Skip to main content
T_OHAUS
T_GNT0126
T_VEGA
T_SAMYANG0126
T_BENEO0326
T_MTF0426

What's In

See What’s New in the Star Items December 2024
What's In

See What’s New in the Star Items December 2024

พบกับผลิตภัณฑ์ดาวเด่น เช่น เครื่องจักร อุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ส่วนผสมอาหาร และอื่นๆ ที่น่าสนใจ…

Boost Up Life Power by Nutritional Psychiatry: Yummy with Free Feeling
What's In

Boost Up Life Power by Nutritional Psychiatry: Yummy with Free Feeling

สร้างพลังชีวิตด้วยจิตวิทยาโภชนาการ: อร่อยปลดปล่อยอารมณ์ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าศาสตร์ของ “จิตวิทยาโภชนาการ (Nutritional psychiatry)” ที่เป็นหนึ่งในสาขาวิชาจิตวิทยา นั้นได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างโภชนาการที่มีผลต่อภาวะทางจิตใจและพฤติกรรมของมนุษย์ จากข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มากมายที่แสดงให้เห็นว่าอาหารมีผลต่อสภาวะทางอารมณ์และจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นช่วยลดความเครียด บรรเทาอาการซึมเศร้า หรือแม้กระทั่งป้องกันภาวะสมองเสื่อม ได้แก่ ปลาและอาหารทะเล อาหารกลุ่มนี้จะช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้า และบำรุงระบบประสาทและสมอง เนื่องจากเป็นแหล่งของไขมันดีอย่างโอเมกา 3 ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพจิต อีกทั้งยังสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะสมองเสื่อม มีฤทธิ์ต้านภาวะซึมเศร้า และมีอิทธิพลต่อระดับของฮอร์โมนเซโรโทนิน (Serotonin) และโดปามีน (Dopamine) ดาร์กช็อกโกแลต เป็นแหล่งรวมของสารอาหารที่ช่วยบำรุงสมอง เนื่องจากโกโก้อุดมไปด้วยฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ อีกทั้งยังมีทีโอโบรมีน (Theobromine) ซึ่งมีส่วนช่วยลดความดันโลหิตและมีคุณสมบัติในการป้องกันการเสื่อมของเซลล์ประสาท รวมถึงช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดบริเวณสมองดีขึ้น ส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการคิด ความจำ การเรียนรู้ และการตัดสินใจที่ดีขึ้น จุลินทรีย์โพรไบโอติกส์ ซึ่งเปรียบเสมือน “นายพลลับแห่งระบบภูมิคุ้มกัน” ที่คอยเฝ้าระวังและป้องกันจุลินทรีย์ชนิดไม่ดี จากงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า โพรไบโอติกส์มีบทบาทสำคัญในการส่งสัญญาณควบคุมสารสื่อประสาทในสมอง ดังนั้น เราสามารถเสริมสร้างสุขภาพจิตที่ดีได้จากการบริโภคผลิตภัณฑ์อาหารหมัก โปรตีนคุณภาพดี โปรตีนเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงสารอาหารที่ให้พลังงานและสร้างกล้ามเนื้อเท่านั้น แต่กรดอะมิโนจำเป็นอย่างไทโรซีน (Tyrosine) และทริปโตเฟน (Tryptophan) ยังมีส่วนช่วยในการสังเคราะห์ฮอร์โมนโดพามีนและเซโรโทนิน […]

