปที่ระบบการย่อยและการดูดซึมสารอาหารในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก ทำให้สามารถประเมินและวิเคราะห์ผลกระทบของสารอาหารและตัวยาสำคัญต่อระบบย่อยอาหารได้อย่างแม่นยำ เมื่อเปรียบเทียบกับการทดสอบทั่วไปที่มักใช้โมเดลเป็นแบบสถิต (Static Digestion Model) นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวยังเหมาะสมกับการทดสอบหรือพัฒนาสูตรอาหารและวัตถุดิบอาหารใหม่ที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมสารอาหารได้ เช่น การประเมินคุณภาพของโปรตีนที่เป็นองค์ประกอบหรืออยู่ในรูปแบบอาหารแปรรูปด้วยวิธี In-vitro DIAAS (Digestible […]
Lean Integrate Green Productivity: Guidelines for Enhancing Sustainable Productivity through the Lean Concept
Lean Integrate Green Productivity: แนวทางการเพิ่มผลิตภาพอย่างยั่งยืนด้วยแนวคิดแบบลีน แนวคิดของการเพิ่มผลผลิตสีเขียว (Green Productivity) เป็นแนวทางที่สำคัญขององค์การเพิ่มผลผลิตแห่งเอเชีย (Asian Productivity Organization; APO) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า (Resource Efficiency and Resource Productivity) ส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน ช่วยลดต้นทุนในการปฏิบัติงาน รวมถึงสร้างความยั่งยืนทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยอยู่ในรูปแบบของการเพิ่มผลผลิตสีเขียวซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาทั้งในด้านการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) ควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน (Green) สำหรับด้านการเพิ่มผลิตภาพและประสิทธิภาพในการผลิตจะนำหลักการแบบ ‘ลีน (Lean)’ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะนำมาใช้ในการปรับปรุงกระบวนการทำงาน โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญในการลดความสูญเสียของกระบวนการต่างๆ ที่เรียกว่า ‘ความสูญเสียหลัก 7 ประการ (7 Wastes)’ หรือคำว่า Muda ในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งประกอบไปด้วยความสูญเสียจากการผลิตมากเกินไป (Overproduction) ความสูญเสียจากวัสดุคงคลังที่ไม่จำเป็น (Inventory) ความสูญเสียจากการขนส่ง (Transportation) ความสูญเสียจากการรอคอย (Delay) ความสูญเสียจากการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็น (Motion) ความสูญเสียจากการผลิตของเสียและการแก้ไขงานเสีย (Defect) […]







