Skip to main content
T_BENEO0326
T_SAMYANG0126
T_GNT0126
T_OHAUS
T_Interpack26
T_VEGA
T_PETFOOD

What's In

The Road Ahead for Sugar Industry:<br>Technology Integration to Unlock Sugar Derivatives Production
What's In

The Road Ahead for Sugar Industry:<br>Technology Integration to Unlock Sugar Derivatives Production

ก้าวต่อไปของอุตสาหกรรมน้ำตาล ด้วยการผสานเทคโนโลยีเพื่อสร้างทางเลือกในการผลิตสารให้ความหวาน By: Siwatch Chomchai Commercial Developer ICHITA THAILAND thanapornwong@ichitathailand.com ความท้าทายของโรงงานน้ำตาลหรือโรงงานผลิตน้ำเชื่อมจากแป้ง คือ การพัฒนากระบวนการผลิตเพื่อสร้างวัตถุดิบใหม่ๆ สู่ท้องตลาด ให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสนใจกับการใช้สารให้ความหวานเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งอุตสาหกรรมการผลิตอาหารและเครื่องดื่มมีความต้องการส่วนผสมที่เป็น Functional sugar มากขึ้น ซึ่งนอกเหนือจากคุณสมบัติพื้นฐานที่ให้ความหวานใกล้เคียงกับน้ำตาลแล้ว ยังมีแคลอรีน้อยลงหรือไม่ให้แคลอรีเลย และได้รับการยอมรับว่าปลอดภัย (GRAS) เหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยใช้วัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติ ช่วยป้องกันฟันผุ มีเส้นใยอาหาร หรือมีคุณสมบัติเป็นพรีไบโอติกส์ที่ช่วยส่งเสริมระบบขับถ่ายและระบบภูมิคุ้มกัน ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้เกิดการคิดค้นสารให้ความหวานใหม่ๆ เพื่อทดแทนน้ำตาล ได้แก่ กลุ่มน้ำตาลไฟเบอร์ กลุ่มน้ำตาลแอลกอฮอล์ และกลุ่มน้ำตาลหายาก โดยกระบวนการผลิตสารให้ความหวานเหล่านี้จะใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อเปลี่ยนโครงสร้างของแป้งหรือน้ำตาลพื้นฐานให้เป็นสารให้ความหวาน และใช้กระบวนการทางวิศวกรรมเพื่อสร้างความบริสุทธิ์ของสารให้ความหวานนั้น เทคโนโลยีชีวภาพในการเปลี่ยนโครงสร้างทางโมเลกุลของแป้งหรือน้ำตาล อาศัยกลไกที่เกิดขึ้นในธรรมชาติของเอนไซม์ที่มีความจำเพาะต่อการเปลี่ยนแปลงโมเลกุลน้ำตาล เพื่อผลิตสารให้ความหวานที่ต้องการได้ อย่างไรก็ตาม กระบวนการทางชีวภาพมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลหรือแป้งให้กลายเป็นสารให้ความหวานที่บริสุทธิ์ได้ จึงต้องมีขั้นตอนลำดับต่อไปในการได้มาซึ่งวัตถุดิบที่มีความบริสุทธิ์ The current challenge in the sugar and sweeteners from the starch industry is [&hellip;]

Application of Starch and Modified Starch in Food Products
What's In

Application of Starch and Modified Starch in Food Products

การประยุกต์ใช้แป้งและแป้งดัดแปรในผลิตภัณฑ์อาหาร By: Assist. Prof. Kannika Kunyanee, Ph.D. Researcher School of Food Industry King Mongkut&#8217;s Institute of Technology Ladkrabang kannika.ku@kmitl.ac.th แป้งเป็นคาร์โบไฮเดรตประเภทพอลิแซ็กคาไรด์ ประกอบด้วยหน่วยกลูโคสจำนวนหลายโมเลกุลมาต่อกันด้วยพันธะไกลโคซิดิก (Glycosidic bonding) ประกอบด้วย อะไมโลส (Amylose) และอะไมโลเพกติน(Amylopectin) เป็นส่วนประกอบหลักในโมเลกุลของแป้ง ส่วนใหญ่แล้วหน้าที่ของแป้งเป็นแหล่งให้พลังงานที่สำคัญสำหรับมนุษย์ พบได้ในพืช อาหารประเภทเมล็ด และพืชหัว ได้แก่ ข้าว ข้าวสาลี มันฝรั่งและข้าวโพด เป็นต้น นอกจากนี้ยังนำมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอาหารได้อย่างกว้างขวางอีกด้วย เช่น ใช้เป็นสารให้ความข้นหนืด (Thickening agent) สารให้ความคงตัว (Stabilizer) สารที่ทำให้เกิดเจล (Gel-forming agent) และสารที่ทำหน้าที่เชื่อมส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ (Binding agent) แต่อย่างไรก็ตาม แป้งจากธรรมชาติยังมีข้อจำกัดในอุตสาหกรรมอาหาร เช่น มีลักษณะความข้นหนืดที่ไม่คงตัว ลักษณะเจลที่ไม่พึงประสงค์ภายหลังจากการเย็นตัวลง [&hellip;]