Value-Added Compounds from By-Products: The Hidden Power of Fruits
What's In

Value-Added Compounds from By-Products: The Hidden Power of Fruits

สารอาหารมูลค่าสูงจากผลพลอยได้: พลังธรรมชาติที่ซ่อนอยู่ในผลไม้ ทุกวันนี้โลกต้องเผชิญกับปัญหา ‘อาหารที่ไม่ได้ถูกนำมาบริโภค’ ที่เกิดขึ้นจากทุกขั้นตอนตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน โดยสามารถจำแนกออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ การสูญเสียอาหาร (Food Loss) ซึ่งจะพิจารณาตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต การจัดการหลังเก็บเกี่ยว และขั้นตอนของการแปรรูปในห่วงโซ่อุปทาน จึงก่อให้เกิด ‘ผลพลอยได้’ ที่ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ และอาหารเหลือทิ้ง (Food Waste) จะกล่าวถึงการสูญเสียอาหารที่เกิดขึ้นในขั้นตอนสุดท้ายของห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การค้าปลีกจนถึงการบริโภคขั้นสุดท้าย1 ทั้งนี้ ผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตอาหารยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์มูลค่าสูงด้วยการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มมูลค่าและลดการสูญเสียได้ โดยเฉพาะผลพลอยได้ในกระบวนการผลิตผลไม้ ไม่ว่าจะเป็น เปลือก เมล็ด แกน เศษผลไม้ และกากผลไม้ ซึ่งต่างอุดมไปด้วยสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ (Bioactive Compounds) และคุณค่าทางโภชนาการหลากหลายชนิด จึงสามารถนำไปเพิ่มมูลค่าเป็นส่วนผสมฟังก์ชัน วัตถุปรุงแต่งอาหาร ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เช่น สารประกอบฟีนอลิก (Phenolic Compounds) จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่า ผลพลอยได้จากผลไม้นั้นอุดมไปด้วยสารประกอบฟีนอลิก ไม่ว่าจะเป็น เปลือกกล้วยที่พบกรดแกลลิก (Gallic Acid) และฟลาโวนอยด์ กากแอปเปิลที่พบคาเทชิน (Catechin) เปลือกมะม่วงที่พบแมงจิเฟอริน […]

Plant-based Colors for Plant-based Seafood
What's In

Plant-based Colors for Plant-based Seafood

แพลนท์เบสสำหรับอาหารทะเลจากพืช อาหารทะเลจากพืชยังคงเป็นกลุ่มตลาดเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีหลายปัจจัยที่ทำให้ผู้บริโภคหันมาเลือกรับประทานอาหารประเภทนี้มากยิ่งขึ้น อาทิ ความกังวลด้านจริยธรรม ความยั่งยืน และการแพ้อาหาร อย่างไรก็ตาม การพัฒนาคุณลักษณะทางประสาทสัมผัสที่เหมาะสม ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค สีจากพืช จากการสํารวจของ FMCG Gurus แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิกร้อยละ 84 ให้ความสำคัญกับสีและรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์จากพืช ขณะเดียวกัน ผลสํารวจยังเผยให้เห็นว่า การเลือกสีที่ผสมในอาหารยังมีความสำคัญต่อการยอมรับของผลิตภัณฑ์เป็นอย่างมาก โดยพบว่า -ผู้บริโภคร้อยละ 81 มองว่า อาหารและเครื่องดื่มจากพืชต้องผลิตจากส่วนผสมที่รู้จักหรือ มีความคุ้นเคย -ผู้บริโภคร้อยละ 68 จะตรวจสอบรายการส่วนผสมเป็นประจำหรือทุกครั้ง เมื่อซื้ออาหารและเครื่องดื่มจากพืช ผลิตภัณฑ์ปลาทางเลือกจากพืชส่วนใหญ่มักจะมีค่า pH อยู่ระหว่าง 5 – 7 ซึ่งทำให้สารสกัดสีแดงที่มี สารแอนโทไซยานินสามารถเปลี่ยนเป็นเฉดสีฟ้าหรือสีม่วงมากขึ้นเมื่ออยู่ในช่วง pH ดังกล่าว รวมถึงไขมันยังส่งผลกระทบอย่างมากต่อผลิตภัณฑ์อีกด้วย ในกรณีของผลิตภัณฑ์สเต็กแซลมอนจากพืช สีที่ทำจากแคร์รอตและแอปเปิลอาจให้เฉดสีส้มที่เข้มขึ้นในผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของไขมันร้อยละ 15 เมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีไขมัน นอกจากนี้ องค์ประกอบพื้นฐานของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดยังมีความแตกต่างกัน เช่น ปลาจากพืชอาจใช้โปรตีนจากข้าว ถั่ว หรือถั่วลันเตา ซึ่งส่งผลต่อเฉดสีโดยรวมได้ นอกจากนี้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารทะเลทางเลือกยังต้องคำนึงถึงกระบวนการแปรรูป […]

Advancement of High Pressure Processing Technology Application in Beverage Production
What's In

Advancement of High Pressure Processing Technology Application in Beverage Production

