Skip to main content
T_OHAUS
T_GNT0126
T_VEGA
T_SAMYANG0126
T_BENEO0326
T_MTF0426

What's In

Reducing the 8 Wastes in Organizations to Enhance Value with the ‘Lean Approach’
What's In

Reducing the 8 Wastes in Organizations to Enhance Value with the ‘Lean Approach’

ลดความสูญเปล่าในองค์กรทั้ง 8 ประการสู่การเพิ่มคุณค่าด้วย ‘วิถีแบบลีน’ ความสูญเสียทั้ง 8 ประการ: ลดได้ ย่อมลีนได้ กิจกรรมใดที่ไม่นำไปสู่การสร้างคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ นับว่าเป็นความสูญเสียตามแนวคิดของการผลิตแบบลีน ซึ่งมีการขยายความไว้เป็น 8 รายการ ด้วยคำย่อว่า ‘DOWNTIME’ อันได้แก่ 1.Defects (ของเสียหรือข้อบกพร่อง) การผลิตที่เกิดความผิดพลาดและไม่ได้มาตรฐานมักนำไปสู่การแก้ไข (Rework) หรือการทำซ้ำ (Reprocess) ซึ่งก่อให้เกิดสินค้าเกรด B หรือต้องทำลายทิ้ง ทำให้ต้องเสียเวลาในการทำงานและเกิดต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น โดยปัญหานี้มักพบได้จากกระบวนการผลิตโดยตรงหรือพบได้ที่ตัวผลิตภัณฑ์ เช่น มีรสชาติหรือส่วนผสมที่ไม่สม่ำเสมอ มีการปนเปื้อนในกระบวนการผลิต รวมถึงการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งมีโอกาสที่จะทำให้บรรจุภัณฑ์เกิดการเสียรูปและอาหารเน่าเสียตามมา นอกจากนี้ ข้อบกพร่องดังกล่าวอาจไม่ได้หมายถึงสินค้าที่จับต้องได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงข้อบกพร่องหรือสิ่งที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรกด้วย เช่น รายงานที่มีข้อมูลไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้อง การเก็บข้อมูลที่คลาดเคลื่อน และการสื่อสารที่ผิดพลาด เป็นต้น 2.Overproduction (การผลิตที่เกินความต้องการ) การผลิตสินค้าที่ลูกค้าไม่ต้องการหรือมีจำนวนเกินกว่าที่ลูกค้าต้องการ อาจก่อให้เกิดสินค้าที่หมดอายุและมีจำนวนสินค้าคงคลังเกินความจำเป็น 3.Waiting (การรอคอย) ปัญหาของการรอคอย คือ การขาดทรัพยากรหรือขาดการสื่อสารข้อมูล รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจาก ‘รอยต่อ’ ของกระบวนการที่ไม่เชื่อมโยงประสานกัน มีขั้นตอนที่เกิดขึ้นทั้งช้าและเร็วในกระบวนการผลิต รวมถึงกระบวนการที่จะต้องรอคอยจนเป็น […]

National Food Institute and Role in Empowering Thai Entrepreneurs for the Global Stage
What's In

National Food Institute and Role in Empowering Thai Entrepreneurs for the Global Stage

