What's In
Revolutionizing the Food and Beverage Industry with Intelligent Robotics
ปฏิวัติอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงความต้องการผู้บริโภคที่มุ่งเน้นคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์มากขึ้น เทคโนโลยีหุ่นยนต์จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับมาตรฐานการผลิต อีกทั้งยังเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันทางธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้อุตสาหกรรมอาหารสามารถรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หนึ่งในความก้าวหน้าสำคัญของเทคโนโลยีหุ่นยนต์ คือ การพัฒนาหุ่นยนต์ที่สามารถเปลี่ยนมือจับ (Gripper) ได้ตามลักษณะของงาน อันจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการผลิต ยกตัวอย่างกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิมที่แบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอน ซึ่งในแต่ละขั้นตอนจะมีพื้นที่การทำงานเฉพาะและมีเครื่องมือประจำที่แตกต่างกันในแต่ละสถานี ส่งผลให้ต้องมีการเคลื่อนย้ายและส่งต่อผลิตภัณฑ์ระหว่างสถานีผลิต ซึ่งทำให้เกิดการสูญเสียเวลาและเพิ่มต้นทุนในการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม หากนำหุ่นยนต์ที่สามารถเปลี่ยนมือจับได้มาใช้ จะช่วยให้ทั้ง 5 ขั้นตอนสามารถดำเนินการภายในสถานีผลิตเดียวกันได้ ทำให้ใช้พื้นที่เพียง 1 ใน 5 ของกระบวนการเดิม ส่งผลให้ใช้พื้นที่ในการผลิตน้อยกว่าและลดความจำเป็นในการลำเลียงได้ โดยเทคโนโลยีดังกล่าวนี้จะช่วยให้โรงงานผลิตสามารถปรับเปลี่ยนสายการผลิตได้อย่างทันท่วงที ลดระยะเวลาในการเปลี่ยนชิ้นส่วนและอุปกรณ์ จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยรวมได้ ซึ่งหนึ่งในข้อได้เปรียบสำคัญของการใช้หุ่นยนต์ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม คือ การรักษามาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัย โดยหุ่นยนต์สามารถปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมที่ต้องการความสะอาดสูง ช่วยลดการสัมผัสโดยตรงจากมนุษย์และลดความเสี่ยงจากเชื้อแบคทีเรียที่ไม่พึงประสงค์ ปัจจุบันได้มีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบคอมพิวเตอร์วิทัศน์ (Computer Vision) มาผสานเข้ากับเทคโนโลยีหุ่นยนต์เพื่อให้ระบบสามารถทำงานได้อัตโนมัติและมีความชาญฉลาดมากขึ้น เช่น หุ่นยนต์ที่มีการใช้เทคโนโลยี AI จะสามารถตรวจสอบคุณภาพของวัตถุดิบในสายการผลิต และคัดแยกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานออกไปโดยอัตโนมัติ […]
Towards Sustainability with Low-Carbon Footprint Food Production Strategies
ก้าวสู่ความยั่งยืนด้วยแนวทางการผลิตอาหารคาร์บอนต่ำ ไต้หวันเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตอาหารมังสวิรัติรายใหญ่ที่สุดระดับโลก ด้วยนโยบายการส่งเสริมของภาครัฐเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Response Act) และภาษีคาร์บอน รวมถึงความร่วมมือของผู้ผลิตในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งไต้หวันมีศักยภาพในการส่งออกอาหารมังสวิรัติไปยังหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น หรือทวีปยุโรป