CIP in Industrial 4.0: The Efficient for Food Safety that Never Stop
What's In

CIP in Industrial 4.0: The Efficient for Food Safety that Never Stop

By: Florife Yasa Innovation Deployment Manager Ecolab Food &amp; Beverage Southeast Asia Florife.Yasa@ecolab.com ในปี พ.ศ. 2500 นับเป็นปีแรกที่เราได้รู้จักกับกระบวนการทำความสะอาดโดยไม่ต้องถอดชิ้นส่วนของอุปกรณ์ (Cleaning in Place; CIP) โดยการพัฒนา ปรับปรุงและการออกแบบระบบต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอันได้แก่ ความสม่ำเสมอและการส่งมอบตามเวลาเพื่อให้เหนือกว่าเป้าหมายในการดำเนินงานและคุณภาพในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม จากความก้าวหน้าของโปรแกรมและระบบเครือข่ายจะช่วยยกระดับของระบบอัตโนมัติให้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างกระบวนการ การตรวจสอบ การทวนสอบ และการยืนยันผล ดร. เฮอร์เบิร์ต ซินเนอร์ เป็นหนึ่งในผู้ที่ทุ่มเทกับการพัฒนาระบบ CIP และเคยเป็นนักเคมีในบริษัทสารเคมีชื่อดังแห่งหนึ่ง ในปี พ.ศ. 2502 ได้คิดค้นวงกลมที่มีค่าตัวแปรเกี่ยวกับการทำความสะอาด เรียกว่า “Sinner&#8217;s Circle” หรือ แนวคิด 4Ts ประกอบด้วย &#8211; การไหล: แรงกระทำทางกลศาสตร์ (การไหลแบบปั่นป่วน) &#8211; อุณหภูมิ: อุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่ดีที่สุด &#8211; ความเข้มข้น: [&hellip;]

Sugar Quality Control Technology to Increase Profits for Beverage Industry
What's In

Sugar Quality Control Technology to Increase Profits for Beverage Industry

เทคโนโลยีในการควบคุมคุณภาพน้ำตาลเพื่อช่วยเพิ่มผลกำไรให้กับผู้ผลิตในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม By: Napassorn Kunjaenark Coordinate Engineer Ichita Thailand thanapornwong@ichitathailand.com “น้ำตาล” เป็นหนึ่งในวัตถุดิบหลักสำหรับใช้เสริมรสชาติหวานในเครื่องดื่ม โดยกระบวนการที่จะใช้น้ำตาลจำเป็นต้องผ่านกระบวนการละลายให้ได้น้ำเชื่อมเข้มข้น ก่อนนำไปผ่านกระบวนการกรองเพื่อขจัดสิ่งปนเปื้อนที่มากับน้ำตาล และนำไปผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนสุดท้าย เพื่อนำไปรวมกับองค์ประกอบอื่นๆ จนได้ผลิตภัณฑ์ที่พร้อมกระจายออกสู่ตลาด โดยในกระบวนการควบคุมการผลิตเครื่องดื่มให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาตรฐานและรสชาติคงที่ จำเป็นต้องให้ความสำคัญในทุกกระบวนการผลิต ตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบไปจนถึงขั้นตอนการผสมจนได้เป็นผลิตภัณฑ์ สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มจำเป็นต้องใช้น้ำตาลรีไฟน์ค่าสีต่ำ (มีค่าสีน้อยกว่า 45 ICUMSA) เพื่อไม่ให้กระทบต่อรสชาติและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานของผู้ประกอบการ โดยราคาของน้ำตาลจะแปรผันตามชนิดและคุณภาพของน้ำตาลตามลำดับ คือ น้ำตาลรีไฟน์จะมีราคาสูงกว่าน้ำตาลทรายขาว และน้ำตาลทรายดิบจะมีราคาต่ำที่สุด (โดยเปรียบเทียบราคาจากค่าสีและคุณภาพของน้ำตาล) แต่ด้วยความจำเป็นด้านคุณภาพทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องใช้น้ำตาลรีไฟน์ซึ่งมีราคาสูงกว่าน้ำตาลประเภทอื่น “Sugar” is a key component in the process of sweetening food and beverage. To obtain liquid sugar ready to use in the process, the sugar [&hellip;]