‘สถาบันอาหาร’ กับการเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการไทยสู่เวทีระดับโลก             จากระยะเวลาการดำเนินงานของ ‘สถาบันอาหาร’ ภายใต้อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิมาเกือบ 30 ปี กับพันธกิจสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงเป็นสื่อกลางในการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ปัจจุบันสถาบันอาหารอยู่ภายใต้การบริหารงานของ ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กับบทบาทในการพัฒนามาตรฐานด้านการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์อาหารผ่านการให้บริการด้านต่างๆ อย่างครบวงจร             ปัจจุบันสถาบันอาหารได้ขยายบทบาทในการสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ประกอบการในธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMEs) ซึ่งมีสัดส่วนถึงร้อยละ 95 ของผู้ประกอบการอาหารทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นบทบาทของการวิจัยและพัฒนา การให้บริการทดสอบ รวมถึงการฝึกอบรมบุคลากรในอุตสาหกรรมอาหาร โดยบทบาทของสถาบันอาหารในด้านของการให้บริการงานวิจัยและพัฒนา คือ การรับทำหน้าที่ในการเป็น ‘นวัตกร’ เพื่อช่วยผู้ประกอบการในการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมอาหาร ตั้งแต่การแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร การแปรรูปผลิตภัณฑ์ขั้นต้น จนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน อีกทั้งยังมีการให้บริการทดสอบในห้องปฏิบัติการ การทดลองผลิตในโรงงานต้นแบบ เพื่อการทดสอบผลิตภัณฑ์ก่อนออกสู่ตลาด ยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทย ก้าวสู่ ‘ครัวของโลก’             ในปี พ.ศ. 2568 สถาบันอาหารได้รับมอบหมายจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมให้บริหารโครงการ Soft Power ตามนโยบายของภาครัฐ ภายใต้คลัสเตอร์ “OFOS – หนึ่งครอบครัว หนึ่ง Soft […]

VEGA: ผู้นำด้านเทคโนโลยีการวัดระดับและความดันสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตแบบอัตโนมัติ
What's In

VEGA: ผู้นำด้านเทคโนโลยีการวัดระดับและความดันสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตแบบอัตโนมัติ

VEGA ได้สะสมประสบการณ์กว่า 60 ปีในการพัฒนาเทคโนโลยีการวัดที่มีคุณภาพสูงและมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับระบบการทำงานแบบอัตโนมัติ โดยเฉพาะในด้านการวัดระดับและความดัน ด้วยเทคโนโลยีเซนเซอร์ที่ทันสมัยในสภาวะการทำงานที่ท้าทาย พร้อมมอบโซลูชันที่ตอบโจทย์ในทุกความต้องการสำหรับการควบคุมและการตรวจสอบกระบวนการในอุตสาหกรรมการผลิต เทคโนโลยีเซนเซอร์ของ VEGA ช่วยให้การติดตั้งและใช้งานเป็นไปได้อย่างง่ายดาย ด้วยการตั้งค่าและการเชื่อมต่อที่ยืดหยุ่นผ่าน IO-Link ซึ่งช่วยลดการจัดการสต็อกสินค้าที่ซับซ้อน และสามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่รองรับ IO-Link ได้อย่างเต็มที่ พร้อมกับการแสดงสถานะการทำงานผ่านหน้าจอ 360° เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ VEGA ยังมีผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรมที่ต้องการความสะอาดสูง โดยเฉพาะเซนเซอร์ VEGARPULS 42 ที่ออกแบบมาเพื่อการวัดระดับในถังหรือภาชนะที่มีความสูงได้ถึง 15 เมตร และรองรับการเปลี่ยนแปลงระดับที่รวดเร็วได้อย่างแม่นยำ ด้วยเทคโนโลยีการวัดระดับด้วยคลื่นเรดาร์ที่ได้รับการพัฒนามากว่า 30 ปี ซึ่งทำให้เซนเซอร์นี้มีประสิทธิภาพสูงในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน โดย VEGAPULS 42 ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการทำงานสำหรับระบบอัตโนมัติในโรงงาน โดยเทคโนโลยีเรดาร์นี้ช่วยให้การวัดระดับเป็นไปอย่างต่อเนื่องและแม่นยำ โดยไม่ขึ้นกับสภาพแวดล้อมการทำงานหรือเงื่อนไขของกระบวนการ ซึ่งแตกต่างจากเซนเซอร์อัลตราโซนิกที่อาจได้รับผลกระทบจากสภาพแวดล้อมหรือการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการ หากท่านสนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อ VEGA ตามข้อมูลด้านล่างนี้ ติดต่อ: VEGA Instruments Co., Ltd.โทร: +66 2700 9240อีเมล: […]

Supplier Finder January 2025
What's In

Supplier Finder January 2025

 

See What’s New in the Star Items January 2025
What's In

See What’s New in the Star Items January 2025

พบกับผลิตภัณฑ์ดาวเด่น เช่น เครื่องจักร อุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ส่วนผสมอาหาร และอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Lean Laboratory: Safe and Efficiency Operations Approach
What's In