ความก้าวหน้าของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการแปรรูปความดันสูงในการผลิตเครื่องดื่ม เทคโนโลยีการแปรรูปความดันสูง (High Pressure Processing Technology; HPP) เป็นการให้ความดันกับอาหารในทุกทิศทางอย่างสม่ำเสมอและเท่าเทียมกัน ซึ่งสามารถใช้ความดันได้มากถึง 87,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว หรือประมาณ 600 เมกะปาสคาล (MPa) ซึ่งถือเป็นกระบวนการแปรรูปแบบไม่ใช้ความร้อนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด โดยปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ทางการค้าหลากหลายชนิดวางจำหน่ายในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้และเครื่องดื่มที่มีสัดส่วนในตลาดสูงสุดกว่าร้อยละ 24 การฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ในเครื่องดื่มด้วยเทคโนโลยีการแปรรูปความดันสูง (HPP) การฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มด้วยเทคโนโลยี HPP นิยมใช้ในรูปแบบการพาสเจอไรซ์ในภาชนะปิดผนึกสนิท ก่อนนำเข้าสู่ถังที่ใช้สำหรับอัดความดัน (Pressure chamber) จากนั้นเติมน้ำซึ่งทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการให้ความดัน (Pressure-transmitting fluid) เข้าไปให้เต็มถัง เมื่อให้ความดันสูงแก่ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มตามระยะเวลาที่กำหนดจึงลดความดันลง แล้วนำไปจัดเก็บในอุณหภูมิแช่เย็นเพื่อรอการจัดจำหน่ายต่อไป ซึ่งผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดจะใช้ความดันและเวลาภายใต้ความดันที่แตกต่างกัน จากความสนใจของภาคอุตสาหกรรมที่มีต่อเทคโนโลยี HPP ประกอบกับการเติบโตของตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม ทำให้ปัจจุบันมีความต้องการกำลังการผลิตที่สูงขึ้น บริษัทที่จัดจำหน่ายเครื่องฆ่าเชื้อด้วยเทคโนโลยี HPP จึงพัฒนาระบบการผลิตให้เป็นแบบบัลก์ (Bulk process) เพื่อให้สามารถฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มได้โดยตรง (ไม่ต้องบรรจุลงในบรรจุภัณฑ์ก่อนเข้าเครื่อง HPP) กรณีศึกษา: การใช้เทคโนโลยี HPP ในการผลิตเครื่องดื่ม ปัจจุบัน เทคโนโลยี HPP ถูกนำไปใช้ในกระบวนการผลิตเครื่องดื่มหลายชนิด เช่น […]

From Present to Future:<br>Advancements in Conveyance and Storage Technology for the Food Industry
What's In

From Present to Future:<br>Advancements in Conveyance and Storage Technology for the Food Industry

จากปัจจุบันสู่อนาคต:ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีลำเลียงและการจัดเก็บสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมอาหารในยุค 4.0 ได้พัฒนากระบวนการผลิตแบบอัตโนมัติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในระบบการขนถ่าย ลำเลียง และจัดเก็บ ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญที่มีผลต่อประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหาร โดยระบบขนถ่ายลำเลียงอาจมีการใช้อุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่ช่วยตรวจติดตามสภาวะของสิ่งของบนสายพาน โดยการเลือกวัสดุของสายพานลำเลียงที่สัมผัสกับอาหารนั้นมีความสำคัญมาก โดยต้องพิจารณาถึงผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงในด้านลักษณะทางประสาทสัมผัสของอาหาร อีกทั้งสายพานต้องไม่ดูดซับสิ่งต่างๆ เข้าไปในเนื้อวัสดุ รวมถึงต้องเลือกใช้วัสดุที่ปราศจากสารพิษหรือโลหะหนักเจือปน ไม่ว่าจะเป็นตะกั่ว สารหนู แคดเมียม และปรอท ปัจจุบันสายพานลำเลียงสามารถเชื่อมต่อกับระบบควบคุมอัตโนมัติที่เป็น PLC-Based พร้อมระบบอินเทอร์เฟซระหว่างเครื่องจักรกับผู้ใช้งาน (Human Machine Interface; HMI) แบบจอสัมผัส อีกทั้งมีการใช้งานระบบ SCADA ที่รองรับการเชื่อมต่อ IoT (Internet of Things) พร้อมมีระบบการควบคุมความเร็วแบบ Variable Frequency Drive (VFD) รวมถึงระบบติดตามและตรวจสอบย้อนกลับแบบเรียลไทม์อีกด้วย สำหรับการขนส่งลำเลียงของแข็งขนาดเล็ก สามารถใช้ระบบลำเลียงแบบใช้ลม (Pneumatic Conveying) แต่ข้อจำกัดของระบบการลำเลียงดังกล่าวนั้นมักสิ้นเปลืองพลังงาน จึงมีการประยุกต์ใช้ระบบและเทคนิคต่างๆ เพื่อประหยัดพลังงานมากขึ้น อาทิ ระบบ Energy Recovery จากลมอัด และระบบควบคุมการใช้พลังงานแบบอัตโนมัติ นอกจากนี้อาจจะใช้สายพานลำเลียงแบบอากาศ [&hellip;]

