Page 34 - FoodFocusThailand No.157 April 2019
P. 34
SPECIAL FOCUS
SPECIAL FOCUS
ผลิตภัณฑ์ประมาณร้อยละ 70 ของโรงกลั่นเบียร์ Faxe Brewery แห่งประเทศ
โครเนส เอจี เดนมาร์ก คือเบียร์กระป๋องซึ่งส่วนใหญ่ผลิตเพื่อการส่งออก ปัจจุบัน
Krones AG
Faxe อาศัยเทคโนโลยีการบรรจุเครื่องดื่มเทคโนโลยี
สูงล่าสุด ที่มีอัตราก�าลังการบรรจุ
สูงถึง 72,000
หน่วยภาชนะต่อ
ชั่วโมง ท�าให้สามารถผลิตเบียร์
กระป๋องได้มากกว่าเดิม
Faxe Brewery ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2444 ในเมืองที่มีชื่อเดียวกัน ส่งออกเบียร์ให้กับ 26 ประเทศหลักซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในยุโรป
ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะ Zealand (ซีแลนด์) ทางตะวันออกของประเทศเดนมาร์ก เบียร์ร้อยละ 70 ของบริษัทถูกผลิตเพื่อการส่งออก และประมาณร้อยละ 30
ในสมัยนั้น Faxe ถือเป็นหนึ่งในโรงกลั่นขนาดเล็กจ�านวนมากที่พบได้ในเดนมาร์ก จากส่วนนั้นมีประเทศเยอรมนีเป็นจุดหมายปลายทาง ผู้บริโภคชาวเดนมาร์ก
และคงสถานะเช่นนั้นเป็นเวลาหลายทศวรรษตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง จนกระทั่งใน นิยมน�าเข้าเบียร์กลับมาในประเทศอีกครั้ง การน�าเข้าแต่ละครั้งมีจ�านวน
ช่วงยุค 70s (ประมาณ พ.ศ. 2513 – 2522) กิจการของ Faxe ไม่ได้ถูกจ�ากัด ไม่มากและไม่ต้องเสียภาษี ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะภาษีเบียร์ของเดนมาร์กอยู่ใน
อยู่แต่ในเมืองเล็กๆ แห่งนี้อีกต่อไป บริษัทเริ่มส่งเบียร์ออกขายทั่วประเทศ อัตราที่สูงกว่าเยอรมนีเกือบ 4 เท่า นี่เป็นสาเหตุที่ท�าให้บริษัทใช้ไลน์การบรรจุ
อาจกล่าวได้ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งส�าคัญที่สุดของบริษัทเกิดขึ้นในปี เบียร์กระป๋องที่รวดเร็วที่สุดในโรงงาน ซึ่งมีอัตราอยู่ที่ 90,000 กระป๋อง
พ.ศ. 2532 ซึ่งเป็นปีที่ Faxe ควบรวมกิจการเข้ากับ Jyske Bryggerie และ ต่อชั่วโมง จากบรรดาไลน์บรรจุทั้งหมด 4 ไลน์ เพื่อผลิตเบียร์ส�าหรับส่งออก
Royal Unibrew จนได้กลายเป็นกลุ่มบริษัทเครื่องดื่มและโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุด ไปต่างประเทศเท่านั้น
เป็นอันดับสองของเดนมาร์กในปัจจุบัน ในประเทศเยอรมนี เบียร์ Faxe ที่เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตากันมากที่สุดคือ
ต่อมาในปี พ.ศ. 2560 เป็นปีที่บริษัทประสบความส�าเร็จมากที่สุด แบบกระป๋อง 1 ลิตรซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม “The Great Dane ส่วนใหญ่
ถ้าพิจารณาจากก�าลังการผลิตของ Faxe Brewery เพียงเจ้าเดียว บริษัท หาซื้อได้ตามร้านที่พักริมทางมอเตอร์เวย์และตามเชนซูเปอร์มาร์เก็ต
สามารถผลิตเบียร์ได้ถึง 2.3 ล้านเฮกโตลิตร และผลิตเครื่องดื่มไร้แอลกอล์ฮอล์ ความต้องการของผลิตภัณฑ์ตัวนี้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในช่วงสองปีที่ผ่านมา
เครื่องดื่มที่ท�าจากมอลต์ และไซเดอร์ได้ถึง 1.6 ล้านเฮกโตลิตร ตัวเลขเหล่านี้ เบียร์กระป๋องชนิดนี้ผลิตขึ้นโดยใช้ไลน์การผลิตของโรงงานเอง ซึ่งมีอัตรา
รวมถึงสินค้าที่ถูกผลิตภายใต้ใบอนุญาตของเบียร์ Heineken และเครื่องดื่ม การบรรจุเบียร์ได้ 22,000 กระป๋องต่อชั่วโมง
ไร้แอลกอล์ฮอล์ Pepsi-Cola ด้วย ประเทศที่น�าเข้าเบียร์ของ Royal Unibrew ที่ส�าคัญที่สุดคืออิตาลีซึ่งเป็น
ตลาดที่เบียร์เอลยี่ห้อ Ceres Strong Ale เป็นที่นิยมมาก ในบางช่วงของปี
เน้นส่งออก อาจมีรถขนส่งเบียร์ถึง 5 – 10 คันออกจากโรงงานในแต่ละวันเพื่อน�าสินค้า
Faxe ผลิตเวิร์ท (Wort) หรือของเหลวส�าหรับท�าเบียร์ได้มากถึง 23 ชนิด ไปส่งที่ประเทศอิตาลีเพียงแห่งเดียว เรียกได้ว่าการสร้างโรงกลั่นและผลิต
และมีสัดส่วนการส่งออกสูงมากโดยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 70 ดังนั้น Royal ไว้ที่อิตาลีก็อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า “แต่ประเด็นส�าคัญคือผู้บริโภคชาว
Unibrew ซึ่งขายเบียร์ให้กับ 75 ประเทศทั่วโลกจึงถือเป็นผู้ส่งออกเบียร์ที่ใหญ่ อิตาเลียนต้องการซื้อเบียร์น�าเข้าจากเดนมาร์กซึ่งถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม”
ที่สุดของเดนมาร์ก นาย Keld Norup Lauridsen หัวหน้าฝ่ายการผลิตและคลังสินค้ากล่าว
“แต่เนื่องจากเรามีการปรับปรุงพัฒนาศักยภาพในการผลิตและปฏิบัติงาน
อย่างต่อเนื่อง เราจึงยังคงสามารถแข่งขันกับเจ้าอื่นๆ ในตลาดโลกได้”
34 FOOD FOCUS THAILAND APR 2019
34-36_Special Focus_Krones.indd 34 19/3/2562 BE 17:07