Lean Laboratory: Safe and Efficiency Operations Approach

ห้องปฏิบัติการแบบลีน: แนวทางปฏิบัติงานที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ความแม่นยำในการวิเคราะห์และความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการเป็นปัจจัยหลักที่ผู้ปฏิบัติงานต้องคำนึงถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการจัดการกับสารเคมีหรือสารออกฤทธิ์สำคัญ นอกจากนี้ ความรวดเร็วในการปฏิบัติงานก็มีความสำคัญเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ แนวคิดแบบลีน ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่นจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการจัดการวัสดุ อุปกรณ์ และขั้นตอนการทำงาน เพื่อปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น โดยจุดเริ่มต้นของการนำแนวคิดแบบลีนมาใช้ คือ การปรับสถานที่ทำงานให้เหมาะสมด้วยการใช้หลักการ 5ส.+1 (5S+1) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทำงาน พัฒนาคุณภาพการวิเคราะห์ รวมถึงเสริมสร้างความปลอดภัย ซึ่งมีหลักการดังนี้ สะสาง (Seiri) หลักการ 5ส. เริ่มจากขั้นตอนการ “สะสาง” ซึ่งเกี่ยวข้องกับการคัดแยกและการจำแนกประเภทสิ่งของทั้งหมดในพื้นที่ทำงานของห้องปฏิบัติการเพื่อระบุว่าสิ่งใดจำเป็นและสิ่งใดไม่จำเป็น เป็นการช่วยกำจัดสิ่งของที่ไม่เป็นระเบียบและไม่ต้องการออกไป คงเหลือไว้เพียงเครื่องมือ อุปกรณ์ ส่วนประกอบ และเครื่องจักรที่จำเป็นต้องใช้ทุกวันเท่านั้น สะดวก (Seiton) ส.ที่ 2 นั้นหมายถึง การจัดระเบียบสิ่งของที่เหลืออยู่ทั้งหมดให้เรียบร้อยเพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานตามขั้นตอนการทำงานและลดเวลาที่จะสูญเปล่าไปกับการเคลื่อนย้ายสิ่งของ นอกจากนี้ การจัดสถานที่ทำงานให้เป็นระเบียบจะช่วยให้ทราบได้อย่างรวดเร็วกรณีที่มีสิ่งของบางอย่างสูญหายได้อีกด้วย 3. สะอาด (Seiso) Seiso แปลว่า “การทำความสะอาดและการตรวจสอบ” หมายถึง การทำความสะอาดพื้นที่ทำงานและอุปกรณ์รวมถึงการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษามาตรฐานที่เหมาะสม สร้างมาตรฐาน (Seiketsu) ในบริบทของ […]

Guidelines for Improving Tea Production and Active Ingredients
What's In

Guidelines for Improving Tea Production and Active Ingredients

แนวทางเพิ่มประสิทธิภาพและสารสำคัญในกระบวนการผลิต ‘ชา’ ชาเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับสองรองจากน้ำเปล่า ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตชาคุณภาพดี ไม่ว่าจะเป็นชาเขียว ชาอู่หลง และชาดำ จากข้อมูลของ Statista ได้รายงานเกี่ยวกับตลาดชาของประเทศไทยว่ามีมูลค่าสูงถึง 1.45 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ และคาดว่าจะเติบโตด้วยอัตราเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ร้อยละ 2.24 ในปี พ.ศ. 2567-2572 จากกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมและพฤติกรรมของผู้บริโภค Research and Markets จึงได้สรุปปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดชาทั่วโลก ดังนี้ ความใส่ใจในเรื่องสุขภาพ (Consumer Awareness Regarding Tea’s Health Benefits) ผู้บริโภคยุคปัจจุบันได้ให้ความสนใจในการดูแลสุขภาพมากขึ้น จึงเห็นได้ว่าประเภทเครื่องดื่มชาที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ความยั่งยืน (Sustainability) นอกเหนือจากการผลิตชาให้มีคุณภาพและรสชาติที่ดีแล้ว ผู้ผลิตและผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ความสะดวกสบาย (Convenience) ท่ามกลางความเร่งรีบของสังคมยุคใหม่ส่งผลให้ผู้บริโภคมองหาผลิตภัณฑ์ชาที่สะดวกต่อการบริโภค ดังนั้น ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชาสำเร็จรูป (Ready to Drink; RTD) ในรูปแบบบรรจุขวดกำลังเติบโตมากขึ้นในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ชาพรีเมียมหรือชาชนิดพิเศษ (Premiumization and Specialty Teas) ขณะที่ผู้บริโภคบางกลุ่มกำลังมองหาชาที่มีคุณภาพสูง พร้อมด้วยคุณลักษณะพิเศษที่มีการบอกเล่าเรื่องราวผ่านผลิตภัณฑ์จะช่วยดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคและเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดีในการดื่มชาได้มากขึ้น […]