The Benefits of Enzymes for Sustainable Gelatine Extraction and Collagen Peptide Production
What's In

The Benefits of Enzymes for Sustainable Gelatine Extraction and Collagen Peptide Production

ประโยชน์ของเอนไซม์สําหรับการผลิตเจลาตินและคอลลาเจนเปปไทด์อย่างยั่งยืน การลดขยะอาหารและการผลิตส่วนผสมที่มีคุณค่า เช่น เจลาตินและคอลลาเจนเปปไทด์ สามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้โดยการนําผลพลอยได้จากการผลิตเนื้อสัตว์และปลา เช่น หนัง กระดูก ผิวหนัง และเกล็ดปลา ที่มักถูกมองว่าเป็นของเสียในกระบวนการผลิตเนื้อสัตว์กลับมาใช้เพื่อผลิตเป็นเจลาตินและคอลลาเจนเปปไทด์ซึ่งนิยมนำมาใช้เป็นส่วนผสมฟังก์ชันในอาหาร เครื่องสําอาง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ กระบวนการเหล่านี้มีส่วนช่วยในการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนจากการนำทุกชิ้นส่วนของสัตว์มาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนับเป็นการเชื่อมโยงแนวทางการลดขยะอาหารกับการพัฒนานวัตกรรมส่วนผสมที่ช่วยเพิ่มคุณค่าในด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมได้อย่างลงตัว การประยุกต์ใช้เอนไซม์ในการสกัดเจลาติน เพื่อกระบวนการผลิตที่ดีและยั่งยืนกว่า โดยทั่วไป การเตรียมวัตถุดิบสําหรับการสกัดเจลาตินจําเป็นต้องใช้สารเคมีที่รุนแรงและใช้พลังงานสูงเพื่อเพิ่มความสามารถในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของคอลลาเจนที่มีความซับซ้อน อย่างไรก็ตาม การใช้เอนไซม์ซึ่งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาทางชีวภาพที่สามารถเลือกสลายพันธะของโมเลกุลได้อย่างจำเพาะจะช่วยลดความจําเป็นในการใช้สารเคมีที่รุนแรง และช่วยให้กระบวนการผลิตมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ประโยชน์ของการสกัดเจลาตินโดยใช้เอนไซม์ร่วม 1. ลดการใช้สารเคมี 2. เพิ่มผลผลิตและคุณภาพของเจลาตินให้สูงขึ้น 3. เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต เอนไซม์: ยกระดับการผลิตเปปไทด์ที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพได้อย่างจำเพาะ โดยทั่วไป ผู้ผลิตคอลลาเจนเปปไทด์จะกําหนดการกระจายน้ำหนักโมเลกุลที่เฉพาะเจาะจง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ให้ออกฤทธิ์ได้ตรงตามความต้องการสำหรับประโยชน์ทางด้านสุขภาพและความงามซึ่งได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยทางการแพทย์ โดยพบว่ามีเพียงเอนไซม์เท่านั้นที่สามารถควบคุมขั้นตอนการไฮโดรไลซิสได้อย่างแม่นยํา ทั้งนี้ การผลิตคอลลาเจนเปปไทด์ด้วยเอนไซม์จะมีหลักการเดียวกัน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับชนิดของวัตถุดิบที่ใช้ กล่าวคือ เอนไซม์โปรตีเอสจะถูกเติมลงไปทันทีหลังขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบล่วงหน้า หรือเติมลงในคอลลาเจนหรือเจลาตินที่ถูกสกัดออกมา การคัดเลือกโปรตีเอสที่เหมาะสมสําหรับการผลิตคอลลาเจนเปปไทด์ 1.การควบคุมน้ำหนักโมเลกุลที่แม่นยํา 2.ค่ากิจกรรมจําเพาะของเอนไซม์สูง 3.ความสะดวกต่อการใช้งานและการควบคุมกระบวนการ By: Thet Htun Oo Technical Service Manager Proteins, ASPAC AB [&hellip;]

Rapid Freezer: New Freezing Technology Changing the Concept of Conventional Freezing
What's In