Safety and Regulations for Food Contact Materials
What's In

Safety and Regulations for Food Contact Materials

ความปลอดภัยและกฎระเบียบสำหรับวัสดุสัมผัสอาหาร By: Yuttapoom Sampantarak                                        Kittiwai RattanasinchaiScientist (Professional Level)                                        Consultant for Quality SystemDivision of Food and Food Contact [&hellip;]

สู่อีกขั้นของการผลิตเพื่อความสมบูรณ์แบบกับ “ระบบอัตโนมัติ” เพื่ออุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่เต็มประสิทธิภาพ
What's In

สู่อีกขั้นของการผลิตเพื่อความสมบูรณ์แบบกับ “ระบบอัตโนมัติ” เพื่ออุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่เต็มประสิทธิภาพ

หัวใจสำคัญในการจัดการกับความท้าทายโดยอาศัยประโยชน์จาก “ระบบอัตโนมัติ” จะช่วยลดความเสี่ยงในกระบวนการผลิตให้เหลือน้อยที่สุด MT Food Systems จึงมุ่งเน้นนำเสนอเทคโนโลยีขั้นสูง และโซลูชันระบบอัตโนมัติ เพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในโรงงานแปรรูปอาหาร อีกทั้งยังมีความเชี่ยวชาญในด้านการจัดหาเครื่องจักรสำหรับขั้นตอนการเตรียมเนื้อสัตว์ การตัด หั่น คัดเกรด การผลิต และบรรจุหีบห่อ ในกลุ่มเนื้อสัตว์ สัตว์ปีก อาหารทะเล ทั้งสดและแปรรูป รวมไปถึงอาหารพร้อมรับประทาน และอาหารเหลว เช่น ซอส มายองเนส อีกด้วย ให้ระบบอัตโนมัติจาก MT Food System เป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มประสิทธิผลของการทำงานของคุณ รวมถึงยกระดับความปลอดภัย สุขอนามัย และมาตรฐานการผลิตให้สูงขึ้นเพื่อตอบรับความต้องการของผู้ประกอบการและผู้บริโภค MT Food System จึงเป็นคำตอบของทุกอุคสาหกรรมที่ต้องการก้าวสู่จุดที่ดีกว่า รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชันระบบอัตโนมัติ chej@mtfs.co.th หรือคลิกที่ลิงก์ด้านบน

Recently Updated Criteria Enabling “Meat Products” to Display the “Healthier Choice” Logo
What's In

Recently Updated Criteria Enabling “Meat Products” to Display the “Healthier Choice” Logo

ใหม่ล่าสุด เพิ่มเกณฑ์กลุ่ม “ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์” สามารถรับรองสัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ” (Healthier Choice) By: Assoc. Prof. Wantanee Kriengsinyos, Ph.D.Certification Body for Usage of Healthier Choice LogoInsititute of Nutrition, Mahidol UniversityInfo.thaihealthier@gmail.com สังคมปัจจุบันผู้บริโภคมีการบริโภคผลิตภัณฑ์อาหารที่ผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรมมากขึ้น ฉลากบนบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์อาหารจึงกลายเป็นเครื่องมือในการสื่อสารและให้ความรู้กับผู้บริโภคที่มีความสำคัญมาก โดยสัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ” (Healthier Choice) เป็นเครื่องหมายที่แสดงว่าผลิตภัณฑ์นั้นได้ “ผ่านเกณฑ์การพิจารณา” แล้วว่า มีปริมาณน้ำตาล ไขมัน และโซเดียม ในปริมาณที่เหมาะสมตามกลุ่มอาหารเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์กลุ่มเดียวกัน และอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เพื่อเป็นทางเลือกที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกซื้ออาหาร และช่วยเป็นส่วนหนึ่งของการมีภาวะโภชนาการที่เหมาะสม ปัจจุบันมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่สามารถขอรับรองสัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ” (Healthier Choice) จำนวน 14 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ซึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ล่าสุดที่สามารถขอรับรองฉลากนี้ได้ คือ “กลุ่มผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์” โดยกำหนดปริมาณโซเดียม น้ำตาล ไขมัน ไม่ให้เกินตามเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งนี้สัญลักษณ์ [&hellip;]