Future-Forward of Food Technology: Innovation for Boosting Productivity and Building a Sustainable
What's In

Future-Forward of Food Technology: Innovation for Boosting Productivity and Building a Sustainable

เทคโนโลยีการผลิตอาหารแห่งอนาคต: นวัตกรรมเพื่อเพิ่มผลผลิตและสร้างความยั่งยืน นวัตกรรมการผลิตอาหารในอนาคตกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งเทคโนโลยีและการสร้างความสมดุลระหว่างคุณภาพอาหารและความยั่งยืนในกระบวนการผลิตมากขึ้น เนื่องจากความก้าวหน้าของการแปรรูปอาหารไม่เพียงตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังเป็นการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับจำนวนประชากรโลกที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตอีกด้วย ดังนั้น เทคโนโลยีสำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจึงเป็นสิ่งสำคัญในการลดของเสียและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนช่วยรักษาคุณค่าทางโภชนาการของอาหารและสร้างความปลอดภัยต่อการบริโภค เทคโนโลยีเอนไซม์เพื่อเสริมคุณภาพผลิตภัณฑ์ ตลาดเอนไซม์ทรานส์กลูตามิเนสทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีมูลค่าประมาณ 474.1 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นด้วยอัตราเฉลี่ย (CAGR) ร้อยละ 7.4 ต่อปี ทำให้มูลค่าตลาดอาจสูงถึง 967.5 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี พ.ศ. 2574 การเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวของการใช้งานเอนไซม์ในหลากหลายอุตสาหกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การพิมพ์อาหารสามมิติสู่ผลิตภัณฑ์ทางเลือกใหม่ เทคโนโลยีการพิมพ์อาหารสามมิติก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว สังเกตได้จากบริษัทอาหารทะเลทางเลือกในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ได้ก่อตั้งโรงงานผลิตอาหารด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์อาหารสามมิติที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีกำลังการผลิตถึง 60 ตันต่อเดือน โดยได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์แรก คือ “The Filet” หรือเนื้อปลาแซลมอนจากไมโครโปรตีนของเชื้อรา ความปลอดภัยของเทคโนโลยีลำแสงอิเล็กตรอน เทคโนโลยีลำแสงอิเล็กตรอนเป็นกระบวนการใช้อิเล็กตรอนพลังงานสูงเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาอาหาร โดยไม่ทำให้เกิดความร้อนและปราศจากการใช้สารเคมี หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นกระบวนการพาสเจอไรซ์แบบเย็น (cold pasteurization) โดยลำแสงอิเล็กตรอนพลังงานสูงที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้มาจากวัตถุกัมมันตภาพรังสี แต่เกิดจากอุปกรณ์เฉพาะทางที่เรียกว่า เครื่องเร่งอนุภาคอิเล็กตรอน ซึ่งอิเล็กตรอนพลังงานสูงจะสามารถทะลุผ่านอาหาร จนเกิดการแตกตัวเป็นไอออนและทำลายดีเอ็นเอของจุลินทรีย์ได้ การยับยั้งจุลินทรีย์ด้วยแสงอัลตราไวโอเลต Far-UV เป็นช่วงของแสงอัลตราไวโอเลตที่มีความยาวคลื่น […]