โดยกระทรวงสิ่งแวดล้อมของไต้หวันได้ประกาศโครงการจัดเก็บภาษีคาร์บอน ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมาโดยกำหนดอัตราภาษีสูงสุดที่ 300 ดอลลาร์ไต้หวันต่อเมตริกตันของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สำหรับบริษัทผู้ปล่อยก๊าซคาร์บอนเกิน 25,000 เมตริกตันต่อปี นอกจากนี้ รัฐบาลยังเสนออัตราพิเศษที่ 50 และ 100 ดอลลาร์ไต้หวันต่อเมตริกตันของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สำหรับบริษัทที่สามารถปฏิบัติตามเป้าหมายลดการปล่อยมลพิษ เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี พ.ศ. 2593 แนวทางส่งเสริมความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารจากไต้หวัน อาหารมังสวิรัติและโปรตีนทางเลือก แนวโน้มของอุตสาหกรรมอาหารมังสวิรัติในไต้หวันกำลังเปลี่ยนไปสู่การผลิตอาหารที่มีส่วนผสมจากพืชและอาหารที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำมากขึ้น ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ในไต้หวันล้วนบริโภคอาหารมังสวิรัติอันเนื่องมาจากอิทธิพลของศาสนา โดยร้านสะดวกซื้อในไต้หวันมีผลิตภัณฑ์อาหารทางเลือกหลายรูปแบบ ทั้งอาหารพร้อมรับประทาน อาหารแช่แข็ง หรือวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหาร […]
Analytical Techniques for Tannin in Food and Beverages Products
เทคนิคการวิเคราะห์สารแทนนินในผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม แทนนินเป็นสารประกอบธรรมชาติที่พบได้ในพืช ซึ่งมีคุณสมบัติโดดเด่นด้านรสชาติและให้คุณประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยสารแทนนินสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท ได้แก่ ไฮโดรไลซ์แทนนิน (hydrolyzable tannins) ซึ่งสลายตัวได้ง่ายในสภาวะที่มีความเป็นกรดหรือเอนไซม์ โดยจะปลดปล่อยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ในขณะที่คอนเดนส์แทนนิน (condensed tannins) หรือโปรแอนโทไซยานินมักจะพบในผลไม้และเครื่องดื่ม ซึ่งให้ความรู้สึกแห้งและฝาด ส่วนแทนนินเชิงซ้อน (complex tannins) เป็นการผสมผสานระหว่างแทนนินสองประเภทดังกล่าวเข้าไว้ด้วยกัน การวิเคราะห์สารแทนนินในผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม กรดเอลลาจิกเป็นสารประกอบแทนนินชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งพบได้ในผลไม้ เช่น สตรอว์เบอร์รี องุ่น และทับทิม โดยกรดเอลลาจิกมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และอาจมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง ซึ่งกรดเอลลาจิกได้รับการศึกษาบ่อยครั้งเนื่องจากความสามารถในการปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากปฏิกิริยาออกซิเดชันและการอักเสบ ซึ่งเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคเรื้อรัง โดยการวิเคราะห์สารประกอบนี้สามารถทำได้หลายวิธี เช่น Spectrophotometry เทคนิคสเปกโทรโฟโตมิเตอร์ในช่วงความยาวคลื่นอัลตราไวโอเลต (UV-Vis spectrophotometer) เป็นหนึ่งในวิธีการวัดกรดเอลลาจิกได้อย่างแม่นยำ ซึ่งอาศัยหลักการฉายแสงผ่านตัวอย่างและวัดปริมาณแสงที่ตัวอย่างดูดซับ […]
The Power of Probiotics: A Game-Changer for Food and Beverage Innovation