Cleaning-in-Place Systems in the Food and Beverage Industry and How They Work
What's In

Cleaning-in-Place Systems in the Food and Beverage Industry and How They Work

ระบบการทำความสะอาดแบบไม่ต้องถอดชิ้นส่วนในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม Translated and Compiled By: Editorial Team Food Focus Thailand Magazine editor@foodfocusthailand.com ผู้บริโภคในปัจจุบันคาดหวังว่าผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มจะต้องมีความปลอดภัยและมีคุณภาพสูง ดังนั้น สุขอนามัยและความสะอาดในระหว่างขั้นตอนการผลิตจึงเป็นสิ่งสำคัญ โชคดีที่ในยุคนี้มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าให้เลือกใช้มากมาย หนึ่งในนั้นคือเทคโนโลยีการทำความสะอาดแบบไม่ต้องถอดชิ้นส่วน (Cleaning In Place; CIP) ซึ่งสามารถทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคบนพื้นผิวภายในเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตได้ โดยที่ไม่ต้องถอดแยกชิ้นส่วนของเครื่องออกจากกัน โดยทั่วไปแล้ว วิธีนี้เป็นกระบวนการทำความสะอาดที่ใช้ทั้งสารเคมี การสั่นสะเทือน พลังงาน และความร้อนผสมผสานกันเพื่อชะล้างเศษซากของสิ่งสกปรกตกค้างและเชื้อโรคออกจากพื้นผิว ในช่วงหลายปีมานี้ มีการพัฒนาเทคโนโลยี CIP ที่ล้ำสมัยออกมามากมาย โดยทั้งหมดมีวัตถุประสงค์หลักเหมือนกัน คือ ต้องการหลีกเลี่ยงความผิดพลาดของมนุษย์ที่อาจจะมีข้อบกพร่องหรือตกหล่น แล้วหันมาพึ่งพาระบบคอมพิวเตอร์ที่ทำงานตามชุดคำสั่งและมีการวัดผลอย่างสม่ำเสมอแทน เทคโนโลยี CIP แบบอัตโนมัติบางรุ่นมีขนาดค่อนข้างกะทัดรัด สามารถเคลื่อนย้ายได้ทั่วพื้นที่โรงงานตามความจำเป็นในการใช้งาน อีกทั้งยังมีการติดตั้งเซ็นเซอร์และซอฟต์แวร์ เพื่อตรวจสอบและควบคุมกระบวนการทำความสะอาดให้เป็นไปอย่างสม่ำเสมอและมีความคุ้มค่า รวมถึงช่วยลดความจำเป็นในการใช้คนควบคุมเครื่องได้ด้วย และสำหรับระบบการทำความสะอาดแบบไม่ต้องถอดชิ้นส่วนนั้น ไม่ว่าเครื่องจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ก็มักจะมีส่วนประกอบพื้นฐานเหมือนกัน เพียงแต่วิธีใช้งานและการตั้งค่าเครื่องจะถูกปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานที่ปฏิบัติงานและความต้องการเฉพาะ ตัวอย่างต่อไปนี้แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี CIP ที่เป็นนวัตกรรมทั้งสามแบบ มีประโยชน์และรูปแบบในการใช้งานที่แตกต่างกัน In today&#8217;s world, consumers expect [&hellip;]