Putting Color Intensity in the Spotlight in Powder Food Applications and Fat-Compounds
What's In

Putting Color Intensity in the Spotlight in Powder Food Applications and Fat-Compounds

เติมเต็มสีสันสดใสให้กับผลิตภัณฑ์อาหารประเภทผงและผลิตภัณฑ์ที่มีไขมันเป็นองค์ประกอบ ขนมหวานที่มีสีสันสดใส ไม่ว่าจะเป็นบิสกิต เค้ก น้ำอัดลม ซอสและเครื่องปรุงรส รวมถึงลูกกวาดของประเทศไทยมักจะใช้สีสังเคราะห์เข้ามาเป็นองค์ประกอบในผลิตภัณฑ์ เช่น สีแดงอัลลูร่า สีเหลืองทาร์ทราซีน สีส้มซันเซ็ต และสีน้ำเงินบริลเลียนท์ ซึ่งช่วยสร้างความสดใสให้กับผลิตภัณฑ์และมักจะมีต้นทุนที่ต่ำ อย่างไรก็ตาม เทรนด์การดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์ที่มี “ฉลากสะอาด” เพิ่มมากขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก ซึ่งหมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากส่วนผสมธรรมชาติที่คุ้นเคย ดังนั้น ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทยที่ต้องการส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังตลาดต่างประเทศ เช่น ยุโรป อเมริกาเหนือ และตะวันออกกลาง จึงจำเป็นต้องพิจารณาหาทางเลือกใหม่ในการทดแทนสีสังเคราะห์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค สีธรรมชาติและสีสังเคราะห์ ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่ต้องการตอบสนองต่อความต้องการนี้จำเป็นต้องหาทางเลือกอื่นเพื่อยังคง ความสดใสให้กับผลิตภัณฑ์ ขณะที่ยังสามารถแสดงข้อมูลบนฉลากได้อย่างชัดเจน (label-friendly) ปัจจุบันสีธรรมชาติที่มีอนุภาคผงละเอียดสามารถที่จะแข่งขันกับสีสังเคราะห์ได้ และบางครั้งยังมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่าในการเติมสีสันให้มีความสดใสสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่อยู่ในรูปแบบผง ผงสีที่มีการบดละเอียดสามารถให้เฉดสีที่มีมิติและเข้มมากขึ้นสำหรับเครื่องดื่มที่อยู่รูปแบบผง เครื่องปรุงรสสำหรับขนมขบเคี้ยว ผงเคลือบสำหรับผลิตภัณฑ์ ท็อปปิ้งและไส้ของขนมอบ รวมถึงลูกอมแบบเม็ดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผงสีที่ละเอียดเหล่านี้มีอายุการเก็บรักษายาวนาน ณ อุณหภูมิห้อง ซึ่งแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติบางชนิด จึงมีความยืดหยุ่นในการนำมาใช้กับกระบวนการผลิต โดยที่ไม่กระทบต่อคุณภาพของสี การลดขนาดอนุภาคสามารถทำได้ด้วยกรรมวิธีการบดที่แตกต่างกัน โดยใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น มันเทศ ขมิ้น บีทรูทแดง แคร์รอตดำ และสาหร่ายสไปรูลิน่า ซึ่งกระบวนการบดจะทำให้ได้อนุภาคที่มีขนาดเล็กกว่าผงที่ไม่ได้ผ่านการบดถึง 5-10 […]