Rapid Freezer: New Freezing Technology Changing the Concept of Conventional Freezing

เทคโนโลยีแช่แข็งแบบเร่งด่วนคุณภาพสูงที่เปลี่ยนแนวคิดของการแช่แข็งแบบเดิม “การแช่แข็งแบบเร่งด่วน (Rapid Freezer)” เป็นการแช่แข็งด้วยสารทำความเย็น (Refrigerant) ที่เป็นของเหลวแช่แข็งชนิดพิเศษที่มีอุณหภูมิต่ำถึง -30°C ซึ่งทำให้สามารถแช่แข็งอาหารได้โดยไม่ลดทอนคุณภาพ และยังสามารถแช่แข็งอาหารได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากของเหลวมีค่าการนำความร้อนมากกว่าก๊าซ (อากาศ) ที่ใช้ในตู้แช่แข็งทั่วไปประมาณ 20 เท่า สำหรับกระบวนการแช่แข็ง อาหารจะเริ่มเกิดการแข็งตัวที่อุณหภูมิ -1°C และจะแช่แข็งเกือบสมบูรณ์ ณ อุณหภูมิ -5°C ดังนั้น หากช่วงที่ผ่านโซนของการเกิดผลึกน้ำแข็งสูงสุด (ช่วงอุณหภูมิที่ผลึกน้ำแข็งก่อตัว) มีการใช้ระยะเวลานานเช่นเดียวกับการแช่แข็งแบบทั่วไป จะส่งผลให้ผลึกน้ำแข็งมีขนาดใหญ่ขึ้นและสามารถทำลายผนังเซลล์อาหารได้ ในทางกลับกันการแช่แข็งแบบเร่งด่วนจะสามารถแช่แข็งอาหารได้อย่างรวดเร็ว โดยผ่านโซนการก่อตัวของผลึกน้ำแข็งสูงสุดอย่างรวดเร็วเช่นกัน จึงทำให้ผลึกน้ำแข็งที่เกิดขึ้นมีขนาดเล็กและสามารถแช่แข็งได้โดยไม่ทำลายผนังของเซลล์อาหาร รวมถึงลดการสูญเสียเนื้อสัมผัสของอาหารในระหว่างการแช่แข็งด้วย ซึ่งเป็นการรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ไว้ได้ในลักษณะเดียวกันกับช่วงก่อนการแช่แข็งแม้ผ่านกระบวนการละลายน้ำแข็งแล้วก็ตาม ลดการสูญเสียน้ำจากการละลายน้ำแข็ง จากการนำอาหารที่ผ่านการแช่แข็งแบบเร่งด่วน เช่น เนื้อปลาและเนื้อวัวมาทำการละลายน้ำแข็ง จะพบว่าการแช่แข็งแบบเร่งด่วนมีผลกระทบต่ออาหารน้อยกว่าการแช่แข็งแบบทั่วไป จะเห็นได้จากความสามารถในการลดการสูญเสียน้ำในอาหาร รวมถึงช่วยรักษาความสด รสชาติ เนื้อสัมผัส และรูปลักษณ์ของอาหารไว้ได้ เพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์อาหารด้วยการแช่แข็งแบบเร่งด่วน เนื่องจากการแช่แข็งแบบเร่งด่วนจะสามารถรักษารสชาติและคุณภาพหลังละลายไว้ได้ดังเดิม ผู้บริโภคจึงสามารถหาซื้อวัตถุดิบตามฤดูกาลได้ในปริมาณมากและมีราคาที่ต่ำกว่า รวมถึงสามารถจัดเก็บอาหารด้วยการแช่แข็งเพื่อรักษาความอร่อยไว้ได้ อีกทั้งยังสามารถลดปริมาณวัตถุดิบเหลือทิ้งที่เกิดจากการวางแผนการผลิต การแช่แข็ง และการจัดเก็บ นอกจากนี้ยังช่วยลดต้นทุนค่าแรงจากการเตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาลท่องเที่ยว เพราะสามารถผลิตหรือจัดเตรียมวัตถุดิบอาหารในช่วงนอกฤดูกาลได้ ตลอดจนสามารถขยายช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ด้วยการขนส่งอาหารสดในระยะทางไกลได้อีกด้วย By: Tipsukon Wongviwatchai [&hellip;]

Non-Thermal Food Processing: Unlocking the Secrets to Longer Shelf Life and Better Quality
What's In

Non-Thermal Food Processing: Unlocking the Secrets to Longer Shelf Life and Better Quality