พลังแห่งโพรไบโอติกส์: กุญแจสำคัญสำหรับนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่ม โพรไบโอติกส์กำลังเข้ามามีบทบาทอย่างยิ่งในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ตลาดอาหารฟังก์ชันกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงนับเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ผลิตอาหารในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้สายพันธุ์โพรไบโอติกส์ที่ผ่านการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านกฎระเบียบและสร้างความไว้วางใจให้กับผู้บริโภค บทบาทและความสำคัญของโพรไบโอติกส์ โพรไบโอติกส์ คือ จุลินทรีย์มีชีวิตที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพเมื่อบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม โดยโพรไบโอติกส์มีบทบาทสำคัญในการปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ซึ่งส่งผลดีต่อระบบย่อยอาหาร ระบบภูมิคุ้มกัน และสุขภาพจิต เนื่องจากโพรไบโอติกส์มีส่วนช่วยในการดูดซึมสารอาหาร เสริมสร้างเกราะป้องกันให้กับลำไส้ และยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียที่เป็นอันตราย ในประเทศไทย โพรไบโอติกส์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในการนำมาใช้พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น โยเกิร์ต นมพร้อมดื่ม และเครื่องดื่มหมัก ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ความสะดวกสบายของผู้บริโภค แต่ยังสอดคล้องกับแนวโน้มของอาหารฟังก์ชันอีกด้วย การพิสูจน์ด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ โพรไบโอติกส์แต่ละสายพันธุ์มีประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกันซึ่งขึ้นอยู่กับความสามารถของการอยู่รอดในระบบทางเดินอาหารและการให้ประโยชน์ต่อสุขภาพลำไส้ โดยสายพันธุ์ที่ได้รับการวิจัยมาแล้วอย่างกว้างขวาง เช่น Lactobacillus rhamnosus GG และ Bifidobacterium animalis subsp. lactis BB-12 […]
Smart Freezing and Thawing Technologies for Superior Food Quality
เทคโนโลยีแช่เยือกแข็งและการทำละลายอัจฉริยะเพื่อคุณภาพอาหารที่เหนือกว่า เทคโนโลยีสนามแม่เหล็ก: นวัตกรรมการแช่แข็งและการทำละลายในอุตสาหกรรมอาหาร ปัจจุบันเริ่มมีงานวิจัยอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีสนามแม่เหล็กมาใช้ในกระบวนการแช่แข็งและการละลายน้ำแข็ง เพื่อปรับปรุงคุณภาพของอาหารแช่แข็ง โดยสนามแม่เหล็กที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดขึ้นจะช่วยคงคุณภาพที่ดีของลักษณะปรากฏ กลิ่นรส และเนื้อสัมผัส รวมถึงรักษาความสดของอาหารในระหว่างกระบวนการแช่แข็งและการละลายน้ำแข็งได้ ทั้งนี้ ความไวต่อสนามแม่เหล็กของวัสดุจะถูกกำหนดโดยโมเมนต์แม่เหล็กที่เกิดจากการหมุนของอิเล็กตรอนและนิวเคลียสของโมเลกุล โดยค่าโมเมนต์ของแม่เหล็กสุทธิจะถูกกำหนดโดยโมเมนตัมเชิงมุมและการหมุนของอิเล็กตรอนภายในอะตอม ในทางกลับกัน โมเลกุลของน้ำ อิเล็กตรอนทั้งหมดในอะตอมออกซิเจนและไฮโดรเจนจะถูกจับคู่กัน (paired electrons) และหมุนในทิศทางตรงข้าม ส่งผลให้โมเมนต์แม่เหล็กของอิเล็กตรอนทั้งหมดในโมเลกุลน้ำเป็นศูนย์ จึงทำให้น้ำไม่มีโมเมนต์ไดโพลแม่เหล็กที่ชัดเจน