New Trend of Beverage Products
What's In

New Trend of Beverage Products

จับกระแส..นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม By: Assist. Prof. Sasitorn Tongchitpakdee, Ph.D. Director of the Graduate Diploma Program in Beverage Technology and Management (Special Program) Department of Food Science and Technology Faculty of Agro-industry, Kasetsart University sasitorn.ch@ku.th หนทางสู่การตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค: “นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม” ตลาดเครื่องดื่มมีการเติบโตอย่างมาก อีกทั้งยังมีการแข่งขันสูง ผู้ผลิตจึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ที่ต้องการผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่มีความคุ้มค่า มีผลดีต่อสุขภาพ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงมีการพัฒนาส่วนประกอบ บรรจุภัณฑ์ หรือเทคโนโลยีใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยรังสรรค์เป็น “นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม” ที่: ดีต่อสุขภาพจิต (Good for Mental Health); มักจะมีส่วนประกอบที่มีฤทธิ์ที่ช่วยให้ผ่อนคลาย ทำให้นอนหลับง่าย สารสกัดจากสมุนไพรที่ช่วยปรับสมดุล [&hellip;]

A New Dimension of Food Texture and Stability with Specialty Waxy Tapioca Starch
What's In

A New Dimension of Food Texture and Stability with Specialty Waxy Tapioca Starch

เปิดมิติใหม่แห่งเนื้อสัมผัสและความคงตัวของอาหารด้วยสตาร์ชมันสําปะหลังสายพันธุ์เหนียว Cherdsak Khamana Board of Director of Thai Agro-Industry Association khun_cherdsak@hotmail.com อาหารแทบทุกชนิดที่ผลิตในระดับอุตสาหกรรมล้วนผ่านกระบวนการให้ความร้อนหรือความเย็น เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา รวมถึงผ่านกระบวนการผสมด้วยแรงเสียดทานสูง เพื่อทำให้เกิดความคงตัวของระบบอิมัลชัน ซึ่งกระบวนการผลิตเหล่านี้ส่งผลให้เนื้อสัมผัสเดิมของอาหารเปลี่ยนแปลง หรือถูกทำลายไปบางส่วนหรือทั้งหมด เช่น การแยกชั้นน้ำ (Syneresis) ในอาหารรีทอร์ต หรืออาหารไขมันต่ำ ที่จำเป็นต้องเติมสารชนิดอื่นที่ให้พลังงานต่ำกว่าไขมันปกติ เพื่อทำให้ได้เนื้อสัมผัสเสมือนกับผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม และชดเชยความเป็นครีมมันที่หายไป สารเหล่านี้ได้แก่ ไฮโดรคอลลอยด์ มอลโทเดกซ์ทรินที่มีค่า DE ต่ำ หรือสตาร์ชดัดแปร การประยุกต์ใช้สตาร์ชมันสําปะหลังสายพันธุ์เหนียวดัดแปรในผลิตภัณฑ์อาหาร 1. สลัดครีมไขมันต่ำ การใช้สตาร์ชดัดแปรสามารถให้เนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงกับอาหารสูตรไขมันเต็ม โดยอาจจะต้องเสริมด้วยสารทดแทนไขมันบางชนิด เพื่อสร้างความรู้สึกมันในปากร่วมกับสตาร์ชที่ให้เนื้อสัมผัสเป็นหลัก แต่การใช้สตาร์ชมันสําปะหลังสายพันธุ์เหนียวดัดแปร เพียงอย่างเดียวสามารถปรับปรุงทั้ง เนื้อสัมผัสและความเป็นครีมมันไปพร้อมกัน จึงสามารถลดน้ำมันลงได้มากกว่าร้อยละ 50-90 โดยยังคงคุณภาพทางประสาทสัมผัสที่ยอมรับได้ 2. โยเกิร์ตไขมันต่ำ โยเกิร์ตเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์นมที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั่วโลก โดยเฉพาะโยเกิร์ตชนิดคน (Stirred Yoghurt) ทั้งแบบไขมันเต็ม ไขมันต่ำ และปราศจากไขมัน ในกรณีของโยเกิร์ตไขมันต่ำ หรือปราศจากไขมัน สตาร์ชดัดแปรทั่วไปอาจจะไม่สามารถชดเชยความเป็นครีมมันได้ [&hellip;]