กระบวนการแปรรูปโดยไม่ใช้ความร้อน: แนวทางยืดอายุการเก็บรักษาและยกระดับคุณภาพอาหาร การแปรรูปโดยไม่ใช้ความร้อนในอุตสาหกรรมอาหาร การแปรรูปด้วยแรงดันสูง เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมอาหาร เนื่องจากสามารถรักษาคุณค่าทางโภชนาการและคุณสมบัติทางประสาทสัมผัสของอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้แรงดันน้ำระดับสูง 400–600 เมกะปาสคาลในการทำลายจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคและยืดอายุการเก็บรักษาอาหาร โดยที่ไม่ทำให้คุณภาพของผลิตภัณฑ์เปลี่ยนแปลงมากนัก โดยกระบวนการนี้จะเริ่มจากการนำอาหารมาบรรจุภายในบรรจุภัณฑ์ที่ทนต่อแรงดัน จากนั้นนำใส่เข้าไปใน Chamber และใช้แรงดันน้ำรอบทิศทางในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ โดยไม่ต้องพึ่งพาความร้อนสูง โดยกลไกการทำลายจุลินทรีย์เกิดจากแรงดันที่ทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ จึงทำให้เซลล์ไม่สามารถควบคุมการแลกเปลี่ยนสารและพลังงานได้ รวมถึงส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างของโปรตีนและเอนไซม์ที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ เทคโนโลยีพลาสมาเย็น เป็นนวัตกรรมที่มีการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารเพื่อการฆ่าเชื้อและยืดอายุการเก็บรักษาอาหาร โดยพลาสมามีศักยภาพในการลดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ในอาหาร เช่น Escherichia coli, Listeria monocytogenes และ Salmonella sp. ซึ่งจะทำลายโครงสร้างของจุลินทรีย์ จึงยับยั้งการทำงานและการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ นอกจากนี้ เทคโนโลยีพลาสมาเย็นยังช่วยเสริมคุณลักษณะทางประสาทสัมผัสของอาหาร ซึ่งมีส่วนช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติด้านสี เนื้อสัมผัส และกลิ่นรส นอกจากนี้ยังมีการนำเทคโนโลยีพลาสมาเย็นเข้าไปใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านความแข็งแรงและป้องกันการปนเปื้อนซ้ำของผลิตภัณฑ์อาหาร จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมอาหารที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เทคนิคสนามไฟฟ้าแบบพัลส์ เป็นกระบวนการที่ใช้สนามไฟฟ้าสูง (10-80 kV/cm) ในระยะเวลาสั้นระดับไมโครถึงมิลลิวินาที เพื่อกระตุ้นหรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของเซลล์จุลินทรีย์ในอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงเยื่อหุ้มเซลล์ของวัตถุดิบอาหาร เทคนิคนี้ได้ถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารหลากหลายด้าน อาทิเช่น การพาสเจอร์ไรซ์น้ำผลไม้และเครื่องดื่ม เช่น น้ำส้ม น้ำแคร์รอต หรือน้ำผลไม้ต่างๆ โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้ความร้อนสูง จึงสามารถรักษาคุณค่าสารอาหาร สี [&hellip;]

Adenosine Triphosphate (ATP) Testing: The Power of Ensuring Quality and Hygiene in<br>the Food Industry
What's In

Adenosine Triphosphate (ATP) Testing: The Power of Ensuring Quality and Hygiene in<br>the Food Industry