แม้ว่าน้ำจะเป็นสารที่มีสมบัติไดอะแมกเนติก แต่ก็สามารถถูกทำให้กลายเป็นแม่เหล็กได้เมื่ออยู่ภายใต้สนามแม่เหล็กจากภายนอก โดยแรงลอเรนซ์ (Lorentz force) ที่กระทำต่อประจุลบและประจุบวกของโมเลกุลที่มีขั้วภายใต้อิทธิพลของสนามแม่เหล็กจะทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของศูนย์กลางประจุภายในโมเลกุลของน้ำแบบหมุนหรือเปลี่ยนตำแหน่ง ซึ่งน้ำในสถานะของเหลวสามารถทำให้อยู่ในสภาวะเย็นยวดยิ่ง (supercooled state) ได้ โดยการจัดเรียงตัวโมเลกุลของน้ำในระหว่างกระบวนการแช่แข็ง ซึ่งสามารถปรับตัวให้สอดรับกับลักษณะของสนามแม่เหล็กภายนอก โดยสนามแม่เหล็กไฟฟ้าสามารถแบ่งออกเป็น 2 องค์ประกอบ ได้แก่ สนามแม่เหล็กสถิต (Static Magnetic Field; SMF) และสนามแม่เหล็กแบบสั่น (Oscillating […]
Latest Regulation Updates on Plastic Recycling for Beverage Sustainability
กฎระเบียบล่าสุดเกี่ยวกับการรีไซเคิลพลาสติกเพื่อความยั่งยืนในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม By: Krones (Thailand) Co., Ltd. THA-Marketing@krones.com การใช้พลาสติกรีไซเคิลมีข้อดีหลายประการ เช่น การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก ลดการพึ่งพาทรัพยากรฟอสซิล และช่วยแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกในสิ่งแวดล้อม ขณะที่ข้อมูลจาก Plastics Europe1 ระบุว่า ขยะพลาสติกที่ถูกนำมารีไซเคิลในยุโรปมีเพียงร้อยละ 27 เท่านั้น และปริมาณขยะพลาสติกที่ถูกนำมารีไซเคิลทั่วโลกยังต่ำกว่าตัวเลขดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ปริมาณการใช้พลาสติกรีไซเคิลมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการส่งเสริมและการสนับสนุนมาตรการรีไซเคิลจากรัฐบาลทั่วโลก – ภาษีพลาสติกที่ประกาศใช้ในปี พ.ศ. 2564: บริษัทต้องจ่ายภาษีสำหรับบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ไม่ได้ผ่านการรีไซเคิล ในอัตรา 0.80 ยูโรต่อกิโลกรัม ขณะที่ประเทศเยอรมนีได้กำหนดให้เริ่มใช้มาตรการภาษีดังกล่าวในปี พ.ศ. 2568 – ข้อกำหนดการใช้วัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์พลาสติก: ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 พบว่าขวดเครื่องดื่ม PET ต้องมีวัสดุรีไซเคิล (rPET) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 และตั้งแต่ปี พ.ศ. 2573 ได้กำหนดเป้าหมายให้มีวัสดุรีไซเคิล (rPET) เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 – ระบบมัดจำบรรจุภัณฑ์ (Deposit […]
MEASUREMENT TECHNOLOGY IMPROVES BREWING PROCESSES
เทคโนโลยีสำคัญที่จำเป็นต่อการควบคุมกระบวนการผลิตเบียร์ น้ำ ฮ็อปส์ มอลต์ และยีสต์ คือ ส่วนผสมที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเบียร์บริสุทธิ์ของประเทศเยอรมนี แม้ว่าจะมีส่วนผสมเพียงไม่กี่ชนิด แต่ด้วยฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ของผู้ผลิตเบียร์ จึงสามารถรังสรรค์เบียร์หลากหลายรูปแบบได้อย่างน่าทึ่ง ซึ่งการผลิตให้ได้มาตรฐานนั้นจำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีการวัดที่เชื่อถือได้ในการควบคุมกระบวนการผลิตอย่างแม่นยำ เทคโนโลยีสำคัญที่จำเป็นต่อการควบคุมกระบวนการผลิตเบียร์ – ความดัน (Pressure) – ระดับของเหลว (Level) – การสวิตช์ (Switching) ทั้งนี้ โรงเบียร์ Alpirsbacher Klosterbräu ในเขต Black Forest ที่ได้รับรางวัลด้านคุณภาพหลากหลายรางวัล ได้เลือกใช้เซนเซอร์วัดความดัน VEGABAR ในการควบคุมความดันระหว่างการกรองเบียร์ เพื่อกรองยีสต์และความขุ่นออกจากเบียร์ โดยการควบคุมที่แม่นยำนี้จะช่วยลดการสูญเสียและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตได้ เซนเซอร์วัดความดัน: หัวใจสำคัญในกระบวนการหมักและบ่ม ในถังหมักและถังบ่ม การวัดความดันและระดับของเหลวในถังอย่างแม่นยำมีความสำคัญอย่างยิ่ง เช่น การควบคุมความดันในถังให้เหมาะสมเพื่อให้เบียร์อิ่มตัวด้วยก๊าซ CO₂ ได้อย่างเหมาะสม การวัดระดับจุด (Point Level): ป้องกันปัญหาของเหลวล้นถังหรือถังแห้ง ในขั้นตอนการบดมอลต์ เซนเซอร์ VEGAPOINT จะช่วยตรวจจับปริมาณที่เหมาะสม เพื่อป้องกันวัตถุดิบล้นถังหรือการทำงานโดยที่ไม่มีของในถัง จึงช่วยลดการสูญเสียพลังงานและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ติดตั้งง่าย ใช้งานสะดวก VEGA […]
Supplier Finder March 2025
See What’s New in the Star Items March 2025
พบกับผลิตภัณฑ์ดาวเด่น เช่น เครื่องจักร อุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ส่วนผสมอาหาร และอื่นๆ ที่น่าสนใจ
The Path to Energy Conservation for a Sustainable Food Supply Chain
เส้นทางการประหยัดพลังงานสู่ห่วงโซ่อุปทานอาหารที่ยั่งยืน อุตสาหกรรมอาหารเป็นหนึ่งในภาคเศรษฐกิจที่ใช้พลังงานสูง เนื่องจากต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบ การแปรรูป การขนส่ง ไปจนถึงการกระจายสินค้า ดังนั้น ผู้ประกอบการจำเป็นที่จะต้องมองหาแนวทางในการประหยัดพลังงานเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยแนวทางในการดำเนินงานเพื่อประหยัดพลังงานตลอดโซ่อุปทาน มีขั้นตอนสำคัญที่ต้องพิจารณา ดังนี้ 1. การกำหนดนโยบาย กลยุทธ์ และเป้าหมายที่ชัดเจน องค์กรควรกำหนดนโยบาย กลยุทธ์ และเป้าหมายที่ชัดเจนเกี่ยวกับการประหยัดพลังงาน เพื่อให้พนักงานทุกคนเข้าใจและร่วมมือกันอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ โดยนโยบายที่ชัดเจนจากผู้บริหารระดับสูงจะส่งสัญญาณไปยังผู้บริหารในระดับต่างๆ เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนแนวทางการประหยัดพลังงานได้อย่างมีประสิทธิผล 2. การออกแบบผลิตภัณฑ์ การออกแบบผลิตภัณฑ์เป็นขั้นตอนเริ่มต้นที่จะช่วยลดการใช้พลังงานได้ อาทิ การเลือกวัตถุดิบที่ใช้พลังงานในการผลิตต่ำ การลดกระบวนการแปรรูปที่สิ้นเปลืองพลังงาน และการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 3. การออกแบบโซ่อุปทาน การออกแบบโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพสามารถลดการใช้พลังงานได้หลายด้าน เช่น การเลือกแหล่งวัตถุดิบ สถานที่ผลิต และศูนย์กระจายสินค้า: การจัดหาแหล่งวัตถุดิบในพื้นที่ใกล้โรงงานผลิตเพื่อช่วยลดระยะทางในการขนส่ง ซึ่งจะช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงและพลังงานได้ เช่น การสร้างฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่อยู่ใกล้โรงงานแปรรูปอาหารเพื่อช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งในระยะไกล เป็นต้น การนำเทคโนโลยีมาช่วยในการคาดการณ์และลดของเสีย: การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และชุดข้อมูลขนาดใหญ่ (Big […]