pH Measurement of Sauces with Smart Sensor Technology
What's In

pH Measurement of Sauces with Smart Sensor Technology

By: บริษัท เมทเล่อร์-โทเลโด (ประเทศไทย) จำกัด Mettler-Toledo (Thailand) Limited MT-TH.CustomerSupport@mt.com ค่า pH ที่ถูกต้องเพื่อรสชาติที่ใช่ ซอสเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในอาหารหลายประเภท ทั้งช่วยเพิ่มความอร่อย พร้อมเพิ่มความชุ่มฉ่ำและสีสันให้กับผลิตภัณฑ์อาหาร โดยทั่วไปแล้ว มีการนำกรดอาหารในธรรมชาติหลายๆ ชนิดมาใช้ในการเตรียมซอสเพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์และความปลอดภัยอาหาร กรดอาหารมีบทบาทอยู่ 2 อย่าง คือ ทำให้รสชาติคงที่และให้กลิ่นรสต่างๆ แก่อาหาร โดยอาหารปรับกรดต้องมีค่า pH อยู่ที่ 4.6 หรือต่ำกว่า ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ซอสจึงจำเป็นต้องมีการวัดค่า pH เพื่อตรวจสอบคุณภาพของสินค้าซึ่งอาจคลาดเคลื่อนได้ จากความหนืดและมีโครงสร้างแบบกึ่งของแข็ง รวมทั้งส่วนผสมที่เป็นไขมันและโปรตีน ทางออกของปัญหานี้ คือ การเลือกใช้เทคโนโลยีที่ดีและทันสมัยที่จะช่วยให้การวิเคราะห์ค่า pH เป็นไปอย่างแม่นยำและลดโอกาสผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น เซนเซอร์เฉพาะทางสำหรับการตรวจวัดค่า pH ของตัวอย่างซอสที่มีความข้น เป็นเนื้อครีม และผสมเป็นเนื้อเดียวกัน มีหัววัดอุณหภูมิและเทคโนโลยีการจัดการหัววัดแบบอัจฉริยะ (ISM) สำหรับซอสเนื้อผสมที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก (ปราศจากน้ำมัน/ไขมัน) แต่ไหลได้อย่างอิสระ เช่น น้ำสลัดชนิดใสและซอสถั่วเหลือง ต้องเลือกเซนเซอร์แบบจำเพาะที่มีหัวต่อแบบปลอกสวมแก้วชนิดขยับไม่ได้ที่จะช่วยรับรองว่าอิเล็กโทรไลต์จะไหลออกได้สม่ำเสมอ Correct [&hellip;]

Innovative Beverage Ideas Followed Global Consumer Trends
What's In

Innovative Beverage Ideas Followed Global Consumer Trends

จุดประกายไอเดียนวัตกรรมเครื่องดื่มตามเทรนด์ผู้บริโภคทั่วโลก  Translated and Compiled By: Rawiporn Polpued Food Focus Thailand Magazine editor@foodfocusthailand.com จุดขายของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในปี พ.ศ. 2566 นี้ให้ความสำคัญกับผู้บริโภคเป็นหลัก โดยมุ่งเน้นไปยังเครื่องดื่มสำเร็จรูปพร้อมบริโภคที่ให้ความสะดวกสบาย และการคัดสรรส่วนผสมเชิงฟังก์ชันที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย รวมถึงการนำแนวคิดด้านความยั่งยืนมาปรับใช้ในกระบวนการผลิตมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้วัตถุดิบให้คุ้มค่าที่สุด การปรับเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ที่ง่ายต่อการรีไซเคิล และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี พ.ศ. 2593 ตามเป้าหมายของทั่วโลก โดยผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มตามเทรนด์ปัจจุบันสามารถแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ เครื่องดื่มจากผักผลไม้เพื่อเพิ่มความสดชื่น กาแฟและส่วนผสมทางเลือกตามแนวคิดรักษ์โลกพร้อมกับการดูแลสุขภาพ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากวัตถุดิบเฉพาะเพื่อสร้างความแตกต่าง 1. เครื่องดื่มผักผลไม้เพื่อเพิ่มความสดชื่น &#8211; น้ำผลไม้และสมูทตี้ ประกอบด้วยผักและผลไม้ คิดเป็น 3 ใน 4 ส่วนของปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน ผลิตจากน้ำแคร์รอตสูตรเฉพาะผสมกับสารสกัดจากเมล็ดกาแฟสดที่ไม่ผ่านการคั่วและแอล-ธีอะนีน เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับพลังงานอย่างสมดุล 2. กาแฟและส่วนผสมทางเลือกตามแนวคิดรักษ์โลกพร้อมกับการดูแลสุขภาพ &#8211; ครีมเทียมจากเห็ด 4 ชนิด อุดมไปด้วยสารอาหารมากที่สุด ได้แก่ เห็ดชากา [&hellip;]