Laboratory Safety Towards Sustainable Development Goals
What's In

Laboratory Safety Towards Sustainable Development Goals

ความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน นวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการอย่างยั่งยืน ในยุคดิจิทัลเทคโนโลยีสีเขียวและนวัตกรรมต่างๆ ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ ซึ่งการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงจากอันตรายต่างๆ แต่ยังช่วยสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ยั่งยืนอีกด้วย ตัวอย่างเช่น ระบบตรวจจับอัจฉริยะ (Smart sensor) โดยใช้เซนเซอร์ตรวจวัดสารเคมีและก๊าซอันตรายที่สามารถวิเคราะห์ระดับความเป็นพิษได้ทันทีและมีการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชันอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ จึงช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถรับรู้และตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที ซึ่งรวมไปถึงระบบระบายอากาศอัจฉริยะที่มีการตรวจวัดคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง การกรองสารพิษและสารระเหยอันตราย รวมถึงการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นอัตโนมัติ (รูปที่ 2) อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลอัจฉริยะ (Personal Protective Equipment; PPE) เป็นอุปกรณ์สวมใส่เพื่อลดการสัมผัสกับอันตรายที่อาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บและการเจ็บป่วยในที่ทำงาน เช่น แว่นตานิรภัยที่มีระบบตรวจจับสารเคมี หน้ากากกรองอากาศปรับระดับการกรองแบบอัตโนมัติ หรือถุงมือพิเศษซึ่งเมื่อตรวจพบการรั่วไหลของสารเคมีจะแสดงผลด้วยการเปลี่ยนสีของถุงมือ เป็นต้น 3. เทคโนโลยีการจัดการของเสียอันตราย ในปัจจุบันมีความก้าวหน้าอย่างมาก เช่น ระบบคัดแยกและบำบัดของเสียอัตโนมัติ โดยใช้หุ่นยนต์ในการคัดแยกประเภทของของเสียอันตราย (รูปที่ 3) ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากการสัมผัสสารพิษ รวมถึงเทคโนโลยีการรีไซเคิลที่สามารถแปรสภาพของเสียอันตรายให้กลายเป็นวัสดุที่ใช้ประโยชน์ได้ แพลตฟอร์มบริหารความเสี่ยง การนำเอาระบบปัญญาประดิษฐ์และระบบวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่เข้ามาใช้ในการคาดการณ์และป้องกันความเสี่ยงเพื่อการวิเคราะห์แนวโน้มอุบัติเหตุและการประเมินความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสามารถคาดการณ์และป้องกันอุบัติเหตุล่วงหน้า พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการปรับปรุงความปลอดภัย เทคโนโลยีสีเขียว (Green technology) หมายถึงเทคโนโลยีและกระบวนการต่างๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อลดผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน เช่น การใช้พลังงานทดแทนในห้องปฏิบัติการ การใช้วัสดุอุปกรณ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแทนการใช้วัสดุแบบเดิม การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การรีไซเคิล และการลดของเสีย เป็นต้น […]

Magnetic Field Processing: A New Alternative for the Food Industry
What's In

Magnetic Field Processing: A New Alternative for the Food Industry

การแปรรูปอาหารด้วยสนามแม่เหล็ก: เทคโนโลยีทางเลือกใหม่ในอุตสาหกรรมอาหาร การแปรรูปอาหารด้วยสนามแม่เหล็ก (Magnetic Field; MF) เป็นกระบวนการที่ใช้สนามแม่เหล็กเพื่อปรับเปลี่ยนหรือปรับปรุงคุณสมบัติของอาหาร เช่น การเพิ่มอายุการเก็บรักษาหรือปรับปรุงคุณภาพอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการนำมาใช้ในรูปแบบของการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ การเร่งกระบวนการแช่แข็ง หรือการปรับปรุงคุณภาพของน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิตอาหาร เป็นต้น ปัจจุบันได้มีเทคโนโลยีสมัยใหม่สำหรับอุตสาหกรรมอาหารถือกำเนิดขึ้นมากมายเพื่อรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound; US) การแปรรูปด้วยความดันสูง (High Pressure Processing; HPP) การใช้คลื่นความถี่วิทยุ (Radio Frequency; RF) และสนามไฟฟ้าสถิตความต่างศักย์สูง (High Voltage Electrostatic Field; HVEF) โดยเทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้าไปยับยั้งการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์และเอนไซม์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงช่วยให้เมล็ดงอกและส่งเสริมการเจริญเติบโตของต้นพืช ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีแต่ละประเภทนั้นต่างก็มีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป จากข้อจำกัดของเทคโนโลยีสมัยใหม่ดังกล่าว จึงก่อให้เกิดการมองหาเทคโนโลยีทางเลือกเพื่อเติมเต็มช่องว่างที่เกิดขึ้น โดยการแปรรูปอาหารด้วยสนามแม่เหล็ก (Magnetic Field; MF) เป็นอีกหนึ่งกระบวนการที่ไม่ใช้ความร้อน เนื่องจากอุณหภูมิของผลิตภัณฑ์ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแม้จะใช้สนามแม่เหล็กที่มีกำลังสูงก็ตาม จากงานวิจัยที่ผ่านมาพบว่า เทคโนโลยีแปรรูปอาหารด้วยสนามแม่เหล็กเป็นวิธีที่สะดวก ปลอดภัย รวมถึงปราศจากสารตกค้างและสารเคมีที่ไม่พึงประสงค์ อีกทั้งยังมีงานวิจัยเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ MF เพื่อยับยั้งการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์ หรือช่วยส่งเสริมกระบวนการหมักด้วยเชื้อจุลินทรีย์ได้ ในขณะเดียวกันก็สามารถกระตุ้นหรือยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ในกระบวนการแช่เย็นและแช่เยือกแข็ง รวมถึงการแช่เย็นแบบ Supercooling […]