การทดสอบแอดีโนซีนไตรฟอสเฟต (ATP): พลังแห่งการประกันคุณภาพและสุขอนามัยในอุตสาหกรรมอาหาร การรักษาสุขอนามัยและสุขาภิบาลในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารให้อยู่ในระดับสูงถือเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้มั่นใจได้ถึงความปลอดภัยของอาหาร รวมถึงปกป้องผู้บริโภคจากการปนเปื้อนและโรคที่เกิดจากการบริโภคอาหาร โดยโรงงานผลิตอาหารต่างๆ จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัยและคุณภาพอาหารอย่างเข้มงวด ซึ่งกฎหมายระดับท้องถิ่นและภูมิภาคของไทยได้กำหนดให้มีการควบคุมอันตรายทางชีวภาพและเคมีในระหว่างการผลิต ตัวอย่างเช่น พื้นผิวสัมผัสในสถานที่ผลิตอาหารจะต้องมีการทำความสะอาดและ ฆ่าเชื้อตามวิธีมาตรฐานที่ถูกกำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา รวมถึงแนวทางปฏิบัติด้านสุขลักษณะที่ดีในการผลิตอาหาร (GHP) เพื่อป้องกันการปนเปื้อนสู่อาหารที่อาจจะเกิดขึ้น ขั้นตอนการทดสอบสาร ATP ขั้นตอนที่ 1 สวอป: การทดสอบ ATP เริ่มต้นด้วยการใช้ก้านสวอปเฉพาะเพื่อเก็บตัวอย่างจากพื้นผิวหรืออุปกรณ์ โดยก้านสวอปจะเก็บตัวอย่างในจุดต่างๆ ซึ่งเป็นบริเวณที่มักจะเกิดการปนเปื้อนมากที่สุด เช่น เขียง สายพานลำเลียง หรือภาชนะผสม เป็นต้น ขั้นตอนที่ 2 เปิดใช้งาน: ใส่ก้านสวอปที่ผ่านการใช้งานแล้วลงในอุปกรณ์ทดสอบ โดยวางด้ามจับกลับที่ตำแหน่งเดิมของอุปกรณ์ทดสอบที่ยังไม่ได้ใช้งาน ซึ่งประกอบด้วยสารเคมี (ลูซิเฟอริน/ลูซิเฟอเรส) ที่ทำปฏิกิริยากับ ATP โดยปฏิกิริยานี้จะถูกกระตุ้นและวัดโดยใช้เครื่องมือแบบพกพาที่เรียกว่า ลูมิโนมิเตอร์ ซึ่งปฏิกิริยาดังกล่าวจะเรืองแสง โดยค่าความเข้มของแสงจะแปรผันตรงกับปริมาณของ ATP ที่มีอยู่ ขั้นตอนที่ 3 วัดค่า: ลูมิโนมิเตอร์จะทำหน้าที่วัดปริมาณแสงที่ผลิตขึ้น (เรียกว่าหน่วยแสงสัมพันธ์ หรือ RLU) หากตรวจพบค่า RLU มาก แสดงว่ามีปริมาณของสารอินทรีย์และการปนเปื้อนเกิดขึ้น [&hellip;]

Transforming Shrimp By-Products into Sustainable Resources
What's In

Transforming Shrimp By-Products into Sustainable Resources

การพัฒนาผลพลอยได้จากการผลิตกุ้งสู่ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน คุณประโยชน์ของผลพลอยได้จากกุ้งและการประยุกต์ใช้ในเชิงอุตสาหกรรม เปปไทด์ ผลิตได้จากกระบวนการไฮโดรไลซิสของโปรตีนจากกุ้ง ทำให้ได้ขนาดโมเลกุลที่เล็กลงและดูดซึมได้ง่ายขึ้น เปปไทด์ถือเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกใหม่สำหรับมนุษย์ สัตว์ พืช หรือแม้กระทั่งอาหารสำหรับจุลินทรีย์ ในแง่ของการประยุกต์ใช้ในฟาร์มสัตว์ พบว่าเปปไทด์มีส่วนช่วยเพิ่มอัตราการบริโภคอาหารของสัตว์ ส่งเสริมการเจริญเติบโต และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการในมื้ออาหาร ส่งผลให้สัตว์มีสุขภาพแข็งแรงและมีผลผลิตที่ดีขึ้น ดังนั้น เปปไทด์จึงเป็นทางเลือกที่ดีและมีต้นทุนที่เหมาะสมในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืนสำหรับการทำฟาร์มสัตว์เลี้ยง ไคโตซาน สกัดมาจากเปลือกกุ้ง โดยเป็นสารที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมได้ดี รวมถึงมีคุณสมบัติในการต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา อีกทั้งยังเป็นสารเสริมฤทธิ์ในการทำงานและสามารถสร้างฟิล์มและเจลได้ ในด้านการแพทย์ ไคโตซานช่วยป้องกันการติดเชื้อและเร่งกระบวนการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ ซึ่งมีความสำคัญต่อการดูแลแผลและการปลูกถ่าย ในด้านผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไคโตซานมีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนักและคอเลสเตอรอล เนื่องด้วยความสามารถในการจับกับไขมันในอาหารและป้องกันไม่ให้ไขมันถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ในทางเกษตรกรรม ไคโตซานทำหน้าที่เป็นสารกระตุ้นทางชีวภาพเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชและเพิ่มความต้านทานต่อโรค ในแง่ของการบำบัดน้ำและน้ำเสีย ไคโตซานทำหน้าที่เป็นสารที่ช่วยตกตะกอนซึ่งมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยไคโตซานจะไปจับกับสิ่งสกปรกเพื่อนำไปใช้รีไซเคิลแทนที่จะกลายเป็นของเสียซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม แอสตาแซนธินธรรมชาติ เป็นแคโรทีนอยด์ประเภทหนึ่งซึ่งเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี โดยมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากกระบวนการออกซิเดชัน และส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อ สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แอสตาแซนธินจะทำหน้าที่ต่อสู้กับภาวะความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน ชะลอการเกิดริ้วรอยจากการทำลายอนุมูลอิสระ และส่งเสริมความกระปรี้กระเปร่า ด้านเครื่องสำอาง แอสตาแซนธินจะช่วยลดริ้วรอย กระตุ้นการผลิตคอลลาเจน และปรับปรุงความยืดหยุ่นของผิว ด้านอุตสาหกรรมอาหารสัตว์น้ำ แอสตาแซนธินช่วยเสริมสุขภาพและเพิ่มสีสันให้กับสัตว์น้ำ เนื่องจากปัจจุบันมีการขยายตัวของการทำฟาร์มอย่างต่อเนื่อง จึงส่งให้แอสตาแซนธินเข้ามาบทบาทสำคัญในการจัดการความเครียดและการรักษาสุขภาพของสัตว์น้ำโดยรวมอีกด้วย By: An [&hellip;]