Innovative Slicer Features for Streamlined Meat Industry
การออกแบบเครื่องสไลซ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการในอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ ปัจจุบันเทคโนโลยีการออกแบบเครื่องสไลซ์สำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ได้ถูกพัฒนาให้ตอบโจทย์ความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณ เพื่อรองรับการผลิตเนื้อสัตว์แปรรูปที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสไลซ์เนื้อให้มีความบางพิเศษตามแบบฉบับ “ชาบู” หรือการตัดเนื้อที่มีความหนาประเภท “สเต๊ก” โดยปัจจัยสำคัญในการออกแบบเครื่องสไลซ์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ได้แก่ 1. ความแม่นยำและความสม่ำเสมอ เครื่องสไลซ์รุ่นใหม่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ตัดชิ้นเนื้อได้อย่างแม่นยำและสม่ำเสมอ ทั้งในเรื่องของความหนาและขนาด โดยมักจะมีการใช้เซอร์โวมอเตอร์เพื่อปรับความหนาได้อย่างอัตโนมัติและช่วยในการจัดเรียงสินค้าในรูปแบบต่างๆ หลังจากการสไลซ์ อาทิ การวางซ้อนกันเป็นกองตั้ง การวางซ้อนแบบเฉียง การพับเป็นรูปทรงต่างๆ รวมถึงการจัดระยะห่างระหว่างกองของผลิตภัณฑ์ เป็นต้น 2. เทคโนโลยี ‘Soft-Cut’ เครื่องสไลซ์บางรุ่นได้รับการออกแบบใบมีดพิเศษด้วยเทคโนโลยี ‘Soft-Cut’ เพื่อช่วยลดแรงเสียดทานและแรงเฉือนที่เกิดขึ้นระหว่างการสัมผัสกับเนื้อสัตว์ จึงช่วยรักษาความเรียบของหน้าสัมผัสและช่วยไม่ให้เนื้อเกิดความหลุดรุ่ยจนเกิดความเสียหาย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ต้องการรักษาเนื้อสัมผัสเป็นพิเศษ เช่น ปาร์มาแฮม หรือชิ้นส่วนเนื้อสัตว์พรีเมียมที่จำหน่ายได้ในราคาสูง เป็นต้น 3. การใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์และการควบคุมอัตโนมัติ […]
Authenticity First: Safety Control for Contaminant-Free Thai Durian
ความบริสุทธิ์มาก่อน: การควบคุมความปลอดภัยสำหรับทุเรียนไทยที่ปราศจากการปนเปื้อน วิธีการตรวจวิเคราะห์สาร BY2 ในทุเรียน สาร Basic Yellow 2 หรือ BY2 ที่รู้จักกันในชื่อ Auramine O เป็นสารเคมีอินทรีย์สังเคราะห์ที่ใช้ในการย้อมสีวัสดุต่างๆ ซึ่งองค์การอนามัยโลกจัดให้สารนี้เป็นสารก่อมะเร็งในกลุ่ม 2B ที่มีความเป็นไปได้ว่าจะก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์ ทั้งนี้ การใช้สาร BY2 ในทุเรียนไทยเกิดจากการที่ผู้ประกอบการบางรายใช้สารชนิดนี้เพื่อจุ่มผลทุเรียนให้เปลือกมีสีสวยงาม ทดแทนการใช้สีผสมอาหารหรือขมิ้น เนื่องจากความต้องการของตลาดที่นิยมเปลือกสีเขียว ซึ่งสาร BY2 สามารถให้สีได้ตรงกับความต้องการของตลาดและมีราคาต่ำกว่า อย่างไรก็ตาม การใช้สารนี้ในอาหารเป็นสิ่งที่ไม่ปลอดภัยและผิดกฎหมาย การตรวจวิเคราะห์สาร BY2 ในตัวอย่างทุเรียน สามารถทำได้ด้วยวิธีการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการที่มีความแม่นยำและไวต่อการตรวจจับสารในปริมาณเล็กน้อย โดยทั่วไปจะมีวิธีหลักๆ ดังนี้ 1. วิธีสเปกโตรสโกปี (UV-Visible Spectroscopy) ที่ตรวจวัดการดูดกลืนแสงในช่วงคลื่นรังสียูวี (UV) และแสงขาว (Visible; […]