Explore the Latest Top 10 Trends in the Food and Beverage Industry for 2025
What's In

Explore the Latest Top 10 Trends in the Food and Beverage Industry for 2025

สำรวจ 10 เทรนด์ล่าสุดในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มปี 2568 By: Innova Market Insights Innova Market Insights ได้คาดการณ์ทิศทางของตลาดอาหารและเครื่องดื่มระดับโลกออกมาเป็น 10 เทรนด์ยอดนิยมสำหรับปี พ.ศ. 2568 ดังนี้ ส่วนผสมอาหาร – การยกระดับมาตรฐานให้เหนือกว่า การสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ผ่านการยกระดับคุณภาพของส่วนผสมกำลังเป็นเทรนด์สำคัญที่ส่งผลต่อการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม เนื่องจากผู้บริโภคต่างต้องการส่วนผสมอาหารที่มีคุณสมบัติที่ดีกว่าเดิม เช่น ประโยชน์เชิงสุขภาพ คุณค่าทางโภชนาการ ความสดใหม่ อายุการเก็บรักษา และส่วนผสมจากธรรมชาติ โดยการใช้ส่วนผสมที่มีคุณภาพสูงขึ้นจะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ในตลาดได้ จากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคล่าสุดพบว่า ระดับคุณภาพของส่วนผสมและผลิตภัณฑ์ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลมากที่สุดในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ซึ่งสังเกตได้อย่างชัดเจนในส่วนผสมประเภทโปรตีน นอกจากผู้บริโภคจะมุ่งเน้นที่ปริมาณโปรตีนแล้ว ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพของโปรตีน การดูดซึมและความสามารถในการนำไปใช้ของร่างกาย จนเกิดการยกระดับมาตรฐานของโปรตีนด้วยการเสริมคุณประโยชน์ต่างๆ เพิ่มเติม ทั้งนี้ ปัจจัยด้านคุณภาพและความคุ้มค่าของผลิตภัณฑ์ต้องมาพร้อมกัน จากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นหลังการระบาดของโรคโควิด-19 ขณะเดียวกันผู้ผลิตสินค้าประเภท Private Label ต่างให้ความสำคัญกับการเพิ่มคุณภาพของผลิตภัณฑ์และส่วนผสมเพื่อเสนอตัวเลือกที่คุ้มค่าและสร้างความพึงพอใจให้กับผู้บริโภค สุขภาพ – การดูแลสุขภาพแบบแม่นยำ ผู้บริโภคส่วนใหญ่มีความสนใจในเรื่องสุขภาพ รวมถึงการใช้โภชนาการเป็นเครื่องมือช่วยในการจัดการปัญหาสุขภาพส่วนบุคคล จึงถือเป็นหนึ่งปัจจัยที่ขับเคลื่อนเทรนด์การดูแลสุขภาพแบบแม่นยำ (Precision Wellness) ที่ผสมผสานระหว่างแผนโภชนาการเฉพาะบุคคล […]