Navigating the Future of Alternative Seafood:<br>Scenario Analysis for a Sustainable and Regenerative Food System
What's In

Navigating the Future of Alternative Seafood:<br>Scenario Analysis for a Sustainable and Regenerative Food System

สำรวจอนาคตของอาหารทะเลทางเลือก: การวิเคราะห์สถานการณ์สู่ระบบอาหารที่ยั่งยืนและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ธุรกิจอาหารทะเลทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัญหาด้านความยั่งยืนที่ทวีความรุนแรงขึ้น เช่น การประมงเกินขีดจำกัด ปัญหามลพิษ และความเสื่อมโทรมของแหล่งที่อยู่อาศัย ดังนั้นอาหารทะเลที่ผลิตจากการเพาะเลี้ยงเซลล์และอาหารทะเลจากพืชจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากความต้องการโปรตีนที่ช่วยส่งเสริม ความยั่งยืนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยอาหารทะเลทางเลือกสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและยังช่วยสนับสนุนระบบอาหารแบบฟื้นฟูได้อีกด้วย จึงจำเป็นที่จะต้องอาศัยการลงทุนทางด้านเทคโนโลยี การอาหารและเทคโนโลยีชีวภาพสำหรับการวิจัยเชิงลึก เพื่อช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับคนในท้องถิ่น นวัตกรรมและการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารทะเลทางเลือก อาหารทะเลจากการเพาะเลี้ยง: บริษัทต่างๆ เช่น Wildtype, BlueNalu และ Shiok Meats ได้ก้าวสู่การเป็นผู้นำในการพัฒนาปลา กุ้ง และปูแบบเพาะเลี้ยงเซลล์ ซึ่งให้รสชาติ เนื้อสัมผัส และคุณค่าทางโภชนาการใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์จากปลาที่จับได้ตามธรรมชาติ โดยเทคโนโลยีควบคุมถังหมักชีวภาพ (bioreactor technology) และการปรับแต่งเซลล์ (cell line optimization) มีความสำคัญต่อการเพิ่มกำลังการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน ซึ่งหลายบริษัทกำลังสำรวจถึงแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนและการฟื้นฟูทรัพยากรอย่างยั่งยืน อาหารทะเลทางเลือกจากพืช: บริษัท Good Catch และ New Wave Foods ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารทะเลจากพืชที่เลียนแบบรสชาติและเนื้อสัมผัสของปลาและอาหารทะเลอื่นๆ ด้วยการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรพืชที่ยั่งยืน เช่น สาหร่ายและสาหร่ายทะเล โดยสาหร่ายเป็นวัตถุดิบที่มีประโยชน์ในระบบอาหารแบบฟื้นฟู เนื่องจากสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่กระทบต่อทรัพยากรดินหรือแหล่งน้ำจืด จึงเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารทะเลทางเลือก สำหรับประเทศไทย [&hellip;]